|
เรื่องจากปก
#225
พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อมวลสรรพสัตว์ ภาพ ส.ค.ส. พระราชทานประจำปี 2549 ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เป็นภาพ คุณทองแดง สุนัขประจำรัชกาลนั่งอยู่ข้างพระองค์ ได้นำความปลาบปลื้มมาสู่เหล่าพสกนิกร เป็นล้นพ้น พวกเราล้วนทราบดีว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเลี้ยงสุนัขไว้จำนวนหนึ่งที่พระราชวังไกลกังวล หัวหิน และสุนัขทรงเลี้ยงทุกตัว ได้รับการฝึกฝนให้รับคำสั่ง และได้รับการดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด สะท้อนให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณอันเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาต่อสัตว์ที่ทรงเลี้ยงไว้ นอกจากนี้ พระมหากรุณาธิคุณยังเผื่อแผ่ออกมาสู่สุนัขอื่น ผ่านทาง พระราชกระแสในเรื่องต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อวิชาการสัตวแพทยศาสตร์ของไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯยังได้ทรงพระราชทานเงินจากการจำหน่ายเสื้อยืด ทองแดงสร้างสระสุวรรณชาด สนับสนุนเครื่องมือแพทย์ พระราชทานเพื่อช่วยเหลือสัตว์ที่เข้ามารักษาพระราชทานทุนจัดตั้งกองทุนรักษาพยาบาลสัตว์ป่วยอนาถา รวมทั้งพระราชทานเงินสนับสนุนในการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการโรคเลปโตสไปโรซีสในสุนัข และสามตัวอย่างต่อไปนี้ อันได้แก่ สระสุวรรณชาด ธนาคารอสุจิแช่แข็งของสุนัข และโครงการเครื่องหมายดีเอ็นเอสุนัขสายพันธุ์ไทย เป็นเพียงส่วนน้อยในพระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงของเราที่มีต่อสรรพสัตว์
สระสุวรรณชาด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเงินรายได้จากการจำหน่ายเสื้อคุณทองแดง จำนวน 2,131,351 บาท เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2547 เพื่อสร้างสระว่ายน้ำสำหรับฟื้นฟูสภาพร่างกายสุนัขที่ป่วยเนื่องจากโรคทางกระดูกและข้อ รวมทั้งโรคทางระบบประสาท เพื่อให้คุณทองแดงได้มีโอกาสช่วยเหลือเพื่อนๆ ที่ประสบปัญหาป่วยเป็นโรคดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมาก และสระว่ายน้ำสำหรับ สัตว์ป่วยยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัย ในการรักษาสัตว์โดยเฉพาะสุนัขที่ป่วยเป็นโรคกระดูก และต้องได้รับการบำบัดรักษา และเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2548 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อธิการบดีและคณะเข้าเฝ้าถวายรายงานการก่อสร้างสระว่ายน้ำ ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน และได้พระราชทานชื่อสระว่า สระสุวรรณชาด ตามชื่อคุณทองแดง ผู้เป็นเจ้าของสระ สระว่ายน้ำสุวรรณชาด เป็นสระรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีลักษณะแคบๆ ยาวๆ ความกว้างสระประมาณสองลู่ สระนี้มีต้นแบบมาจากสระว่ายน้ำสุนัขทรงเลี้ยงที่พระราชวังไกลกังวล