|
ฉบับ 228 กันยายน 2549
|
|

|
|
ประจำฉบับ
|
o o จดหมายถึงบ.ก. o
o
o
o
o
o
o o
|

Powered by
YourMailinglist Provider.com
|
บทความวิทยาศาสตร์
#228
งานเลี้ยงบนซากวาฬ
|
ความตายของวาฬซึ่งมีประชากรร่อยหรอลงไปในทุกวันนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างใด แต่กลับเป็นจุดเริ่มต้นของงานเลี้ยงอันมโหฬารที่ยาวนานนับศตวรรษของชุมชนสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนซากวาฬ
|
ในครั้งต่อไปที่มีวาฬมาเกยตื้นบนชายฝั่งของนิวซีแลนด์ เครก สมิท จะแอบหวังอยู่ลึกๆ ว่าความพยายามในการช่วยชีวิตอาจล้มเหลว เพื่อว่าเขาจะได้ลากวาฬที่ตายแล้วออกไปในทะเล โดยมัดเข้ากับเศษโลหะที่หนักเป็นตัน แล้วส่งมันลงไปยังสุสานใต้น้ำ สมิทเป็นนักชีววิทยาทางทะเลแห่งมหาวิทยาลัยฮาวายที่เมืองมานัว ได้จมวาฬที่ตายในลักษณะนี้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2535 แต่มันยังคงส่งกลิ่นเหม็น และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ซึ่งค่าใช้จ่ายในการจมวาฬแต่ละครั้งตกประมาณ 300,000 บาท นั่นมันเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงจมมันลงไปแค่เจ็ดครั้งเท่านั้น แต่ทุกครั้งที่มีการจมวาฬ สมิทก็จะเรียนรู้เพิ่มขึ้นทีละน้อยเกี่ยวกับถิ่นที่อยู่ที่น่า ดึงดูดใจที่สุดและแปลกประหลาดที่สุดแห่งหนึ่งบนพื้นมหาสมุทร ซากวาฬ ชุมชนมหัศจรรย์ของ สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอาหารจากซากขนาดใหญ่ของมัน ซากวาฬสามารถอยู่ได้นับสิบปี หรือบางทีอาจนานนับร้อยปี และยังมีส่วนสนับสนุนการรับช่วงต่อกัน ของบรรดาสัตว์ที่แสนประหลาดและมหัศจรรย์ ซึ่งบางชนิดมีชีวิตอยู่ได้ เฉพาะบนวาฬที่ตายแล้วเท่านั้น ในแง่ความหลากหลายของชนิดสัตว์แล้ว นักวิจัยเริ่มตระหนักได้ว่า ซากวาฬเป็นสิ่งสำคัญพอๆ กับปล่องระบายน้ำร้อนหรือน้ำที่ซึมมาจากใต้พื้นทะเล สมิท กล่าวว่า มันเป็นจุดที่มีความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นทะเลลึก นักชีววิทยามีความสงสัยมานานว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับวาฬที่ตายในทะเลเปิด จนกระทั่งเมื่อ พ.ศ. 2477 นัก สัตววิทยาชาวเดนมาร์กชื่อ ออกัสต์ โคร คาดการณ์ว่า วาฬที่ตายและจมลงสู่ก้นทะเลจะถูกกินโดยสิ่งมีชีวิตอะไรก็ตาม ที่อาศัยอยู่บริเวณข้างใต้นั้น แต่นั่นก็ นานกว่าห้าสิบปี ก่อนหน้าที่นักวิจัยจะได้เห็นความเป็นไปของวาฬที่ตายลง ใน พ.ศ. 2530 ขณะที่ บรูซ เบนเนตต์ แห่งมหาวิทยาลัยฮาวายกำลัง ทำแผนที่อยู่ใต้ท้องน้ำของอ่าวซานทา แคทาลีนา นอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย เขาพบจุดบางอย่างแปลกๆ ที่ก้นมหาสมุทรลึกลงไป 1,240 เมตร ในตอน แรกเขาคิดว่ามันเป็นซากเรือที่อับปาง หรือเป็นโครงกระดูกของไดโนเสาร์ แต่เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นโครงกระดูกของวาฬยาว 18 เมตร ซินดี้ แวน โดเวอร์ นักชีววิทยาทางทะเลที่วิทยาลัยวิลเลียม แอนด์ แมรี่ ในวิลเลียมสเบิร์ก มลรัฐเวอร์จิเนีย ผู้ซึ่งไปเยี่ยมชมโครงกระดูกนั้น กล่าวว่า มันน่าสะพรึงกลัวและสะเทือนอารมณ์มาก และวางเรียงกันอย่างสมบูรณ์บนพื้นทะเลราวกับอยู่ในพิพิธภัณฑ์
