UpDATE Magazine Online
  http://update.se-ed.com         หน้าแรก       ฉบับก่อน           แนะนำ         ติดต่อเรา       สมาชิก         ซีเอ็ด          

ฉบับ 231 ธันวาคม 2549

ปกเล่ม 231

ประจำฉบับ

www.se-edlearning.com

โปรดแจ้ง
E-Mail ของคุณ

เพื่อรับจดหมายข่าว


Subscribe       
Unsubscribe

  Powered by
YourMailinglist Provider.com

                          Space Hotline #231                      
 

    อนุภาคจากลมสุริยะช่วยไขปริศนาดวงจันทร์   
        ร่องรอยสารเคมีที่พ่นออกมาจากดวงอาทิตย์อาจช่วยไขปัญหาของดวงจันทร์
        ในช่วงสี่พันล้านปีที่ผ่านมา อนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์ได้พุ่งเข้าถล่มดวงจันทร์ แต่การศึกษาหินตัวอย่างของดวงจันทร์ที่นำกลับมาจากโครงการอะพอลโลได้สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์มาตลอด เนื่องจากว่านักวิทยาศาสตร์ตรวจพบว่าสัดส่วนไอโซโทปของนีออนสองชนิดมีความแตกต่างกันตามความลึกในหิน คือพบนีออน-22 มากกว่านีออน-20 ที่ระดับความลึกในเนื้อหินน้อย ซึ่งสวนทางกับทฤษฎีที่ว่า ดวงอาทิตย์เคยมีความตื่นตัวมากกว่าทุกวันนี้ ทำให้มีการยิงอนุภาคพลังงานสูงออกมาและพุ่งเข้าไปในหินได้ลึกกว่า
        ตอนนี้ แองส์การ์ กริมเบิร์ก (Ansgar Grimberg) จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งสวิสในเมืองซูริก และคณะผู้ร่วมงานได้ไขปัญหานี้ได้แล้ว เมื่อพวกเขาเก็บตัวอย่างอนุภาคในอวกาศที่จับด้วยแก้วเมทัลลิกที่นำขึ้นไปรับลมสุริยะเป็นเวลา 27 เดือนบนยานอวกาศเจเนซิส และนำมาวัดสัดส่วนการกระจายไอโซโทปของนีออน พวกเขาพบว่า ชั้นบนของตัวอย่างมีสัดส่วนของนีออน-20 สูงกว่าที่ตรวจพบในหินตัวอย่างของดวงจันทร์ ในขณะที่ชั้นล่างจะมีสัดส่วนไอโซโทปของนีออนคล้ายกับหินตัวอย่างจากดวงจันทร์
       ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่า การกัดเซาะจากสะเก็ดดาวขนาดเล็ก และอนุภาคในอวกาศได้กัดเซาะให้นีออนดั้งเดิมหลุดออกไปจากชั้นนอกของหินดวงจันทร์ และยังแสดงให้เห็นด้วยว่า การกัดเซาะโดยลมสุริยะแค่เพียงอย่างเดียวก็สามารถอธิบายปริศนาเรื่องความแตกต่างของสัดส่วนของธาตุนีออนในหินดวงจันทร์ได้

    ยานอวกาศฮิโนเดะจับภาพดาวพุธผ่านดวงอาทิตย์   
         ยานสำรวจดวงอาทิตย์ของญี่ปุ่นบันทึกภาพเหตุการณ์ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์
        ในภาพจะเห็นดาวพุธเป็นจุดดำเล็กๆ โดยมีดวงอาทิตย์อยู่ด้านหลัง ยานอวกาศสำรวจดวงอาทิตย์ของญี่ปุ่นที่ชื่อฮิโนเดะหรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่าโซลาร์บี ทำการถ่ายภาพนี้เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 โดยจับภาพตั้งแต่ดาวพุธเริ่มเคลื่อนผ่านหน้าดวงอาทิตย์ มีคนนับพันบนโลกที่ถ่ายภาพเหตุการณ์นี้ แต่ภาพจากยานฮิโนเดะต่างจากภาพเหล่านั้นเพราะเป็นการถ่ายภาพด้วยคลื่นรังสีเอกซ์
        กล้องโทรทรรศน์รังสีเอกซ์ของยานฮิโนเดะเป็นกล้องรังสีเอกซ์ที่ดีที่สุดที่ลอยอยู่ในอวกาศ มีความละเอียดสูงและสามารถถ่ายภาพได้รวดเร็วคือหนึ่งภาพทุกวินาที
        นักฟิสิกส์สนใจภาพรังสีเอกซ์ของดวงอาทิตย์เพราะมันช่วยให้ตรวจหาก๊าซที่ร้อนที่สุดในชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ได้ เช่น ส่วนสว่างเหนือดาวพุธในภาพนี้คือมวลพลาสมาขนาดยักษ์ที่ร้อนนับล้านองศาซึ่งถูกจับไว้ด้วยสนามแม่เหล็กของจุดดับดวงอาทิตย์ ถ้าดูด้วยกล้องโทรทรรศน์ธรรมดาก็แทบจะสังเกตสิ่งนี้ไม่เห็นเลย
        ยานฮิโนเดะเพิ่งจะขึ้นจากโลกเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา และยังอยู่ในช่วงของการเตรียมการสำหรับภารกิจจริง ศูนย์ควบคุมภาคพื้นดินยังคงทดสอบกล้องและอุปกรณ์ต่างๆ ของยาน โดยคาดว่าจะเริ่มต้นภารกิจจริงภายในเดือนนี้

