UpDATE Magazine Online
  http://update.se-ed.com         หน้าแรก       ฉบับก่อน           แนะนำ         ติดต่อเรา       สมาชิก         ซีเอ็ด          

ฉบับ 228 กันยายน 2549

ปกเล่ม 228

ประจำฉบับ

www.se-edlearning.com

โปรดแจ้ง
E-Mail ของคุณ

เพื่อรับจดหมายข่าว


Subscribe       
Unsubscribe

  Powered by
YourMailinglist Provider.com

                          Space Hotline #228                       
 

    เจมส์ แวน อัลเลน เสียชีวิต 
        เจมส์ แวน อัลเลน นักฟิสิกส์ชาวอเมริกันจากโลกนี้ไปแล้วเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2549
        แวน อัลเลนเป็นบุคคลสำคัญในการแข่งขันด้านอวกาศของสหรัฐอเมริกา และยังเป็นผู้ที่ค้นพบแถบรังสีที่ล้อมรอบโลกอยู่ซึ่งต่อมาได้รับการตั้งชื่อตามชื่อของเขา อัลเลนเป็นผู้ที่ออกแบบอุปกรณ์วิทยาศาสตร์หลายอย่างที่ใช้กับยานสำรวจเริ่มตั้งแต่อุปกรณ์ในดาวเทียมเอกซ์พลอเรอร์-1 ที่ขึ้นสู่อวกาศเมื่อ พ.ศ. 2501 หลังจากการส่งยานสปุตนิก 1 ของอดีตสหภาพโซเวียตเพียงสี่เดือน
        ภารกิจของยานเอกซ์พลอเรอร์ครั้งนั้นทำให้มีการค้นพบแถบรังสีของอนุภาคที่มีประจุรูปร่างคล้ายโดนัทล้อมรอบโลกอยู่และได้รับการเรียกว่าแถบแวน อัลเลน เขายังเป็นบุคคลที่นิยมการสำรวจอวกาศด้วยยานอวกาศที่ไม่มีมนุษย์มากกว่าการใช้นักบินอวกาศอีกด้วย ผลงานทางวิทยาศาสตร์ยุคแรกๆ ของเขามีตั้งแต่การใช้จรวดที่ยกตัวขึ้นด้วยบอลลูนเพื่อศึกษาอิเล็กตรอนในบรรยากาศที่เชื่อว่าเป็นจุดกำเนิดของแสงเหนือ ต่อมาเขายังมีการทดลองในยานอวกาศหลายลำทั้งมาริเนอร์ ไพโอเนียร์ วอยเอเจอร์ กาลิเลโอ และแคสสินี
        แวน อัลเลนเกิดที่เมาท์ พลีเซนต์ รัฐไอโอวา เมื่อ พ.ศ. 2457 อยู่กับภรรยาจนเสียชีวิตโดยมีลูกห้าคน หลานอีกเจ็ดคน รวมอายุ 91 ปี