กองปกคลุมบนไขมันของวาฬ ปีต่อมา คณะทำงานรวมทั้งสมิท ไปเฝ้าติดตามดูอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เขาประเมินว่าเป็นโครงกระดูกของวาฬ สีน้ำเงินหรือวาฬครีบคมน้ำหนัก 60 ตัน และอยู่ตรงนั้นมาเป็นเวลาหลายปี (ตอน นี้สมิทเชื่อว่ามันอยู่ตรงนั้นมานานกว่า หกสิบปี) โครงกระดูกเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิต คณะทำงานสังเกตเห็นสัตว์ประมาณ 12,000 ตัว จากสัตว์มากกว่า 43 ชนิด สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดก็คือ รูปแบบของการดำรงชีวิตหมือนกับ พวกที่พบอยู่ตามปล่องระบายน้ำร้อนอย่างสังเกตได้ ซึ่งค้นพบมาแล้วก่อนหน้านี้เป็นเวลากว่าสิบปี และทำความประหลาดใจให้กับทั่วโลกมาแล้ว (เป็นการค้นพบชุมชนใหม่ของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ตามปล่องน้ำพุร้อน ซึ่งมีวิธีดำรงชีวิตที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากที่เคยพบเห็นกัน โดยใช้สารเคมีแทนการใช้แสงเป็นแหล่งของพลังงาน-ผู้แปล) ตั้งแต่นั้นมาสมิทและนักชีววิทยาทางทะเลคนอื่นๆ ก็ค้นพบและศึกษาซากวาฬอีกมากกว่าแปดตัว ทั้งยังสร้างขึ้นเองอีกมากมาย โดยลากวาฬที่ตายบริเวณชายฝั่งออกไปไว้ในทะเล ผลที่ได้ก็คือ พวกเขาได้เรียนรู้อย่างมากเกี่ยวกับความแปลกประหลาดของชีวิตหลังความตายของวาฬ วาฬเพชฌฆาตที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในธรรมชาติ มักจะอดอยากและเป็นโรคในระหว่างการอพยพ วาฬที่ตายในทะเลเปิดจะจมลงสู่ก้นมหาสมุทรอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมันมักจะขาดอาหาร และทันทีที่จมลงไปยังความลึกประมาณ 1,000 เมตร มันก็จะอยู่ตรงนั้น ความดันน้ำที่ระดับความลึกดังกล่าวทำให้ เกิดการแตกสลายตัวของแก๊ส จนไม่สามารถที่จะจมซากวาฬลงไปก้นมหาสมุทรได้โดยไม่มีของเพื่อถ่วงน้ำหนัก สำหรับพื้นมหาสมุทรที่ขาดแคลนสารอาหาร ซากวาฬจะเป็นขุมทรัพย์อันอุดมสมบูรณ์ ปลดปล่อยสารอาหารให้สะสมบนพื้นทะเลไปนานถึงสี่พันปี สมิทกล่าวว่า มันจะเป็นอาหารก้อน มหึมาในสภาพแวดล้อมที่ขาดแคลนอาหาร มวลโดยเฉลี่ยของวาฬขนาดใหญ่อยู่ที่ประมาณ 40 ตัน ซึ่งประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์เป็นเนื้อเยื่ออ่อน ภายในวันที่วาฬแตะถึงพื้น ซาก ของมันก็จะเต็มไปด้วยสัตว์กินซากสัตว์ที่เคลื่อนที่ได้ เช่น ฉลามนิทรา ปลาปากกลม (ลักษณะคล้ายปลาไหล มีตาที่ยังไม่พัฒนา ปากกลม ฟันแหลมเพื่อเจาะเนื้อปลาอื่นเป็นอาหาร-ผู้แปล) และแมงดาทะเล ซึ่งจะรุมกินส่วนที่เป็น เนื้อเยื่ออ่อนของซากประมาณ 60 กิโลกรัมต่อวันอย่างตะกละตะกลาม และถึงแม้กินในอัตรานี้ก็ยังต้องใช้เวลาอยู่นานเพื่อที่จะกินจนหมด วาฬ สีเทาน้ำหนัก 35 ตัน ที่สมิทจมลงไปในน้ำลึกที่ท้องน้ำซานทาครูซใน พ.