|
บทความวิทยาศาสตร์
#224
โต๊ะทำงาน ของคุณ สะอาดดี หรือ?
|
คุณรู้หรือเปล่าว่าโต๊ะทำงานของคุณนั้นคึกคักไปด้วยจุลชีพ ไร และเชื้อรา
|
ถ้าคุณเกิดรู้สึกเบื่อๆ ขึ้นมาเวลาทำงาน ลองหยุดพักแล้วหันไปมองรอบๆ โต๊ะทำงานดู ไล่ไปตั้งแต่จอคอมพิวเตอร์ กองเอกสาร ของระเกะระกะบนโต๊ะ โทรศัพท์ รวมทั้งแก้วกาแฟค้างปี คุณอาจจะคิดว่าที่นี่มันช่างดูไร้ชีวิตชีวาไม่น่าอยู่เอาเสียเลย แต่ถ้าคุณลองตั้งใจมองดูดีๆ คุณจะเห็นสิ่งมีชีวิตอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นแมลงกินกระดาษที่ยั้วเยี้ยอยู่ตามกองเอกสารที่ไม่ใครสนใจ ไรฝุ่นที่กำลังกินเลี้ยงฉลองหนังกำพร้าของคุณที่ร่วงหล่นลงมา และแมลงสาบที่ช่วยกันกำจัดเศษอาหารกลางวันของคุณ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้อาจจะไม่ได้มาทำงานเวลาเดียวกับคุณ แต่รับประกันได้อย่างแน่นอนเลยว่าพวกมัน อยู่ที่นี่ แต่การที่มีพวกมันมาอยู่ด้วย คงจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี คุณ เอียน เบอร์เกสส์ ผู้อำนวยการบริษัท Insect Research and Development ซึ่งให้คำปรึกษาทางวิทยาศาสตร์และเชี่ยวชาญในเรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์กับแมลง ในเมืองรอยสตัน ประเทศอังกฤษ กล่าวว่า ส่วนต่างๆ รวมทั้งมูลของแมลงเป็นตัวก่อภูมิแพ้ มีคนจำนวนมากที่จะเกิดอาการแพ้ตามผิวหนังเวลาที่ไปโดนส่วนต่างๆ ของแมลงเข้า นอกจากนั้น จอคอมพิวเตอร์ซึ่งมีไฟฟ้าสถิต ยังทำให้สารก่อภูมิแพ้ที่มีขนาดเล็กนับพันลอยไปในอากาศ ดังนั้น ยิ่งคุณใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์มากเท่าใด สถานการณ์ของคุณก็จะยิ่งแย่ลงตามไปด้วยเท่านั้น แล้วเหล่าร้ายพวกนี้มันอาศัยอยู่ที่ไหนกันน่ะหรือ เริ่มต้นจากใต้เท้าก่อนก็แล้วกัน มันคือตัวอ่อนของแมลงปีกแข็งในพรมชื่อ Anthrenus flavipes หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วูลลีแบร์ ที่มีตัวอ้วนกลมยาวประมาณ 3.5 มิลลิเมตรและมีขนปุยเป็นปล้องขนาดจิ๋วปกคลุมตัว แมลงปีกแข็งตัวเต็มวัยจะทำลายพรม ส่วน ตัวอ่อนของมันก็จะเป็นตัวทำลายสุขภาพของคุณ ปกติแมลงชนิดนี้จะวางไข่ไว้ในพรม พอถึงฤดูใบไม้ร่วง ก็จะฟักออกจากไข่และพากันขึ้นไปอยู่บนผนัง เนื่องจากขนของตัวอ่อนเหล่านี้มีลักษณะเป็นปล้องๆ ทำให้มีบางส่วนหลุดออกมาจากตัวและลอยไปในอากาศ ดังนั้น คนที่แพ้เศษขนพวกนี้ก็จะเกิดอาการคันตามผิวหนัง สูงขึ้นมาจากพื้น คุณจะเห็นการจลาจลบนเก้าอี้ การที่เก้าอี้สำนักงานโดยทั่วไปมีความอบอุ่นและชื้น ทำให้กลายเป็นบ้านที่สมบูรณ์แบบสำหรับไรฝุ่น เจ้าแมลงตัวกลมชนิดนี้มีขนยาวประมาณครึ่งมิลลิเมตร