    ปริศนาลิเทียมกับบิ๊กแบง  
        นักวิทยาศาสตร์พบเหตุผลที่ปริมาณของธาตุลิเทียมมีน้อยกว่าที่ทฤษฎีบิ๊กแบงทำนายไว้
        ปัญหาจุกจิกเกี่ยวกับทฤษฎีบิ๊กแบงประการหนึ่งก็คือ ทฤษฎีได้ทำนายปริมาณธาตุลิเทียมไว้มากกว่าที่นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบได้จริง แต่ดูเหมือนเราจะพบคำตอบแล้ว นั่นก็คือดาวฤกษ์เป็นผู้ทำลายธาตุลิเทียมไป
        ธาตุที่มีน้ำหนักเบาที่สุดคือ ไฮโดรเจน ฮีเลียม และลิเทียม จะเกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์บิ๊กแบงไม่นาน ปริมาณของธาตุไฮโดรเจนและฮีเลียมในบรรยากาศของดาวฤกษ์อายุมากนั้นสอดคล้องกับทฤษฎี แต่สำหรับลิเทียมแล้ว กลับมีน้อยไปราวสองถึงสามเท่า
        คำอธิบายหนึ่งก็คือ ลิเทียมรุ่นแรกนั้นอาจจะแพร่ไปยังใจกลางของดาวฤกษ์แล้วก็ไม่กลับมายังที่ผิวดาวอีกเลย เนื่องจากปฏิกิริยานิวเคลียร์แบบรวมตัวได้ทำลายธาตุลิเทียมไปที่ระดับอุณหภูมิสองล้านองศาเซลเซียส ในทางตรงกันข้าม การหลอมรวมตัวของธาตุไฮโดรเจนจะเกิดขึ้นที่ราวสิบล้านองศาเซลเซียส
        เพื่อทดสอบแนวคิดนี้ แอนเดรียส คอร์น และผู้ร่วมงานจากมหาวิทยาลัย อัปป์ซาลาในประเทศสวีเดนได้ใช้กล้อง VLT ในประเทศชิลีเพื่อตรวจวัดปริมาณธาตุเหล็ก แคลเซียม และไทเทเนียมในดาวฤกษ์ 18 ดวงในกระจุกดาว NGC 6397 ซึ่งมีอายุ 13.5 พันล้านปี ดาวฤกษ์ทั้ง 18 ดวงนั้นมีช่วงวิวัฒนาการที่ต่างกัน พวกเขานำข้อมูลที่ได้มาปรับเทียบค่าแบบจำลองที่ใช้ทำนายว่าธาตุต่างๆ มีการเคลื่อนที่ในดาวแตกต่างกันอย่างไร แบบจำลองแสดงให้เห็นว่า ลิเทียมในตอนแรกเริ่มนั้นมีปริมาณมากกว่าค่าเฉลี่ยที่เราตรวจพบได้ในปัจจุบันถึงสองเท่า ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีบิ๊กแบง

    ความสำเร็จของยานอวกาศแบบพองตัวได้  
        ยานอวกาศแบบพองตัวได้ซึ่งไม่มีมนุษย์ควบคุม เข้าสู่วงโคจรและส่งภาพถ่ายกลับสู่โลก
        บริษัทบิเกโล แอโรสเปซ แถลงข่าว ยานเจเนซิส 1 ได้ส่งภาพจำนวนมากกลับมายังโลก ภาพเหล่านี้เป็นภาพส่วนต่างๆ ของยานที่บันทึกด้วยกล้องบันทึกภาพหลายตัว อย่างไรก็ตาม บริษัทปฏิเสธที่จะเผยแพร่ภาพเหล่านั้นสู่สาธารณชน
        ยานอวกาศลำนี้เป็นการทดลองยานอวกาศแบบใหม่ เพื่อทดสอบเทคโนโลยีในการสร้างสถานีอวกาศในเชิงพาณิชย์ที่สามารถพองตัวเองได้ รอเบิร์ต บิเกโล ผู้ก่อตั้งบริษัทกล่าวว่ายานเจเนซิส 1 ทำงานได้ดีทั้งในส่วนของคอมพิวเตอร์ แผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ แบตเตอรี่และระบบความดันภายในยาน บิเกโลซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรมในอเมริกามีความฝันที่จะสร้างยานโคจรที่ต่อขยายได้โดยการประกอบยานอวกาศแบบเดียวกับเจเนซิสภายใน พ.ศ. 2558 โดยจะใช้เงินลงทุน 500 ล้านเหรียญฯในการสร้างสถานีอวกาศที่อยู่อาศัยได้ในสภาพของโรงแรม ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่สนามกีฬา
        แต่ในขั้นแรกนั้น วิศวกรจำเป็นต้องทดสอบแนวคิดของการพองตัวของยานอวกาศก่อน นับจากนี้ไปตลอดห้าปี พวกเขาจะทำการศึกษาว่ายานเจเนซิส 1 สามารถทนกับสภาพแวดล้อมในอวกาศได้ดีแค่ไหน ภารกิจในอนาคตจะมุ่งไปที่การเชื่อมต่อระหว่างยานอวกาศซึ่งเป็นกุญแจหลักในการพัฒนาสถานีอวกาศเชิงพาณิชย์
        หลังจากที่ยานเจเนซิส 1 เข้าสู่วงโคจรได้เจ็ดชั่วโมง เจ้าหน้าที่ควบคุมบนพื้นโลกก็ได้ยืนยันว่า ยานอวกาศทรงแตงโมที่มีขนาดยาว 4.26 เมตร กว้าง 1.22 เมตรตอนขึ้นจากฐาน ก็ได้พองตัวออกจนมีขนาดใหญ่ขึ้นสองเท่า
        บิเกโล แอโรสเปซมีแผนจะส่งยานอวกาศอีกครั้งราวปลายปีน

