หน้าแรก   ฉบับก่อน    ดัชนี    แนะนำ   ติดต่อเรา   สมาชิก   ซีเอ็ด  


UpDATE ฉบับที่ 270 มีนาคม พ.ศ. 2553

ปกเล่ม 270

   สารบัญ
   บอกกล่าว
   คุยกับชัยคุปต์
   นักวิทย์รุ่นเยาว์
   ประลองปัญญา
   UpDATE Kids
   Origami
   ข่าว/กิจกรรม


บอกรับจดหมายข่าว

โปรดแจ้ง
E-Mail ของคุณ

คุยกับชัยคุปต์

โดย ชัยคุปต์ e-mail : kshaiwat4@hotmail.com

โลกไร้สายไฟฟ้าในอนาคต
อีเมลจากคุณ SAKOL

เป็นไปได้หรือไม่ ที่ในอนาคตจะไม่มีสายไฟฟ้าให้เห็นกันเลย สำหรับการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าเกี่ยวกับการให้แสงสว่าง (ไฟฟ้า) และอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ทั้งหมด แม้แต่สายไฟฟ้าตามเสาไฟฟ้าก็จะไม่มีให้เห็นกันเลย ถ้าเป็นไปได้ จะมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไรครับ

คุณ SAKOL คงหมายถึงโลกอนาคตที่จะไม่มี การใช้สายไฟฟ้าทุกประเภทจริงๆ มิใช่เพียงแค่การ ฝังสายไฟฟ้าให้อยู่อย่างมิดชิดภายในผนังห้อง (สำหรับไฟฟ้าหรือสายไฟสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดในบ้าน) หรือการฝังสายไฟฟ้าตามท้องถนนใต้ดินหมดทั้งโลก จนกระทั่งไม่มีเสาไฟฟ้าให้เห็นกันเลยเท่านั้น เพราะเฉพาะการเก็บหรือฝังสายไฟทั้งในบ้านและตามท้องถนนในปัจจุบัน ก็กำลังเกิดขึ้นอยู่แล้ว และเป็นแนวโน้มของเมืองที่มีการพัฒนาใหม่ๆ ที่จะเก็บสายไฟฟ้าตาม เสาไฟฟ้าลงไปอยู่ใต้ดิน แต่ในความเป็นจริง ก็ยังมีการใช้สายไฟฟ้าเป็นสื่อนำกระแสไฟฟ้าไปสู่อุปกรณ์ไฟฟ้าให้แสงสว่างหรือความร้อนหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า ทุกชนิดอยู่ดี

แล้วในอนาคต เป็นไปได้หรือไม่ที่จะไม่มีการ ใช้สายไฟฟ้าสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดจริงๆ คำตอบของผมคือ เป็นไปได้ และจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับ เพราะแนวโน้มอย่างหนึ่งของการพัฒนาเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดก็คือ ระบบการส่งพลังงานไฟฟ้าโดยไม่ต้องใช้สาย ซึ่งโดยหลักการแล้ว ก็ทำกันได้ เพียงแต่ว่าปัจจุบัน วิธีการ ส่งพลังงานไฟฟ้าตามสายสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าโดย ทั่วไปส่วนใหญ่ ยังเป็นวิธีการที่ง่าย ค่าใช้จ่ายไม่แพง และอุปกรณ์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ก็ผลิตให้ใช้ไฟฟ้าจากสาย ได้อย่างสะดวก (และราคาไม่แพง)

ต่อไปในอนาคต โดยการพัฒนาอุปกรณ์ไฟฟ้า ทั้งประเภทให้แสงสว่างและงานเกี่ยวกับไฟฟ้าหรือที่ ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดให้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้อย่างสะดวกปลอดภัย และราคาไม่แพงเกินไป (หรืออาจจะแพงหน่อย แต่ไม่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จะรับพลังงานไฟฟ้าจากสายโดยตรงแล้วทั้ง โลก) โลกของเราก็จะเป็นโลกไร้สายไฟฟ้าครับ