หัวหิน แต่นำมาปรับให้เข้ากับสถานที่ บริเวณด้านข้างโรงพยาบาลสัตว์ ที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน อย่างลงตัว ตัวสระแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ สระใหญ่ สำหรับออกกำลังกาย ขนาด 15.35 X 3.80 เมตร และ สระเล็ก สำหรับทำกายภาพบำบัด ขนาด 2.53 X 3.80 ทั้งสองสระลึกเท่ากันคือ 1.50 เมตร สระออกกำลังกายเป็นเหมือนสระว่ายน้ำทั่วไป ส่วนสระกายภาพบำบัด มีหัวพ่นฟองอากาศจำนวนสี่หัว เพื่อนวดตามกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกาย และกระตุ้นระบบประสาทที่มีปัญหา และที่เหนือสระกายภาพจะมีรอกพยุงตัวสำหรับสุนัขที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เช่น สุนัขที่เป็นโรคข้อตะโพกหลวม โรคกระดูก เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต และที่ข้างสระกายภาพ จะมีช่องกระจกให้มองเห็นภาพใต้น้ำได้ด้วย การออกแบบสระสุวรรณชาดนั้นคำนึงตามหลักวิชาการและความเหมาะสมของสถานที่ อย่างเช่น การที่สระมีความลึก 1.50 เมตร ก็เพื่อรองรับสุนัขตัวสูงใหญ่ เช่น พันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ด เกรตเดน เป็นต้น ด้วยแนวคิดที่ว่า เมื่อลงน้ำ เท้าสุนัขจะต้องไม่ถึงพื้น เมื่อสุนัขยืนไม่ได้ ก็จะต้องว่ายน้ำเท่านั้น
ศาสตร์แห่งธาราบำบัด  ศาสตร์ธาราบำบัดสำหรับสัตว์เลี้ยง เป็นวิธีการหนึ่งของการบำบัดรักษาโรคในกลุ่มเวชศาสตร์ฟื้นฟู โดยให้สัตว์เลี้ยงว่ายน้ำ เนื่องจากน้ำจะช่วยพยุงตัวส่งผลให้กระดูก กล้ามเนื้อและข้อ ต่อเคลื่อนไหวได้เต็มที่อย่างอิสระ สม่ำเสมอ และแรงกดของน้ำยังช่วยนวดกล้ามเนื้อ ทำให้ส่วนที่บาดเจ็บมี การออกกำลังโดยไม่เจ็บปวด เพิ่มการไหลเวียนเลือด และลดการบวมของ เนื้อเยื่อด้วย สำหรับโรคหรือความผิดปกติที่รักษาได้ด้วยธาราบำบัดนั้น ครอบคลุมตั้งแต่โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อน กระดูกสันหลังหัก เคลื่อนหรือเสื่อม และได้รับการผ่าตัดแก้ไขแล้ว โรคข้อกระดูกสะโพกผิดปกติหรือข้อสะโพกเสื่อม เส้นเอ็น กล้ามเนื้อและข้อต่อ อักเสบในสัตว์เลี้ยงปกติ การว่ายน้ำ สม่ำเสมอเป็นการออกกำลังกายทางหนึ่ง ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและลดโอกาสการเกิดความผิดปกติของโครงสร้าง ร่างกายได้ดีกว่าการออกกำลังกายด้วยวิธีอื่น รวมทั้งอาการกล้ามเนื้อบาดเจ็บ กล้ามเนื้อฟกช้ำหลังผ่าตัด ซึ่งอาจทำให้กล้ามเนื้อลีบภายใน 24-48 ชั่วโมง
โครงการพัฒนาน้ำเชื้อแช่แข็ง และธนาคารอสุจิของสุนัข โครงการนี้เป็นโครงการสนอง พระราชกระแสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว สืบเนื่องจากการที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม. เกษตรศาสตร์ได้ถวายงานการตรวจสุขภาพสุนัขทรงเลี้ยงที่พระราชวังไกลกังวล หัวหิน อยู่เป็นประจำ และได้มีโอกาสเข้าเฝ้า แต่ละครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะมี พระราชกระแสถึงเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับการบำบัดรักษาสัตว์ คณะทำงานจึงได้คิดโครงการต่างๆ สนองพระราชกระแสขึ้น หนึ่งในหลายโครงการคือ โครงการพัฒนาน้ำเชื้อแช่แข็ง และธนาคารอสุจิของสุนัข ผู้สนองพระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโครงการนี้คือ รศ.