UpDATE Magazine Online
 http://update.se-ed.com     หน้าแรก    ฉบับก่อน      แนะนำ     ติดต่อเรา     สมาชิก     ซีเอ็ด      

ฉบับ 225 มิถุนายน 2549

ปกเล่ม 225

ประจำฉบับ

โปรดแจ้ง
E-Mail ของคุณ

เพื่อรับจดหมายข่าว


Subscribe    
Unsubscribe

  Powered by
YourMailinglist Provider.com

             บทความวิทยาศาสตร์ #225              

  เรียนวิทยาศาสตร์จาก “หนอนเจล”  หนอนเจล

ในช่วงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2549 ที่ผ่านมา คนไทยในหลายท้องที่ได้พบกับสิ่งประหลาดที่ตกมาจากฟากฟ้า มันมีลักษณะเป็นปล้องและนุ่มนิ่มคล้ายหนอน สิ่งนี้ก็คือ “หนอน    เจล” ที่ตัวจริงของมันก็คือเจลลดไข้ที่อิ่มตัวไปด้วยน้ำ เรื่องนี้ทำให้คนไทยได้เรียนรู้อะไรบ้าง และหนอนเจลจะช่วยกระตุ้นให้ เกิดกระบวนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในเมืองไทยได้อย่างไร หา คำตอบจากบทความเรื่องนี้

         คิดว่าคนไทยส่วนใหญ่น่าจะได้ยินหรือผ่านหู ผ่านตาเกี่ยวกับข่าวคราวของ “วัตถุประหลาดจากฟากฟ้า” ที่มีลำตัวเป็นปล้อง รูปทรงคล้ายหนอน ซึ่งโผล่มาพร้อมกับสายฝนและลมพายุ เมื่อราวกลางเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2549 ที่ผ่านมา หลายคนถามว่า “คนไทยได้บทเรียนอะไรจากเรื่องนี้บ้าง” บทความนี้จะสรุปให้เห็นโดยย่อว่า สังคมไทยตอบสนองต่อความไม่รู้ของตนอย่างไร และชี้ให้เห็นถึงส่วนหนึ่งของคำตอบว่า “หนอนเจล” น่าจะมีส่วนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดกระบวนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในเมืองไทยได้อย่างไร
        ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น น่าจะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่า กระบวนการสร้าง “ความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” มีความสำคัญสำหรับเมืองไทยเพียงใด

  “หนอนเจล” ที่มากับลมและฝน  
        ข่าวเกี่ยวกับ “หนอนเจล” เริ่มขึ้นเมื่อมีสื่อหลายแขนงออกข่าวว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 มีชาวบ้านใน ตำบลทุ่งนางาม อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี รายหนึ่ง พบวัตถุประหลาดที่มีรูปร่างคล้ายวุ้นหรือเยลลี่ เรืองแสงเเละพองตัวเมื่อถูกน้ำ บางคนกล่าวว่าเห็นส่วนที่คล้ายกับเป็นหูและตา บ้างก็ว่าสิ่งนี้ยืดหดตัวได้เมื่อถูกจับหรือแตะต้อง
        ผู้พบตั้งชื่อสิ่งดังกล่าวว่า “แก้วสารพัดนึก” และเชื่อว่า เป็นสิ่งที่ฟ้าประทานมาช่วยรักษาโรคมะเร็ง!
        อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านบางคนเชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตนอกโลก หรือเอเลียนที่หลุดจากชั้นบรรยากาศตกลงสู่พื้นดิน มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งแห่กันไปดู และมีผู้ตีตัวเลขเพื่อแทงหวย ทั้งมีผู้ให้สัมภาษณ์ว่า น่าจะส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญที่นาซาช่วยตรวจสอบ!!!
        ตามข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ระบุว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีได้สั่งการให้แพทย์หลายท่านเข้าไปตรวจสอบในบ่ายวันเดียวกัน แต่ก็ไม่มีการสรุปอย่างชัดเจนว่า “แก้วสารพัดนึก” คืออะไรกันแน่ รายการโทรทัศน์ช่องหนึ่งเชิญเจ้าของนำ “แก้วสารพัดนึก” ไปออกอากาศ และสร้างความฮือฮาไปทั่ว