    พบดาวฤกษ์รุ่นเยาว์กลางดาราจักรที่วุ่นวาย  
        นักดาราศาสตร์พบดาวฤกษ์อายุน้อยในกลุ่มของดาวฤกษ์ขนาดใหญ่ที่กลางทางช้างเผือก
        กลุ่มของดาวฤกษ์ขนาดยักษ์เหล่านี้ มีตำแหน่งอยู่ในรัศมี 100 ปีแสงจากหลุมดำขนาดยักษ์ที่กลางทางช้างเผือก ดาวฤกษ์กลุ่มที่อยู่ใกล้หลุมดำที่สุดอยู่ห่างเพียงสามปีแสง และน่าจะมีอายุเพียงหกล้านปี การมีดาวฤกษ์อายุน้อยอยู่ใกล้กับหลุมดำเป็นปริศนาที่นักดาราศาสตร์ต้องขบคิดมานานแล้ว จากการคำนวณแสดงว่า เมฆก๊าซที่ระยะห่างขนาดนี้น่าจะโดนแรงดึงดูดจากหลุมดำฉีกขาดจนไม่น่าจะทำให้เมฆก๊าซเหล่านี้รวมตัวกลายเป็นดาวฤกษ์ขึ้นมาได้ นอกจากนั้น ดาวฤกษ์พวกนี้ก็มีอายุน้อย หรือมีเวลาไม่มากพอที่มันจะเคลื่อนที่จากตำแหน่งอื่นเข้ามาอยู่ในบริเวณนี้ได้
        และตอนนี้ ทอม จีเบลล์ จากหอดูดาวเจมิไนก็พบว่าดาวฤกษ์ดวงหนึ่งในกลุ่มที่อยู่ใกล้หลุมดำที่สุดมีอายุน้อยกว่าดวงอื่นๆ ในกลุ่มซึ่งทำให้ปริศนานี้มีความซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีก
        การตรวจสอบแถบสเปกตรัมพบว่าดาวฤกษ์ชื่อ IRS8* มีอายุเพียง 3.5 ล้านปี และยังมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ของเราถึง 45 เท่า ทั้งยังส่องสว่างมากกว่าถึง 350,000 เท่าด้วย ข้อมูลนี้ทำให้ดาวฤกษ์ IRS8* เป็นดาวฤกษ์ที่มีอายุน้อยที่สุดและมีมวลมากที่สุดในกลุ่มดาวฤกษ์นั้น ถ้าดาวฤกษ์ดวงนี้เป็นดาวฤกษ์เดี่ยว ก็จะทำให้เราไม่สามารถระบุการกำเนิดของมันได้ ในขณะเดียวกันนักวิจัยส่วนหนึ่งบอกว่า เป็นไปได้ที่ IRS8* จะเป็นระบบดาวคู่ที่โคจรรอบกันและอยู่ใกล้กันเกินกว่าที่กล้องดูดาวจะแยกได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ดาวฤกษ์ทั้งคู่ก็จะแลกเปลี่ยนมวลสารระหว่างกัน มีการเปลี่ยนแปลงปฏิกิริยาเคมีภายในจนทำให้ดูเหมือนเป็นดาวฤกษ์ขนาดใหญ่เพียงดวงเดียว

                                                                                โดย...  ทิชากร

พบกับเรื่องนี้ได้ที่ :
http://update.se-ed.com/228/sp.htm

 


Discovery ResearchPaper NASA
WhyFilesSavvySearch เชื่อมสู่สถาบันการศึกษา วิชาการ.คอม


UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ 75 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 825 บาท
จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0 2739 8111 โทรสาร 0 2739 8228
E-mail : update@se-ed.com

SEED Update Magazine Microcomputer User Internet
เซมิคอนดัคเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ Industrial Hobby Mechanical