ศ. 2541 ใช้เวลาประมาณปีครึ่งเพื่อกินลงไปถึงกระดูก และเขาประมาณว่าถ้าเป็นวาฬสีน้ำเงินขนาดใหญ่ที่หนักประมาณ 160 ตัน จะต้องใช้เวลาถึงสิบเอ็ดปี ไม่มีอะไรที่แปลกประหลาดมาก นักเกี่ยวกับพวกสัตว์ที่กินเนื้อเยื่ออ่อน ทั้งหมดเป็นสัตว์กินซากแบบฉวยโอกาสที่กินค่อนข้างมาก และมักกินสัตว์อะไรก็ตามที่ตายและตกลงมาถึงพื้นมหาสมุทร แต่สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นจะเป็นลักษณะพิเศษเฉพาะตัว เมื่อสัตว์กินซากกลุ่มใหญ่เสร็จสิ้นภารกิจและ เคลื่อนออกไปแล้ว กลุ่มของสัตว์อื่นๆ ก็จะเข้ามาแทน โดยเริ่มจากบริเวณตะกอนไขมันวาฬที่กองอยู่รอบๆ ซากวาฬ แต่เป้าหมายที่แท้จริงของมัน ก็คือส่วนของกระดูก โครงกระดูกของวาฬหนักได้ถึง 20 ตัน และ 60 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักก็คือไขมัน ซึ่งเป็นลักษณะที่พิเศษไปจากบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมด้วยกัน กระดูกของวาฬจะถูกปกคลุมอย่างรวดเร็วด้วยหนอนที่ชอบสวาปามกอง ไขมัน หอยฝาเดียว หอยสองฝา หอยหมวกเจ๊ก (หอยชนิดหนึ่ง มักเกาะตามหิน-ผู้แปล) โดยมีความหนาแน่น ของประชากรมากกว่าสัตว์ชนิดอื่นที่ เคยพบเห็นในทะเลลึก สัตว์หลายชนิดในตระกูลเหล่านี้พบได้เฉพาะบนซาก วาฬเท่านั้น และดูเหมือนมันจะเป็น ผู้เชี่ยวชาญซากวาฬ บางทีสิ่งประหลาดลึกลับที่สุดอาจได้แก่หนอนผีดิบที่กินกระดูก ซึ่งมีการกล่าวถึงครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2547 เพียงเท่านั้น ดูเหมือนว่ามันจะมีความยาวประมาณห้าเซนติเมตร แต่เกือบทั้งหมดของส่วนร่างกายประกอบด้วย ราก ที่เจาะทะลุเข้าไปในกระดูกของวาฬ และ สกัดเอาไขมันออกมา โดยอาศัยความช่วยเหลือจากแบคทีเรียที่อาศัยแบบพึ่งพาอยู่ในตัวของหนอน และก็เช่นเดียวกับหนอนที่ปล่องระบายน้ำร้อนซึ่งมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน นั่นก็คือมันไม่มีระบบลำไส้ สมิทกล่าวว่า มันเป็นตัวอย่างล่าสุดของการวิวัฒนาการอย่างสูงสุด และมีกลยุทธ์การกินอาหารแบบใหม่ที่นักวิทยาศาสตร์ไม่เคยนึกฝัน ในระยะที่สองนี้อาจกินเวลานาน ซึ่งสำหรับวาฬสีเทาที่หนัก 35 ตันห่าง จากซานทาครูซออกไปอาจใช้เวลาถึง สี่ปี แต่นี่ก็เป็นเพียงช่วงเล็กๆ เมื่อเทียบกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อมา เมื่อการฉกฉวยโอกาสสงบลง ชุมชนอีกกลุ่มหนึ่งก็ เข้ามา ชุมชนนี้คือ กลุ่มผู้รักซัลไฟด์ นำทีมโดยแบคทีเรียแบบไม่ต้องการอากาศที่จะค่อยๆ บุกรุกเข้าไปด้านในของกระดูกทีละน้อย และย่อยสลายไขมันที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งจะชะล้างซัลไฟด์ที่ช่วยในการยังชีพของชุมชนที่ซับซ้อนของพวกหอยสองฝา หอยหมวกเจ๊ก พวกสัตว์เปลือกแข็ง หอยแมลงภู่ และหนอน โครงกระดูกของวาฬในช่วง ระยะนี้จะเป็นที่อาศัยของสิ่งมีชีวิต 185 ชนิด ถึงแม้ว่าสามารถพบสิ่งมีชีวิตหลายชนิดได้ตามปล่องที่อุดมไปด้วยซัลไฟด์ หรือบริเวณที่น้ำซึมจากใต้ทะเล หรือทั้งสองอย่าง แต่ก็มีบางชนิดเช่นกันที่เป็นผู้เชี่ยวชาญซากวาฬ ในระยะที่สามนี้ดำเนินไปเป็นระยะเวลาค่อนข้างนานอย่างสังเกตได้ โครงกระดูกของวาฬที่ถูกค้นพบใน พ.