  “หนอนเจล” ไม่ได้มาเพียงแค่หนึ่ง  
        เช้าวันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม มีข่าวเพิ่มเติมออกมาว่า พบวัตถุประหลาดคล้ายกันอีกที่ย่านรามคำแหงในกรุงเทพฯ คราวนี้พบในกะละมังซักผ้าที่วางอยู่ใต้ชายคาพอดี ชาวบ้านแห่กันไปดูอีก เริ่มมีการตั้งข้อสันนิษฐานต่างๆ เช่น บ้างก็ว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนที่ตกมาจากเครื่องบิน ในขณะที่บ้างก็ว่าน่าจะเป็น “ตัวดูด” หรือเจลดูดน้ำที่ทำเป็นของเล่นเด็กที่โดนห้ามขายไปเมื่อหลายปีก่อน ฯลฯ
        ในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม ก็มีข่าวว่าพบวัตถุคล้ายคลึงกันนี้อีกที่ เขตประเวศ และเขตจอมทองในกรุงเทพฯ และที่อำเภอเมือง จังหวัด ขอนแก่น เป็นการพบหลังจากที่ฝนตกหนักในคืนก่อนนั้น (13 พฤษภาคม) อีกเช่นเคย มีชาวบ้านแห่กันไปดูและขอหวย (อีกเช่นเคย!) ในช่วงสองวันนี้ วัตถุดังกล่าวปรากฏตัวตามหน้าหนึ่ง ของหนังสือพิมพ์หัวสีหลายฉบับ เว็บบอร์ดหลายแห่งมีการแสดงความเห็น กันอย่างกว้างขวางมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
        มีรายงานข่าวว่า ดร. ประวิช รัตนเพียร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้สั่งการให้ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานด้านดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และอวกาศ เข้าไปตรวจสอบในเรื่องนี้

  นักวิทย์ท้าพิสูจน์ “หนอนเจล”  
        ช่วงสายวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม คุณลัดดา หงส์ลดารมภ์ โฆษก กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ติดต่อขอให้ ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์ ไปตรวจ “วัตถุประหลาด” ดังกล่าว แต่ได้รับการปฏิเสธ เนื่องจากเจ้าตัวเห็นว่า จะไม่เกิดความชัดเจนหากไปถึงที่บ้านผู้เก็บวัตถุดังกล่าว แล้วได้แต่ดู แต่ไม่ได้ตัวอย่างกลับมาทดสอบ
        จากการสืบค้นข้อมูลเบื้องต้นพบว่า หลายกระทู้ใน pantip. com เริ่มโยงไปถึงความเป็นไปได้ที่ “วัตถุประหลาด” ดังกล่าวจะเป็น “เจลลดไข้เด็ก” ตามที่มีผู้ใช้ชื่อว่า “แม่พริม” ไปโพสต์ไว้ในเว็บไซต์แห่งหนึ่งคือ http://202. 183.214.244/webboard/topic. php? id=415538 ในคืนวันที่ 13 พฤษภาคม (21:33 น.) เป็นข้อความสั้นๆ ว่า
        “เราจะเล่าประสบการณ์ให้ฟัง เราเคยใช้แผ่นปะลดไข้ไปแช่น้ำ เพราะว่าตอนลูกเป็นไข้ มันเหลืออันเดียว ทีนี้แช่ไว้นานจนลืม มันเลยพองแบบนี้แหละ แล้วก็ม้วนตัวเป็นก้อนๆ คล้ายเจ้าที่เห็นในรูปแหละ เราเพิ่งนึกออก เราว่าคงเป็นแบบเดียวกันก็ได้นะ เจลพอโดนน้ำมันก็พองแบบนี้แหละ”