มันอยู่ในกลุ่มเดียวกับหมัดและแมงมุม พวกมันจะอาศัยอยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์เพราะมันเจริญเติบโตได้ดีจากการกินหนังกำพร้าที่ติดเชื้อรา แม้ว่าแมลงพวกนี้จะไม่ได้มากัดหรือทำอันตรายเราโดยตรง แต่มูลของมันมีสาร ก่อเกิดภูมิแพ้ที่รุนแรง และพร้อม จะเข้าสู่ปอดของพวกเราตลอดเวลา จนถึงขั้นเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป ว่า ไรฝุ่นเป็นตัวที่ก่อโรคภูมิแพ้อย่างได้ผลมากที่สุดตัวหนึ่งทีเดียว เก้าอี้สำนักงานเป็นแหล่งที่อยู่ของไรฝุ่น เวลาที่คุณนั่งเก้าอี้ มูลของไรฝุ่นจำนวนมหาศาลจะฟุ้งกระจายออกมาทางด้านข้าง แล้วถ้าเป็นบนโต๊ะทำงานของคุณล่ะ แม้ว่าจะมีการปัดฝุ่นเช็ดโต๊ะเป็นประจำ ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการตั้งถิ่นฐานของแมลงพวกนี้เลย คุณ เดฟ แม็กเลนาแคน ผู้จัดการด้านเทคนิคของบริษัท Rentokil IT Hygiene ในเมืองแมนเชสเตอร์ มีเรื่องมาเล่าให้ฟังสำหรับคนที่คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าแห่งความสะอาด เราไปที่สำนักงานซึ่งดูดีมากแห่งหนึ่ง แต่กลับได้เห็นตัวอ่อนของแมลงวัน กำลังคลานออกมาจากแป้นคีย์บอร์ด เขาเล่าว่าแมลงวันมาวางไข่ไว้ในร่องคีย์บอร์ดที่อุ่นและชื้น หลังจากนั้น ไม่กี่วันมันก็ฟักเป็นตัว แต่ถ้าคุณคิดว่ามาตรฐานความสะอาดของคุณยังเหนือชั้นอยู่ คุณ ลองยกแป้นคีย์บอร์ดคว่ำลงและเขย่าดู คุณจะตื่นเต้นที่ได้เห็นของสะสมอย่างหนังกำพร้า เศษขน เศษอาหาร น้ำตาล และอื่นๆ อีกมากมายที่อาจจะฟังดูแย่ยิ่งกว่า สิ่งของพวกนี้ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารชั้นยอด ของเหล่าบรรดาแมลงวัน ตัวอ่อนแมลงวัน ไร และแมลงหกขาไร้ปีกทั้งหลาย สิ่งที่คุณควรจะต้องกังวลมาก อีกอย่างคือพาหะนำโรคอย่างแมลงสาบ เพราะนอกจากมูลและคราบของแมลงสาบจะเป็นตัวก่อภูมิแพ้แล้ว มันยังเป็นตัวนำเชื้อโรคมากมายที่ ติดมาจากท่อน้ำทิ้ง อุจจาระ และซากศพที่เน่าเปื่อย เริ่มกังวลแล้วหรือ อย่าเพิ่ง เพราะมันยังมีที่แย่ไปกว่านั้นอีก คุณแม็กเลนาแคนกล่าวว่าอันตรายที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่าต่างหากที่เป็นวายร้ายตัวจริง ยิ่งมันมีขนาดเล็กมากเท่าไหร่ อันตรายของมันก็ยิ่งมีมากขึ้นไปเท่านั้น มันคือเชื้อราและแบคทีเรียนั่นเอง ศาสตราจารย์ ชาร์ลส์ เกอร์บา ศาสตราจารย์จุลชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยอริโซนาในเมืองทูซอน ผู้ศึกษาเกี่ยวกับเชื้อโรคในห้องน้ำสาธารณะมาตั้งแต่กลางทศวรรษ 1970 กล่าวว่า มีแบคทีเรียอยู่ที่คอมพิวเตอร์มากกว่าบนที่นั่งโถส้วมถึง 400 เท่า นั่นก็หมายความว่า ที่ ทำงานสกปรกยิ่งกว่าห้องน้ำสาธารณะเสียอีก นอกจากนั้น เมื่อไม่นานมานี้เขายังได้ศึกษาเกี่ยวกับจุลชีพที่อาศัยอยู่ตามสำนักงาน เขากล่าวว่า คุณจะไม่เชื่อสายตาเลยถ้าได้เห็นโต๊ะทำงานที่ผมไปเห็นมา ทุกวันนี้พวกเราใช้เวลาอยู่ในที่ทำงานมากกว่าสมัยก่อน และก็ต้องเจอกับเชื้อแบคทีเรียอยู่ทุกวัน
