บอกกล่าว
โดย นิสากร ปานประสงค์
คืนสู่ความฝัน
สวัสดีเดือนแห่งอวกาศ ใน Update ฉบับเดือนกรกฎาคมค่ะ เป็นธรรมเนียมไปแล้วที่ Update ฉบับเดือนกรกฎาคมของทุกปีจะเป็นฉบับอวกาศ เพื่อผู้อ่านที่ชื่นชอบเรื่องอวกาศที่ออกจะเป็นเรื่องไกลตัว อันที่จริงแล้วเรื่องอวกาศนั้นป็นภารกิจของมวลมนุษยชาติที่ต้อง ฝันให้ไกล และไปให้ถึง ค่ะ
Update ฉบับอวกาศประจำปีนี้มีเรื่องอะไรบ้าง พลิกไปอ่านในเล่มโดยพลัน...
น้ำฝนเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำพิษชาว Update เข้าแล้วค่ะ เนื่องจากมีรอยรั่วบริเวณกระจกเหนือชั้น 18 ยามฝนตกแรงๆ น้ำฝนจะไหลเป็นสายจากฝ้าเพดานลงมานองพื้น หากฝนตกยามค่ำคืน เช้าขึ้นมาข้าวของทั้งหลายที่หลังโต๊ะทำงานของดิฉันก็มีอันเปียกชื้น ส่วนใหญ่ก็เป็นกระดาษกับหนังสือ ใครจะไปเชื่อนะคะว่าอยู่สูงถึงชั้น 18 แล้ว ยังไม่วายเปียกฝน ช่างของฝ่ายอาคารมาดูอาการ ก็ได้ข้อสรุปประมาณว่า ต้องอุดรอยรั่วจากด้านนอกอาคาร ซึ่งต้องใช้บริการจาก มนุษย์แมงมุม (คนละคนกับซูเปอร์ฮีโร่สไปเดอร์แมน) ระหว่างที่รอมนุษย์แมงมุมมาปีนตึก ก็ขอให้ช่วยเหลือตัวเองไปพลางๆ ก่อน โดยเก็บของที่อาจเสียหายให้พ้นพื้น ฟังอย่างนี้แล้วรู้สึกรันทดค่ะ ตลกร้าย...ไม่ใช่เล่น
แต่ในที่สุดดิฉันก็ได้ค้นพบข้อดีของน้ำฝนรั่วค่ะ อย่างน้อยความรกรุงรังที่หลังโต๊ะทำงานก็หายไป ดูสะอาดสะอ้านขึ้น เพราะแม่บ้านสามารถ เข้าถึงพื้นที่ ได้ง่าย คิดอย่างนี้ได้ก็หายรันทดไปได้เหมือนกัน เรื่องนี้เป็นข้อคิดที่ดีนะคะ ในสิ่งใดๆ ที่ไม่น่าพอใจ ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง ก็อาจมีสิ่งดีซ่อนอยู่ แล้วเราจะเลือกมองแต่มุมร้ายให้เป็นทุกข์ไปทำไม แต่อีกเสียงหนึ่งในหัวของดิฉันบอกว่า ไม่ขอมองมุมดีหรือมุมร้าย ขอมองในมุมจริงว่า มนุษย์แมงมุมควรรีบมา อุดรูรั่วโดยเร็ว และดิฉันควรทำ 5ส. ให้เป็นนิสัย
มองโลกในมุมจริง ดูแข็งเป็นก้อนหินและหุ่นยนต์เหมือนกันนะคะ แต่กับหลายเรื่อง เราก็ต้องใช้ความคิดเช่นนี้ เพราะเราทุกคนอยู่ในโลกความจริงที่ไม่อาจหลีกหนีไปไหนได้ แต่บางเรื่องที่เกิดขึ้นกับเราเป็นความจริงที่ทำใจรับได้ยาก จึงมีบางครั้งที่ขอหลบไปอยู่ในโลกแห่งความฝันเสียบ้าง
วันอาทิตย์กลางเดือนมิถุนายน ดิฉันหนีความจริงของชีวิต คืนสู่ความฝันกับละครเวที สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ ค่ะ สำหรับคนชอบละครเวทีคงไม่มีใครไม่รู้จักละครเรื่องนี้ เป็นเรื่องของชายแก่วิกลจริตคนหนึ่ง ที่คิดว่าตัวเองคืออัศวินแห่งลามันชา ท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ เพื่อปราบอธรรม และมอบเกียรติยศแห่งอัศวินแด่นางในดวงใจผู้สูงส่ง ความคิดและการมองโลกอย่างใสพิสุทธิ์ของเขาเป็นแรงบันดาลใจ และจุดประกายแห่งความฝันให้เกิดขึ้นกับตัวละครอื่นๆ และแน่นอนว่า พลังฝันนี้ส่งผ่านจากเขา ดอน กีโฆเต้ มาสู่ผู้ชมละครทุกคนด้วย
ดิฉันเคยดูละครเรื่องนี้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว (เหมือนคนแก่รำลึกความหลังมั้ยคะ) จากวันนั้นจนวันนี้ ยังจำเนื้อเพลงสู่ฝันอันยิ่งใหญ่ท่อนแรกได้ไม่เคยลืม สุดมือ เอื้อมคว้าข้าจะฝัน กล้าหาญราญรบอริร้าย ชีวิตจะปลิดปลดมิลดละง่าย จะไปถิ่นอันคนกล้ายังถอย
สมัยนั้น เพลงนี้สร้างกำลังใจให้ฮึกเหิมเสียจริง สมัยนี้ พลังฝันจากละครยังคงส่งมา อย่างน้อยที่สุดก็ช่วยเพิ่มพลังใจในยามที่ ความจริง กำลังบั่นทอนกำลังใจ แรงน้อยเหนื่อยอ่อนสู้มิรู้ถอยดั่ง ใจหวังจะลอยลิบ หยิบดาว ออกจากความฝันคืนสู่ความจริง ดิฉันบอกกับตัวเองว่า โลกไม่โหดร้ายเกินไปนักหรอก หากเราคิดดีทำดี อีกทั้ง คน มองโลกในมุมจริง ที่อยู่ในหัวของดิฉันก็สำทับมาว่า อย่าดีแต่ฝันสิ ฝันแล้วทำให้มันกลายเป็นจริงด้วย อย่างนี้ถึงจะสุดยอด
พบกับเรื่องนี้ได้ที่ : http://update.se-ed.com/250/editor-250.shtml