สำหรับเรื่องข้อดี-ข้อเสียของโลกไร้สายไฟฟ้า โดยภาพรวม เมื่อโลกคุ้นกับการใช้ไฟฟ้าทุกประเภท โดยไม่ต้องอาศัยสายไฟฟ้า ข้อดีก็มีแน่นอน เช่น ปัญหาเรื่องภัยจากสายไฟฟ้าที่เก่า (เป็นอันตรายต่อทั้งผู้คน และที่อยู่อาศัย) การออกแบบอาคารสถานที่ที่จะไม่ ต้องเผื่อหรือคิดเรื่องสายไฟ แล้วก็ข้อดีพิเศษเพิ่มขึ้นมาจากเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งต้องอาศัยไฟฟ้าในการทำงาน แต่พลังงานไฟฟ้าจะมาจากแหล่งกำเนิดแบบไร้สาย ซึ่งตัวอย่างเป็นรูปธรรมก็มีอยู่ในปัจจุบัน ดังเช่น การใช้เครื่องรีโมตคอนโทรลสำหรับอุปกรณ์เครื่องมือเครื่อง เล่นประเภทเครื่องเสียงเครื่องแสง การเปิดปิดประตูบ้านไฮเทคจากเจ้าของบ้านที่อยู่ในรถยนต์

สำหรับข้อเสีย ส่วนใหญ่จะเป็นข้อเสียระหว่าง ช่วงการเปลี่ยนผ่าน ซี่งก็กำลังเกิดขึ้นอยู่บ้างแล้วใน ปัจจุบัน ที่ผู้ใช้อุปกรณ์เครื่องมือไฟฟ้าต่างๆ สามารถเลือกที่จะใช้ระบบควบคุมไร้สาย (เช่น รีโมตคอนโทรล) ทำอย่างที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แล้ว เช่น คนที่ชอบอุปกรณ์เครื่องมือไฟฟ้าหรืออิเล็กทรอนิกส์ใหม่ๆ หรือรุ่นใหม่ๆ ซึ่งมี “ลูกเล่น” และ “คุณภาพ” (เช่น ภาพ-เสียง) ดีขึ้นและมักจะเป็นระบบใช้รีโมตคอนโทรล ก็จะต้อง “กระเป๋าเบา” ไปบ่อยขึ้น ทั้งๆ ที่อุปกรณ์เครื่องมือเก่าที่มี ใช้อยู่ ก็ยังใช้ได้ ไม่มีปัญหา แต่ “ด้อยกว่า” เรื่องลูกเล่น เทคนิค และคุณภาพ

ปัญหาหนึ่งซึ่งนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังทำงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีไร้สายใหม่ๆ ขึ้นมา ต้องพยายามแก้ไขก็คือระบบใหม่ เนื่องจากเป็นระบบไร้สาย สัญญาณไฟฟ้า ซึ่งอยู่ในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อาจจะไป กวนระบบอื่นๆ ได้ รวมทั้งระบบหรืออุปกรณ์ช่วยชีวิตที่คนจำนวนมากขึ้นในอนาคตจะมีฝังอยู่ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นการทำงานของหัวใจ (heart pacer) แคปซูลยาอิเล็กทรอนิกส์จิ๋วที่ส่งเข้าไปอยู่ในร่างกาย ฯลฯ

ถ้าโลกอนาคตที่ไม่มีการใช้สายไฟฟ้าเกิดขึ้นได้จริง อาจารย์คิดว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่และเมื่อไหร่

สำหรับคำถามแรก จากคำตอบของผมข้อที่แล้ว ก็ชัดเจนครับว่า สำหรับผมแล้ว โลกไร้สายไฟฟ้าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แล้วจะเกิดเมื่อไหร่