ที่ไหนมีเชื้อโรคมากที่สุด งานวิจัยชิ้นล่าสุดของศาสตราจารย์เกอร์บาได้พยายามที่จะค้นหาว่าบริเวณไหนของสำนักงานที่มีเชื้อโรคมากที่สุด คณะทำงานของเขาได้ตระเวณไปตามสำนักงานที่มีลักษณะคล้ายๆ กันห้าแห่งทั่วสหรัฐอเมริกา โดยแต่ละแห่งจะตั้งอยู่ในเมืองที่มีสภาพภูมิกาศแตกต่างกัน ได้แก่ แอตแลนตา รัฐทางด้านใต้ที่มีอากาศ ชื้น ชิคาโก รัฐทางเหนือที่มีอากาศเย็น นิวยอร์ก รัฐทางชายฝั่งตะวันออก ซานฟรานซิสโกอยู่ทางตะวันตก และทูซอนในรัฐอริโซนาที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งมีอากาศแห้ง พวกเขาได้เก็บตัวอย่างมาจากห้องทำงาน คอกทำงาน และห้องประชุม ผล สำรวจพบว่าสภาพภูมิศาสตร์ที่แตก ต่างกันไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์ออกมา ต่างกันมากนัก โดยจุดที่มีแบคทีเรียมากที่สุดคือ หูโทรศัพท์ ซึ่งคุณแม็กเลนาแคนก็ได้อ้างประสบการณ์ส่วนตัวเพื่อนำมาสนับสนุนประเด็นนี้ด้วย พวกเราเพิ่งไปที่บริษัทขนาดเล็ก แห่งหนึ่งในเมืองแมนเชสเตอร์ และพบว่ามีพนักงานคนหนึ่งต้องลาหยุดไปห้าเดือนเพราะหูติดเชื้อ ซึ่งคุณหมอก็วินิจฉัยออกมาแล้วว่าเขาติดมาจากโทรศัพท์ บริเวณที่มีการปนเปื้อนของเชื้อโรครองลงมากก็คือสวิตช์ไฟและ เม้าส์คอมพิวเตอร์ ส่วนพนักวางแขนของเก้าอี้ในห้องประชุมก็ติดอยู่ในอันดับต้นๆ ในขณะที่รีโมตของโปรเจกเตอร์ก็จัดว่าเป็นจุดที่มีเชื้อจุลินทรีย์อย่างมากเช่นกัน อันที่จริงแล้ว ก็ไม่ได้มีอะไรที่ต้องน่ากังวลกันมากนัก เพราะว่า ร่างกายของคนเราก็เต็มไปด้วยแบคทีเรียอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าบางชนิดก็อาจจะมีอันตรายต่อคุณมากกว่าชนิดอื่น ดังนั้น ถ้าคุณไม่ทำความสะอาดโต๊ะทำงานของคุณ ศ. เกอร์บาก็ฝากเตือนมาว่า คุณก็จะเป็นตัวแพร่เชื้อแบคทีเรียและเชื้อหวัดไปทั่วที่ทำงาน ซึ่งก็อาจจะทำให้มีพนักงานป่วยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น การใช้สเปรย์แอลกอฮอล์และยาฆ่าเชื้อโรคเช็ดโต๊ะก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์เอาเสียเลย สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับโต๊ะทำงานที่สกปรกก็คือแก้วกาแฟค้างปี อันเป็นแหล่งเพาะเชื้อราและแบคทีเรีย ที่เยี่ยมยอดที่สุด ศ. เกอร์บาซึ่งใช้แต่แก้วกาแฟแบบใช้แล้วทิ้งเวลาอยู่ที่ ทำงานกล่าวว่า กาแฟเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของจุลินทรีย์ งานวิจัยของเราพบว่าแก้วกาแฟใช้แล้ว มีแบคทีเรียอยู่ในปริมาณระหว่าง 5,000 - 300,000 เซลล์ งานวิจัยของศ. เกอร์บาได้พุ่งความสนใจไปที่แก้วกาแฟตามห้องครัวในที่ทำงาน ซึ่งเขาบอกว่าแก้วส่วนใหญ่ไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างถูกต้อง แถมยังมีคราบกาแฟเกาะอยู่เต็มไปหมด ผลของการวิจัยค่อนข้างเป็นที่ น่าวิตกอยู่พอสมควร เนื่องจากเขาพบว่ามีแก้วจำนวนถึง 41 เปอร์เซ็นต์แสดงให้เห็นถึงการปนเปื้อนของอุจจาระ โดยที่มีการปนเปื้อนของแบคทีเรีย Escherichia coli อันเป็นสาเหตุสำคัญของโรคอาหารเป็นพิษสูงถึงหนึ่งในห้า เขาคาดว่าการ ปนเปื้อนดังกล่าวมาจากการใช้ผ้าเช็ดจานสกปรกมา ทำความสะอาด แก้ว และยังพบด้วยว่า ยิ่ง (เจ้าของแก้ว)มีตำแหน่งสูง แก้วก็จะยิ่งมีเชื้อแบคทีเรียสูงมากขึ้นตามไปด้วย นอกจากเชื้อแบคทีเรียที่เรา จะต้องกลัวกันแล้ว ก็ยังมีอย่างอื่น อีกที่เราจะต้องระวัง ปีเตอร์ ทอร์น ศาสตราจารย์ทางด้านพิษวิทยาคณะสาธารณสุขมหาวิทยาลัยไอโอวากล่าวว่า ผมเคยเห็นแก้วกาแฟที่มีราขึ้นมากจนทำให้สปอร์ลอยไปในอากาศ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อคนที่เป็นโรค ภูมิแพ้หอบหืด นอกจากกลิ่นที่เกิดจากการเจริญเติบโตของเชื้อราจะไม่น่าพึงประสงค์แล้ว ยังจะสร้างปัญหาให้ กับคนที่เป็นโรคหอบหืดอีกด้วย ศ. ทอร์นกล่าวเตือนคนที่คิดว่าการ ตั้งต้นไม้ไว้ที่โต๊ะทำงานจะช่วยสร้างบรรยากาศในการทำงานให้ดีขึ้นว่า ต้นไม้โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ใส่ไว้ในตะกร้าหวาย จะอับชื้นและมีเชื้อรา ทำให้สปอร์ลอยมาโดนตัวคุณได้ ยิ่งไปกว่านั้น ก็ยังอาจจะมีพวกละอองเกสรปนมาอีกด้วย นอกจากนั้น พรมที่อยู่ตรงเครื่องทำน้ำเย็นก็จัดว่าเป็นแหล่งเพาะเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียได้อย่างดีเช่นกัน
พิษที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ งานวิจัยล่าสุดของศ. ทอร์นได้ศึกษาฝุ่นในบ้าน ที่ไม่ได้ทำตัวเป็นเหมือนสารเฉื่อยอย่างที่เราคิด คณะ ทำงานของท่านศาสตราจารย์ได้ค้นพบพิษของแบคทีเรียในฝุ่นตามบ้านเรือนจากตัวอย่างทั้งหมด 2,500 ตัว อย่างที่เก็บมาจากเตียงนอน โซฟาและพื้นของบ้านจำนวน 831 หลังทั่วสหรัฐฯ โดยทั้งหมดล้วนแล้วแต่มี พิษของแบคทีเรียอยู่ทั้งสิ้น พิษนี้จะถูกปล่อยออกมาเมื่อผนังเซลล์ของแบคทีเรียแตกออก เมื่อเราหายใจ เอาพิษนี้เข้าไป ก็จะทำให้ทางเดินหายใจอักเสบ งานวิจัยของศ. ทอร์นนี้แสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงโดยตรงของปริมาณฝุ่นกับอาการหอบหืด