ศ. 2530 แม้ผ่านไปหกสิบกว่าปีแล้วก็ยังคงมีกิจกรรมดำเนินอยู่ และสมิทประเมินว่าวาฬขนาดใหญ่จะยัง คงอยู่ต่อไปได้ถึงร้อยปีหรือมากกว่า นั้น เขากล่าวว่า กระดูกวาฬมีขนาดใหญ่ กะโหลกศีรษะของวาฬสีน้ำเงิน มีความยาวสี่เมตร และเส้นผ่านศูนย์กลางสองเมตร มันมีแหล่งเก็บไขมันขนาดใหญ่ในของเหลวระหว่างเซลล์ กระดูก ซึ่งแบคทีเรียจะเข้าถึงได้ยาก ดังนั้นจึงใช้เวลาหลายสิบปีในการปลดปล่อยออกมา และนี่เองที่เป็นตัวแยกความแตกต่างของซากวาฬออกจาก มวลสารอินทรีย์ชนิดอื่นๆ ที่จมสู่พื้นทะเล ไม่มีอะไรอีกแล้วที่จะมีขนาดใหญ่หรือมีกระดูกที่เต็มไปด้วยไขมันมากพอที่จะช่วยพยุงระบบนิเวศทั้งหมดไว้ได้นานนับสิบปี มันก็อาจมีซากวาฬอยู่จำนวนมากด้วย ที่อ่าวมอนเทอเรย์ห่างจาก แคลิฟอร์เนียออกไป นักวิจัยพบแหล่งน้ำซึมจากใต้ทะเลมากนับพัน แต่พบ ซากวาฬเพียงสี่ตัว แต่ปล่องระบาย น้ำร้อนหรือน้ำที่ซึมจากพื้นทะเลจะเกิดในลักษณะเป็นกลุ่มรวมกัน โดยปล่องระบายน้ำร้อนเกิดตามแนวสันกลางทะเล และน้ำซึมจะเกิดตามขอบทวีป ในขณะที่ซากวาฬนั้นสามารถที่จะเกิดบริเวณใดก็ได้ แม้ด้วยประชากรวาฬที่ร่อยหรอ ลงไปในทุกวันนี้ สมิทและ เอมี เบโค เทย์เลอร์ แห่งสถาบันสมุทรศาสตร์วู้ดส์โฮล ในแมสซาชูเซตส์ประเมินว่า จะมีวาฬขนาดใหญ่ประมาณ 69,000 ตัวตายลงในทุกๆ ปี ซากวาฬส่วนมากจะจมลงสู่ทะเลลึก ทั้งสองประเมินว่า ณ ช่วงเวลาหนึ่งๆ มีซากวาฬที่ยังมีกิจกรรมดำเนินอยู่มากกว่า 850,000 ตัว ที่บริเวณห่างออกไปโดยเฉลี่ยสิบสองกิโลเมตร นั่นหมายความว่าซากวาฬอาจมีจำนวนมากกว่าปล่องน้ำพุร้อน ซึ่ง คาดกันว่ามีอยู่ประมาณ 80,000 แหล่ง และมันก็มีความหลากหลายด้วยสิ่ง มีชีวิตจำนวน 407 ชนิดที่พบในซากวาฬ และจากปล่องน้ำพุร้อน 469 ชนิด และซากวาฬก็ยังเป็นอาณานิคมที่ค่อนข้าง จะยังไม่มีการสำรวจ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมสมิทจึงต้องการทิ้งซากวาฬลงในทะเลห่างจากชายฝั่งของนิวซีแลนด์ เขากล่าวว่า ผมมั่นใจว่าเราต้องพบสิ่งมีชีวิตเพิ่มอีกมากมาย มันเป็นมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ไพศาล
แปลและเรียบเรียงจาก Long dark teatime of the zombie worms, NewScientist, 12 November 2005
โดย... วรางคณา
พบกับเรื่องนี้ได้ที่ : http://update.se-ed.com/228/whale.htm


UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ
75 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 825 บาท จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0 2739 8111 โทรสาร 0 2739 8228
E-mail : update@se-ed.com
|