     ไฮโดรเจล (hydrogel) คือพอลิเมอร์ที่มีความชอบ น้ำ (จับกับน้ำได้ดี) แต่ไม่ละลายในน้ำในสภาพที่เปียก ปกติแล้วอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของไฮโดรเจลจะเป็นน้ำ ถ้าปริมาณน้ำสูงเกิน 95 เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนัก ไฮโดรเจลนั้นจะจัดเป็นสารประเภท ซูเปอร์แอบซอร์บเบนต์ (super absorbent)
     ไฮโดรเจลจะบวมตัวในน้ำจนถึงจุดปริมาตรสมดุลโดยยังคงรูปร่างเอาไว้ได้ สมบัติการชอบน้ำของไฮโดรเจลเกิดจากการที่มีหมู่ฟังก์ชัน (กลุ่มอะตอมที่ทำปฏิกิริยาได้) ที่สามารถละลายน้ำได้ เช่น ไฮดรอกซิล (-OH) คาร์บอกซิลิก (-COOH) เอไมด์ (-CONH2 หรือ -CONH-) เป็นต้น
     โครงสร้างทางเคมีหรือทางกายภาพที่เป็นตาข่ายของไฮโดรเจล ทำให้ไฮโดรเจล สามารถคงรูปร่างอยู่ได้และไม่ละลายในน้ำ การบวมตัวและการหดตัวของเจลเป็นกระบวนการย้อนกลับไปมาได้ เจลที่บวมตัวอาจหดตัวกลับได้ถ้าระเหยน้ำออกไป จนหมด เจลที่ได้จะเรียกว่า ซีโรเจล (xerogel)
     ปริมาณและลักษณะของโครงร่างตาข่าย โครงสร้างที่เป็นระเบียบและโครงสร้างที่เป็นผลึกจะเป็นสิ่งกำหนดลักษณะเฉพาะของเจลในสภาพที่บวมตัว ไฮโดรเจลที่มีโครงร่างตาข่ายหนาแน่นและ/หรือมีโครงสร้างเป็นระเบียบหรือเป็นผลึกสูงจะดูดซับน้ำได้น้อย นอกจากนี้แล้ว สภาวะแวดล้อมรอบๆ ไฮโดรเจล เช่น อุณหภูมิ ความเป็นกรด/ด่าง ความแข็งแรงของไอออน เป็นต้น ก็มีผลต่อความสามารถในการดูดซับน้ำของไฮโดรเจลอีกด้วย


        เพียงหนึ่งชั่วโมงต่อมา (22:27 น.) ผู้ที่ใช้ชื่อว่า “ริน-otto” ก็โพสต์ภาพแรกของผลการทดลองเพื่อ “ยืนยัน” สมมติฐานของแม่พริม และยังได้โพสต์ต่อมาอีกหลายภาพตามเวลาต่างๆ ซึ่งต่อมาก็มีนำไปอ้างอิงถึงตามเว็บไซต์ต่างๆ อย่างกว้างขวาง ในขณะเดียวกันก็เริ่มมีเสียงบ่นว่า ทำไมไม่มีใครหรือหน่วยงานใดออกมาทำความจริงให้กระจ่าง
        ประมาณ 15.00 น. คุณลัดดาโทรศัพท์มาอีกครั้ง แจ้งว่าทางสำนักพิมพ์ไทยรัฐได้ตัวอย่าง “หนอนเจล” ดังกล่าวมาอันหนึ่ง จะให้ไปตรวจสอบดู เมื่อไปถึงก็พบว่าทางผู้สื่อข่าวได้ทดลองแช่เจลลดไข้ไว้แล้วด้วยอีกอันหนึ่ง เมื่อสังเกตด้วยสายตาในเบื้องต้นพบว่า ทั้งตัวอย่างที่ได้มาจากชาวบ้านและตัวอย่างที่นักข่าวแช่ไว้เอง มีลักษณะภายนอกที่คล้ายคลึงกันมาก นอกจากนี้ “วัตถุประหลาด” ดังกล่าวยังไม่มีอวัยวะรับสัมผัสเด่นชัด และไม่ ตอบสนองต่อสิ่งเร้า เช่น การสัมผัส ฯลฯ
        จึงสรุปในเบื้องต้นว่า วัตถุดังกล่าวไม่น่าจะเป็นสิ่งมีชีวิต ต่อมา ได้ประสานกับนักวิทยาศาสตร์จากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติอีกท่านหนึ่ง คือ ดร. อศิรา เฟื่องฟูชาติ เพื่อนำ “ตัวอย่าง” ไปตรวจสอบองค์ประกอบทางเคมีอย่างเร่งด่วนต่อไป เนื่องจากต้องเปิดแถลงข่าวในวันรุ่งขึ้น (ดูกรอบเรื่อง การวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของ “หนอนเจล”)
        ในคืนวันเดียวกัน มีรายงานข่าวทางโทรทัศน์ว่า ทีมจากกระทรวงสาธารณสุข “ผ่า” ทดสอบ และได้ผลว่า “วัตถุประหลาด” ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่น่าจะเป็นเจลลดไข้เช่นกัน