สพญ.ดร. เกษกนก ศิรินฤมิตร หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกสัตว์เลี้ยง ซึ่งได้เล่าถึงที่มาของโครงการว่า จุดเริ่มต้นมาจากการที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีสุนัขเพศผู้หลายตัว ซึ่งเป็นสุนัขนิสัยดี แล้ว สุนัขบางตัวเริ่มมีอายุมากขึ้น พระองค์ท่านอยากจะเก็บสายพันธุ์นี้เอาไว้ ในกรณีที่ในอนาคตจะศึกษาถึงพันธุกรรมของสุนัขเหล่านี้ หรือถ้าจะผสมกับ สุนัขตัวเมียที่มีสายพันธุ์ดีต่ออื่นๆ ก็จะเป็นการรักษาพันธุกรรมที่ดีเอาไว้ได้ โครงการนี้เริ่มต้นประมาณพ.ศ. 2544 โดยเริ่มตั้งแต่การคิดสูตรสารละลายที่ใช้สำหรับแช่แข็งน้ำเชื้อ จนกระทั่งได้สูตรสารละลายที่แช่แข็งน้ำเชื้อได้ผลดี และได้จัดเก็บน้ำเชื้อแช่แข็งในลักษณะของธนาคารอสุจิของสุนัข กระบวนการเก็บน้ำเชื้อของสุนัขที่จะแช่แข็งนั้นเริ่มต้นตั้งแต่การตรวจคุณภาพน้ำเชื้อของสุนัขว่ามีคุณภาพดีหรือไม่เพียงใด สุนัขที่สามารถให้น้ำเชื้อได้จะต้องเป็นสุนัขที่โตเต็มที่แล้ว ซึ่ง ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละสายพันธุ์ การเก็บน้ำเชื้อจะเป็นการทยอยเก็บไปเรื่อยๆ เนื่องจากสุนัขเพศผู้สามารถหลั่งน้ำเชื้อได้ตลอด ไม่จำเป็นต้องมีฤดูกาล และในสุนัขบางตัว ถ้ามีการฝึกอย่างดี ก็สามารถใช้ช่องคลอดเทียมเป็นตัวกระตุ้นให้สุนัขหลั่งน้ำเชื้อได้ แต่สุนัขบางตัว อาจต้องอาศัยสุนัขแม่พันธุ์ที่กำลังเป็นสัดมาเป็นตัวล่อ การตรวจคุณภาพของน้ำเชื้อนั้นจะต้องดูองค์ประกอบสามองค์ประกอบด้วยกัน องค์ประกอบแรกคือ ดูปริมาณ ในสุนัขพันธุ์เล็กอาจจะได้ น้ำเชื้อแค่ 1-3 ซีซี. ส่วนสุนัขพันธุ์ใหญ่จะให้ได้มากกว่า 2-3 ซีซีขึ้นไป แต่สุนัขบางตัวอาจได้น้อยกว่านี้ องค์ประกอบที่ สองคือ ดูสี สี น้ำเชื้อปกติจะขาวขุ่นเหมือนน้ำนม แต่ถ้ามีปัสสาวะปน ก็เป็นสีเหลือง บางครั้งมีเลือดปน หรือมีหนองปนในกรณีสุนัขไม่สบาย ถ้ามีเลือดปนเพียงเล็กน้อยก็ถือว่ายังพอใช้ได้ แต่ถ้ามีเลือดมาก น้ำเชื้อนั้นก็ยังใช้ไม่ได้ ต้องรักษาสุนัขให้หายดีก่อน แต่ถ้ามีปัสสาวะปน ส่วนใหญ่อสุจิจะตาย ทำให้ใช้น้ำเชื้อไม่ได้ ส่วนการมีหนองแสดงว่าเกิดการติดเชื้อ จะต้องรักษาสุนัขให้หายก่อนแล้วค่อยเก็บน้ำเชื้อภายหลัง หากน้ำเชื้อมีสีปกติดี ก็จะผ่านสู่องค์ประกอบที่สามคือ การตรวจคุณภาพน้ำเชื้อภายใต้กล้องจุลทรรศน์ โดยดูดน้ำเชื้อขึ้นหยดบนสไลด์หนึ่ง หยด แล้วส่องกล้องดูเพื่อตรวจสอบเปอร์เซ็นต์การว่ายและความเร็วในการว่าย จากนั้นจะนับจำนวนโดยอาศัยเครื่องมือนับจำนวนอสุจิ และดูรูปร่างของอสุจิว่าเป็นอย่างไร โดยนำอสุจิมาย้อมสี