ซึ่งเขาก็คิดว่าสำนักงานทั่วไปก็คงจะมีลักษณะเหมือนๆ กัน แต่ถ้าสิ่งเหล่านี้มันจะทำให้ คุณต้องอยู่แต่กับบ้านหรือต้องคอยระวังฆ่าเชื้อทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องสัมผัสในที่ทำงาน คุณอาจจะลองทำตามหนังสือของคุณ แอนโทนี ฮิลตัน นักชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยแอสตันในเมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ ตัวเขาไม่ได้ใช้สเปรย์แอลกอฮอล์ หรือเช็ดโต๊ะทำงานด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังไม่เห็นด้วยกับศ. เกอร์บาที่หันมาใช้แก้วกาแฟแบบใช้แล้วทิ้งเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากแบคทีเรีย ปกติในปากของคนเราก็เต็มไปด้วยจุลชีพ แต่ก็ไม่เห็นจะมีใครเสียชีวิตจากการจูบกันสักหน่อย มนุษย์เรามีวิวัฒนาการในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับจุลชีพมานานนับล้านๆ ปี แล้วอยู่ๆ ทำไมเราถึงมารู้สึกว่ามีความจำเป็นที่จะต้องไปฆ่ามันด้วย ในเมื่อเชื้อโรคอีกหลายๆ ตัวก็ไม่ได้เป็นอันตรายกับเราเลย สิ่งที่คุณฮิลตันพูดมาก็น่าคิด เพราะว่าถ้ามันเป็นปัญหาจริงๆ ทำไมไม่เห็นมีพนักงานป่วยจากการติดเชื้อแบคทีเรียและจากโรคหอบหืดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อไม่นานมานี้ คุณฮิลตันก็ได้สำรวจงานวิจัย เกี่ยวกับแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ตามแป้นคีย์บอร์ด งานวิจัยนี้พยายาม จะหาหลักฐานของเชื้อแบคทีเรีย Enterobactreiaceae ซึ่งเป็นวงศ์ที่พบมากในลำไส้ ถ้ามีเชื้อกลุ่มนี้ปรากฏอยู่ ก็แสดงว่ามีการปนเปื้อนของอุจจาระ การทดลองนี้ทำโดยการนำแป้นคีย์บอร์ดไปไว้ในห้องคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่ มีคนใช้งานตลอดเวลา ในแต่ละวัน จะมีนักศึกษาไม่ซ้ำกันอย่างน้อย 20 คนมาใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง หลังจากนั้น นักวิจัยก็เก็บตัวอย่างจุลินทรีย์มาจากคีย์ตัวอักษรตั้งแต่ A ถึง Z ของแป้นคีย์บอร์ดทั้งหมด 120 แป้น ผลที่ออกมาก็ไม่น่าแปลกใจเลยว่ามีแบคทีเรียบนคีย์ตัวอักษร A ซึ่งเป็นคีย์ที่ถูกใช้บ่อยมากกว่าคีย์ตัวอักษร Z ซึ่งเป็นคีย์ที่ไม่ค่อยใช้กัน ในปริมาณ 150 เซลล์ต่อ 30 เซลล์ โดยเชื้อแบคทีเรียส่วนใหญ่เป็นเชื้อ Staphylococcus aureus และ S. epidermidis ที่อยู่บนผิวหนังและทำให้เกิดอาการคันชื่อ แต่มีเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ของคีย์ตัวอักษร A ที่มีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย Enterobactreiaceae ที่เป็นเชื้อโรคในลำไส้ ดังนั้น ถ้าคุณชอบดูดนิ้วเวลาอยู่ที่ทำงาน ก็คงจะต้องเสี่ยงกับการติดเชื้อโรคนี้อยู่ไม่ใช่น้อยทีเดียว ถ้าเช่นนั้น เราควรจะทำอย่างไรก่อนที่จะออกไปรับมือกับเชื้อโรคที่ ทำงานกันดี? คุณฮิลตันคิดว่ามัน เป็นเรื่องของการใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังอย่างมีเหตุผล อย่างเช่น อย่าไปคิดว่าคนอื่นจะรักความสะอาดเหมือนคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณต้องใช้ของร่วมกับคนอื่น เขาแนะนำว่า คุณต้องเริ่มวางกลยุทธ์เรื่องความสะอาดในการดำเนินชีวิต โดยสันนิษฐานเอาไว้ก่อนว่าคนอื่นน่ะ สกปรก และไม่ว่าคุณจะไปทำอะไรมาก็ตาม ให้ล้างมือก่อนรับประทานเสมอ ส่วนศ. ทอร์นก็แนะว่า อย่ากินอาหารที่โต๊ะทำงาน เพราะนอกจากจะทำให้มีแบคทีเรียเพิ่มมากขึ้น แล้ว มันยังจะเป็นตัวล่อแมลงอย่าง แมลงสาบ มด และหนูอีกด้วย เขาเสริมด้วยว่าบริษัทเองก็ควรจะเห็นความสำคัญของพนักงานทำความ สะอาด ส่วนพวกเราก็สามารถช่วยลดปริมาณสิ่งสกปรกลงได้ การทำความสะอาดปัดฝุ่นนั้นง่ายนิดเดียว แต่เขาก็ยอมรับว่าพูดน่ะมันง่าย ลองหันไปมองรอบๆ ที่ทำงานผมสิ ผมคงพูดได้ไม่เต็มปากหรอกว่าผมก็ทำตามคำแนะนำเหล่านั้น แม้แต่ศ. เกอร์บาเองก็ยอมรับเหมือนกันว่าพอถึงวันศุกร์โต๊ะทำงานของเขาก็จะ เละ มาก ดังนั้น ก็คงไม่มีอะไรที่จะต้องกังวลกันมากนักกับเหล่าวายร้ายที่อาศัยอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณ แต่ ที่ควรระวังก็คือสิ่งของที่ต้องใช้ร่วม กันคนอื่น อย่างแป้นคีย์บอร์ด ถ้วย กาแฟ และโทรศัพท์ นอกจากนั้น ศ. ทอร์นยังแนะว่าคุณควรจะระมัดระวังให้มากขึ้นเวลาอยู่ใกล้กับเพื่อนร่วมงานที่เลี้ยงสัตว์หรือมีลูก (ที่เล่นซนสกปรกมากเป็นพิเศษ) เนื่องจากพวกเขามีโอกาสที่จะมีพิษของแบคทีเรียและสารก่อภูมิแพ้ รวมทั้งยังอาจจะมีไข่เหาติดอยู่ตามเสื้อผ้าที่ใส่มา จากบ้านมากกว่าคนทั่วไป สำหรับตอนนี้คุณเกอร์บาก็กำลังหาอยู่ว่าสำนักงานประเภทไหนที่มีการปนเปื้อนของเชื้อโรคมากที่สุด การค้นพบขั้นต้นระบุว่าโต๊ะทำงานที่สกปรกที่สุดคือของพวกสื่อมวลชน ซึ่งก็นับว่าเป็นข่าวร้ายอย่างมหันต์สำหรับบรรดาคนทำสื่อทั้งหลาย
แปลและเรียบเรียงจาก How clean is your mouse?, New- Scientist, 24/31 December 2005
โดย... บราลี สุคนธรังษี
พบกับเรื่องนี้ได้ที่ : http://update.se-ed.com/224/clean.htm


UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ
75 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 825 บาท จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0 2739 8111 โทรสาร 0 2739 8228
E-mail : update@se-ed.com
|