   พบรูปแบบคลื่นลึกลับในเมฆของดาวศุกร์  
        ยานวีนัสเอกซ์เพรสถ่ายภาพรูปแบบคลื่นประหลาดในเมฆของดาวศุกร์
        ภาพที่ถ่ายได้นี้เป็นการถ่ายภาพเนื่องในโอกาสครบรอบหนึ่งปีของการส่งยานอวกาศลำนี้ขึ้นสู่วงโคจร โดยยานวีนัสเอกซ์เพรสขึ้นจากพื้นโลกเมื่อ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 และเข้าสู่วงโคจรรอบดาวศุกร์เมื่อ 11 เมษายน พ.ศ. 2549 เพื่อทำการศึกษาชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ ค้นหาต้นกำเนิดของกระแสลมรุนแรงถึง 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยังตรวจหาว่ายังมีภูเขาไฟคุกรุ่นอยู่บนดาวศุกร์หรือไม่
        หนึ่งในภาพใหม่ที่เผยแพร่ออกมานั้นเป็นภาพคลื่นรูปแบบประหลาดในชั้นบรรยากาศ ประกอบขึ้นด้วยเมฆปกติที่มีช่องว่างระหว่างกัน เมฆในภาพนี้มีสีเข้มเนื่องจากเป็นการถ่ายภาพด้วยคลื่นอินฟราเรด ทำให้เมฆเป็นเงาดำเพราะไปบังรังสีอินฟราเรดที่ออกมาจากชั้นบรรยากาศที่อยู่ต่ำลงไป ในขณะที่ช่องว่างจะสว่างกว่าเนื่องจากรังสีอินฟราเรดทะลุผ่านออกมาได้
        นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบว่ารูปแบบของเมฆนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่รูปแบบนี้พบในบริเวณแนวเส้นรุ้งกึ่งกลางระหว่างเส้นศูนย์สูตรกับขั้วใต้ของดาวศุกร์ และไม่พบในบริเวณอื่น เป็นไปได้ว่ากระแสลมที่หมุนเวียนบนดาวศุกร์เกิดมีความเร็วต่างกันในแต่ละด้านของบริเวณขอบทำให้เกิดรูปแบบนี้ หรืออาจเกิดจากก๊าซที่ลอยขึ้นมาและตกลงไปในชั้นบรรยากาศ แม้ว่าสิ่งที่เห็นในเมฆของดาวศุกร์นี้จะทำให้นึกถึงสร้อยลูกปัดที่พบในเมฆบนดาวเสาร์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันมีความเกี่ยวข้องกัน
        นอกจากนี้ยังมีภาพที่ถ่ายบริเวณใกล้กับขั้วใต้ของดาวศุกร์และเห็นปื้นสว่างขนาดใหญ่ พื้นที่นี้เป็นเมฆบางที่ยอมให้รังสีอินฟราเรดส่องทะลุผ่านจากด้านล่างขึ้นมาได้ และเปิดโอกาสให้สำรวจลึกลงไปในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์เอง

    อนุภาคจากวงแหวนดาวเสาร์วิ่งตามดวงจันทร์โพรมีเทียส  
       ภาพจากแคสสินีแสดงให้เห็นกระแสอนุภาคจากวงแหวน เอฟ ของดาวเสาร์วิ่งไล่ตามดวงจันทร์โพรมีเทียส
       ดวงจันทร์โพรมีเทียสจะเข้าใกล้ขอบในของวงแหวนนี้หนึ่งครั้งในหนึ่งรอบโคจร และแม้มันจะมีขนาดหน้าตัดเพียง 102 กิโลเมตร แต่แรงดึงดูดโน้มถ่วงของมันก็สามารถรบกวนอนุภาคภายในวงแหวนนั้น ใน พ.ศ. 2552 วงโคจรของดวงจันทร์ดวงนี้จะเข้าไปที่แก่นกลางของวงแหวน เอฟ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับวงแหวนกำลังเฝ้ารอคอย
        ภาพที่ที่บันทึกได้นี้ถ่ายด้วยคลื่นที่ตามนุษย์มองเห็นจากยานแคสสินีเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2549 จากระยะห่างราว 1.8 ล้านกิโลเมตร

                                                                                โดย...  ทิชากร

พบกับเรื่องนี้ได้ที่ :
http://update.se-ed.com/231/sp.htm

 


Discovery ResearchPaper NASA
WhyFilesSavvySearch เชื่อมสู่สถาบันการศึกษา วิชาการ.คอม


UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ 75 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 825 บาท
จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0 2739 8111 โทรสาร 0 2739 8228
E-mail : update@se-ed.com

SEED Update Magazine Microcomputer User Internet
เซมิคอนดัคเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ Industrial Hobby Mechanical