เปรียบเทียบดูระหว่างตัวที่ปกติกับตัวที่ผิดปกติ ความผิดปกติของอสุจิอาจมาในหลายรูปแบบ เช่น มีสองหัว สองหาง หัวโต หัวเล็ก หรือหางงอ หางพันตัวเอง หางหลุด และต้องนับด้วยว่ามีตัวเป็นหรือตัวตายเท่าไหร่ น้ำเชื้อที่ผ่านเกณฑ์จะต้องมีเปอร์เซ็นต์การว่าย 70 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป และว่ายได้รวดเร็ว จำนวนอสุจิต้องไม่น้อยกว่า 300 ล้านตัว และยอมรับให้มีรูปร่างผิดปกติได้ เพียง 20 เปอร์เซ็นต์ จึงจะสามารถนำน้ำเชื้อมาแช่แข็งได้ สำหรับประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำน้ำเชื้อแช่แข็งในสุนัขนั้น นอกจากจะเป็นการเก็บรักษาน้ำเชื้อของสุนัขสายพันธุ์ที่ดีไว้แล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์สายพันธุ์และใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงสายพันธุ์ได้ ทั้งยังเป็นการลดการนำเข้าสุนัขพ่อพันธุ์จากต่างประเทศ เป็นการลดความเสี่ยงที่จะนำโรคเข้ามา ลดต้นทุนในการปรับปรุงคุณภาพสุนัขสายพันธุ์ต่างๆ เนื่องจากการนำน้ำเชื้อแช่แข็งเข้ามานั้นมีราคาถูกกว่านำตัวพ่อพันธุ์เข้ามา และลดความเสี่ยงจากกรณีที่พ่อพันธุ์นั้นอาจมีคุณภาพน้ำเชื้อที่ไม่ดี หรือไม่สามารถให้น้ำเชื้อได้ และเทคนิคเดียวกันนี้ยังอาจนำไปใช้กับสัตว์ป่าตระกูลสุนัขชนิดอื่นๆ เพื่อการอนุรักษ์ และเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่จะช่วยสนับสนุนและพัฒนาเทคโนโลยีการผสมพันธุ์ที่ก้าวหน้าและซับซ้อนในอนาคตได้
โครงการตรวจหาเครื่องหมายดีเอ็นเอของสุนัขสายพันธุ์ไทย
ผู้สนองพระราชกระแสในเรื่องนี้ได้แก่ ผศ.น.สพ.ดร. ธีระพล ศิรินฤมิตร และคณะ จากภาควิชาพยาธิวิทยา ดร. ธีระพลได้เล่าให้ฟังถึงที่มาของโครงการนี้ว่า ผมเข้าใจว่าพระองค์ท่านได้มีพระราชกระแสกับอดีตคณบดีว่า พระองค์ท่านต้องการให้มีการศึกษาพยายามหาเครื่องหมายดีเอ็นเอสุนัข สายพันธุ์ไทยโดยเฉพาะ พระองค์ท่านเคยดูสารคดีจากบีบีซี บอกว่าเขาไปขุดพบกระดูกสุนัขที่อายุไม่กี่ร้อยปี ขณะ ที่เราขุดพบกระดูกสุนัขที่บ้านเชียง ซึ่งมีอายุเป็นพันๆ ปี ในขณะที่ตรงนั้นเขาเคลมว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่มาร่วมใช้ ชีวิตกับคน แล้วพระองค์ท่านตรัสว่า เราเจอกระดูกสุนัขที่บ้านเชียงของเรา น่าจะเป็นอะไรที่มีมาก่อนอะไรทำนองนี้ แล้วพระองค์ท่านก็มองเห็นว่า อย่างคุณทองแดงเป็นสุนัขที่มีความจงรักภักดี สูงมาก พระองค์ท่านจึงต้องการที่จะศึกษาเครื่องหมายที่จะเป็นสุนัขพันธุ์ ไทยโดยเฉพาะ นี่คือจุดเริ่มต้น ก็เลยมาทำเป็นวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาปริญญาโท แต่การที่จะหาเครื่องหมายดีเอ็นเอประจำพันธุ์เป็นเรื่องที่ยากมาก ต้องลงทุนมาก ตอนนี้เราก็ยังทำไปไม่ ถึง แต่ผลพวงที่ได้จากการศึกษาตรงนี้ ที่เราได้ก่อนคือการได้เครื่องหมายดีเอ็นเอในการชี้ความเป็นพ่อแม่ ความเป็นพี่น้อง และการระบุตัวบุคคลได้... ในการตรวจสอบความเป็นพ่อแม่นั้น