คำตอบของผม ก็ดังที่ได้ตอบไปแล้วว่า โดย ความเป็นจริง ขณะนี้โลกก็กำลังเดินหน้าสู่โลกไร้สาย ไฟฟ้าแล้วครับ โลกไร้สายไฟฟ้าอย่างแท้จริงจะเกิดขึ้นได้เมื่อไร ผมคิดว่าคงต้องใช้เวลาสำหรับช่วงการเปลี่ยนผ่านจากโลกที่ยังมีสายไฟฟ้าใช้กันอยู่ (ดังในปัจจุบัน) สู่โลกไร้สายไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด อีกนานทีเดียวอย่างน้อยอีกห้าสิบปีในอนาคต แต่ผมเชื่อว่า เมื่อโลกเดินหน้าสู่อนาคตศตวรรษที่ยี่สิบสอง คืออีกประมาณเกือบหนึ่งร้อยปี โลกมนุษย์ก็จะเป็นโลกไร้สายไฟฟ้า อย่างแน่นอนครับ

อยากทราบว่า ไฟฟ้าในร่างกายของคนเรามาจากไหน ทราบได้อย่างไร

ไฟฟ้าในตัวเราทุกคน มีจุดกำเนิดที่มาคือสมอง ครับ เพราะสมองของคนเราทำงานในสภาพคล้ายโรงไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ไฟฟ้า เส้นประสาทสมองทุกเส้นทำงานโดยใช้กระบวนการหรือการส่งสัญญาณไฟฟ้าเป็นจุดเริ่มต้น นั่นคือในการทำงานของสมอง เช่น เมื่อเรากำลังคิดเรื่องบางเรื่องอยู่ แก้โจทย์บางอย่างอยู่ หรือเมื่อเราต้องการจะยกมือขึ้นเพื่อหยิบอะไรบางอย่าง ขั้นต้นสุดจะเกิดกระแสไฟฟ้าหรือสัญญาณไฟฟ้าเคลื่อนที่จากภายในเซลล์สมอง เมื่อสัญญาณไฟฟ้าในเซลล์สมองเส้นหนึ่งเดินทางไปถึงปลายเซลล์สมอง ซึ่งไม่ต่อกับเซลล์สมองอื่นๆ สัญญาณไฟฟ้าจะถูกส่งต่อไปยังเซลล์สมองที่จะรับสัญญาณช่วงต่อไป โดยอาศัยสารเคมีเรียก สารสื่อประสาท (neurotransmitter) รับสัญญาณจาก สมองไปส่งต่อให้เซลล์สมองถัดไป

โดยวิธีการนี้ การทำงานของสมองจึงเกิดจาก การเคลื่อนไหวที่เซลล์สมองสื่อถึงกันด้วยสัญญาณไฟฟ้าและสัญญาณเคมี แต่มีสัญญาณไฟฟ้าเป็นพื้นฐานสำคัญ สำหรับหลักฐานอย่างเป็นรูปธรรมว่า ไฟฟ้าของ ตัวคนเรามีที่มาจากสมองเป็นสำคัญก็คือ คลื่นสมอง (brain wave) ซึ่งเกิดจากประจุไฟฟ้าที่เคลื่อนที่อยู่ในสมอง และจะวัดหรือบันทึกได้โดยเครื่องวัดคลื่นสมองหรือเครื่องอีอีจี (electroencephalograph)

วงการวิทยาศาสตร์หรือโดยทั่วไปในอดีต ในการตรวจสอบว่าคนคนหนึ่งยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ จะดูจากการทำงานของหัวใจว่า หัวใจยังเต้นอยู่หรือไม่ แต่ในปัจจุบันวงการวิทยาศาสตร์โดยทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนอวัยวะ จะดู ที่สมองว่า สมองยังทำงานอยู่หรือไม่ ซึ่งวิธีปฏิบัติโดยทั่วไปในปัจจุบันก็คือ ใช้เครื่องอีอีจีในการวัดหรือตรวจจับคลื่นสมอง เพราะสำหรับคนที่เสียชีวิตแล้ว ในสมองก็จะไม่มีไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่สมองด้วยนั่นเองครับ