  การทำความจริงให้ปรากฏ  
        วันจันทร์ที่ 15 พฤษภาคม ราวบ่ายโมงครึ่ง กระทรวงวิทยาศาสตร์เปิดแถลงข่าว สรุปได้ว่า “วัตถุประหลาด” ที่ได้มาและใช้สำหรับการตรวจสอบ (ตัวอย่างจากในเขตกรุงเทพฯ) มี องค์ประกอบเป็นสองส่วน ส่วนที่เป็นเจลนั้นมีองค์ประกอบคล้ายกับ “ไฮโดรเจล” ที่เป็นส่วนประกอบใน “เจล ลดไข้” ที่ใช้เป็น “ตัวควบคุม” (control) ในการทดลอง และส่วนที่เป็นแผ่นขุ่นทำมาจากวัสดุเดียวกับที่ใช้ทำขวดน้ำดื่ม
        บทสรุปเรื่องนี้สำหรับแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไป ดังที่นักข่าวคนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องนี้แสดงว่า “คนไทยงมงาย” ใช่หรือไม่ แต่อันที่จริงแล้วเป็นไปได้หรือไม่ว่า บทสรุปอันหนึ่งควรจะเป็นว่า การพิสูจน์ในสิ่งที่ยังไม่รู้นั้น ต้องอาศัย “กระบวนการวิทยาศาสตร์” (scientific method) ซึ่งจะเป็นใครก็ได้ที่ใช้กระบวนการดังกล่าวในการพิสูจน์ ไม่จำเป็นต้อง (ผูกขาดโดย) นักวิทยาศาสตร์เท่านั้น และ...
        อันที่จริงแล้ว การทำความจริงให้ปรากฏ คงไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่น่าจะเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะร่วมกันนำพาสังคมไทยไปสู่ “สังคมฐานความรู้” (knowledge-based society) และ “สังคมเรียนรู้” (Learning society) ต่างหาก

                                               โดย... อศิรา เฟื่องฟูชาติ, วนิดา จันทวิกูล, บุญล้อม ถาวรยุติการต์ และนำชัย ชีววิวรรธน์

พบกับเรื่องนี้ได้ที่ :
http://update.se-ed.com/225/gel-worm.htm

กลับไปหน้าบทความ/สารคดี

 


Discovery ResearchPaper NASA
WhyFilesSavvySearch เชื่อมสู่สถาบันการศึกษา วิชาการ.คอม


UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ 75 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 825 บาท
จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0 2739 8111 โทรสาร 0 2739 8228
E-mail : update@se-ed.com

SEED Update Magazine Microcomputer User Internet
เซมิคอนดัคเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ Industrial Hobby Mechanical