ปัจจุบันเครื่องมือแบบอัตโนมัติสามารถบอกผลได้ภายในสองสามวัน แต่เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมาที่คณะสัตวแพทย์ยังไม่มีอุปกรณ์ดังกล่าว ดังนั้นการตรวจพิสูจน์แต่ละครั้งต้อง ใช้เวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งสัปดาห์ หลักการตรวจดีเอ็นเอเพื่อยืนยันความเป็นพ่อ แม่พี่น้องของสุนัขนั้นก็ใช้หลักการ เดียวกับที่ตรวจลายพิมพ์ดีเอ็นเอของ คน ด้วยหลักการที่ว่าในสิ่งมีชีวิตต่างๆ จะมีรหัสพันธุกรรมจำเพาะของแต่ละสายพันธุ์ และมีลำดับเบสที่ซ้ำกันเป็นช่วงสั้น ซึ่งจะกระจายอยู่ในโครโมโซม ในปริมาณ ความยาว และลำดับเบสในการซ้ำที่ แตกต่างกัน และมักจะถูกขนาบด้วยลำดับเบสของดีเอ็นเอที่จำเพาะ ดังนั้นเมื่อเพิ่มจำนวนดีเอ็นเอโดยใช้คู่ดีเอ็นเอเริ่มต้น (primer) ที่มีลำดับเบสที่ขนาบข้างทั้งสองด้าน ก็จะทำให้จำนวนเส้นดีเอ็นเอเพิ่มขึ้น ความยาวดีเอ็นเอที่เพิ่มขึ้นมานี้จะแตกต่างกันไปในสัตว์ แต่ละตัว เรียกว่า เป็นลายพิมพ์ดีเอ็นเอ ซึ่งนำมาใช้ในการพิสูจน์หาความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ แม่ และลูกสุนัข โดยในสุนัขจะใช้คู่ primer ที่จำเพาะสำหรับสุนัข ประมาณ 12-14 คู่ แม้ปัจจุบันเราจะยังไม่ทราบว่า ดีเอ็นเอที่จำเพาะกับสุนัขพันธุ์ไทยคืออะไร แต่ความรู้ที่ได้จากการศึกษาเรื่องนี้ได้นำมาใช้ในทางนิติวิทยาศาสตร์แล้ว ซึ่ง ดร. ธีระพลเล่าว่า ทางคณะสัตวแพทย์ศาสตร์มีบันทึกความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และยังให้ความร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการตรวจ ดีเอ็นเอเพื่อช่วยคลี่คลายคดี ยกตัวอย่างเช่น คดีเจ้าของสุนัขร้องเรียนว่า ถูกผู้ขายหลอกลวง หรือกรณีส่งสุนัข ไปฝึกที่โรงเรียนแล้ว สุนัขถูกแอบนำไปผสม หรือกรณีสงสัยว่าคราบเลือดใน ที่เกิดเหตุเป็นของคนหรือสัตว์ หรือ เส้นขนที่ตกในที่เกิดเหตุเป็นขนของ สัตว์ชนิดใด ส่วนกระทรวงทรัพยากรฯ จะขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการลักลอบค้าเนื้อสัตว์ป่า เป็นต้น อีกทั้งยังมีบริษัทเอกชนบาง แห่ง ติดต่อเข้ามาให้ช่วยตรวจสอบการปลอมปนของเนื้อสัตว์ในอาหารที่ผลิต และล่าสุดมีการติดต่อให้ทางคณะช่วยทำลายพิมพ์ดีเอ็นเอสุนัข เพื่อนำสุนัขออกนอกประเทศ เป็นต้น นอกจากนี้วิทยาการเกี่ยวกับดีเอ็นเอของสุนัข จะช่วยให้เรามีความรู้ความเข้าใจในโรคพันธุกรรมของสุนัขมากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการคัดกรองพ่อพันธุ์ที่ปลอดโรค ทำให้สุนัขที่เกิดมาไม่เป็นโรคต่างๆ
โดย...
นิสากร ปานประสงค์
อ่านเรื่องทั้งหมด พร้อมภาพประกอบได้จากนิตยสาร
UpDATE ฉบับ 225 มิถุนายน 2549


UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ
75 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 825 บาท จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0 2739 8111 โทรสาร 0 2739 8228
E-mail : update@se-ed.com
|