ครอบครัวโนเบลของมาดามกูรี
คำถามจากคุณพล

จริงหรือไม่ มารี กูรี มีลูกสาวซึ่งได้รับรางวัลโนเบลด้วย ถ้าจริง ลูกสาวของ มารี กูรี ได้รับรางวัลโนเบลเมื่อไร จากผลงานอะไร และอยากให้แนะนำหนังสือภาษาไทยเกี่ยวกับมารี กูรีที่ละเอียดกว่าประวัติโดยทั่วไปของมารี กูรี ถ้ามี

เป็นความจริงครับ มารี กูรี (และ ปีแอร์ กูรี) มีลูกสาวซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ชื่อ Irene (มักออกเสียงเรียกกันเป็น ไอรีน แต่ที่ถูกต้องตามการออกเสียงภาษาฝรั่งเศสจะเป็น “อีแรน” มากกว่า อย่างไรก็ดี ในที่นี้ ผมขอเรียกชื่อเธอเป็นไอรีนครับ) ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี ร่วมกับสามีเธอ ชื่อ Frederic Joliot ประจำปี 1935 (พ.ศ. 2478) จากผลงานการผลิตไอโซโทปกัมมันตรังสี

สำหรับหนังสือเกี่ยวกับมารี กูรีที่ละเอียดกว่าประวัติและผลงานโดยทั่วไปของเธอ เป็นภาษาไทยนั้น มีอยู่เล่มหนึ่งที่ผมขอแนะนำคือ หนังสือแปลเรื่อง โลกภายในของมาดามคูรี (อัจฉริยสตรีผู้พลิกโลกวิทยาศาสตร์) แปลจากเรื่อง Obsessive Genius : The Inner World of Marie Curie ของ บาร์บารา โกลด์สมิท (แปลโดย ประสิทธิ์ ตั้งมหาสถิตกุล ตีพิมพ์โดยโครงการคบไฟ พ.ศ. 2549) เป็นประวัติเรื่องราวชีวิต ผลงานและสิ่งต่างๆ (ที่ทั้งแสนสาหัสและน่าทึ่งน่าพิศวง) เกี่ยวกับ มารี กูรี, ปีแอร์ กูรี, ไอรีน กูรี, อีฟ (ลูกสาวคนเล็กของมารี กูรี ผู้ไม่เป็นนักวิทยาศาสตร์เหมือนแม่และพี่สาว แต่เป็นคนเขียนหนังสือชีวประวัติมาดามกูรี ซึ่งทำให้โลกรู้จักมารี กูรีมากขึ้น) และคนอื่นๆ

เรื่องราวส่วนหนึ่งของมารี กูรี ได้รับการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Madame Curie นำแสดงเป็น มารี กูรี และ ปีแอร์ กูรี โดย Greer Garsib และ Walter Pidgeon ออกฉายเมื่อ ค.ศ. 1943 (พ.ศ. 2486) สร้างจากหนังสือชีวประวัติมาดามกูรีเขียนโดยลูกสาวคือ อีฟ นั่นเอง เป็นภาพยนตร์ที่สร้างออกมาได้ดีมาก และทำให้คนดู (อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่ง) มีความรู้สึกดีที่ได้รับชมภาพยนตร์ประเภทที่ผมขอเรียกเป็น “feel good movie”

สำหรับคุณพลและท่านที่สนใจเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่อง Madame Curie ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล ได้เขียนเป็นบทความเรื่อง “มาดาม กูรี” ลงตีพิมพ์ในจดหมายข่าวสาร “ประชาคมวิจัย” (ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย) ฉบับเดือนมีนาคม-เมษายน 2552 ให้อ่านกันแล้วครับ

พบกันใหม่ฉบับหน้า

พบกับเรื่องนี้ได้ที่ : http://update.se-ed.com/261/chaiyakupt-261.shtml











  หน้าแรก   ฉบับก่อน    ดัชนี    แนะนำ   ติดต่อเรา   สมาชิก   ซีเอ็ด

UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ 75 บาท อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 825 บาท จัดพิมพ์โดย บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 1858/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260 โทร.0 2739 8111 โทรสาร 0 2739 8244 E-mail : update@se-ed.com