|
เรื่องจากปก
#222
ป้ายจราจรอัจฉริยะ
สีสันใหม่ในการจราจรเมืองกรุง ช่วงปลายปี
2548 เป็นต้นมา สำหรับผู้สัญจรไปมาบนถนนสายหลักในกรุงเทพมหานคร คงจะได้เห็นสิ่งปลูกสร้างใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง
มันเป็นโครงเหล็กสีเขียวอ่อน ที่สร้างคร่อม ถนน เหนือโครงเหล็กเป็นแผ่นป้าย
แสดงแผนที่จุดตัดทางแยก ด้านข้างป้ายเป็นจอภาพโฆษณาสินค้า ส่วนด้านล่างเป็นข้อความประชาสัมพันธ์เรื่องต่างๆ
ป้ายนี้เรียกว่า ป้ายจราจรอัจฉริยะ ซึ่งบางคนได้ใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกเส้นทาง
หรือบางคนก็ยังไม่รู้ว่าป้ายนี้มีประโยชน์อย่างไร
อัจฉริยะได้อย่างไร การที่ป้ายจราจรอัจฉริยะสามารถรายงานสภาพการจราจรในย่านที่ป้ายติดตั้งได้นั้น
เกิดจากการทำงานอย่างสอดประสานกันระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ที่ทำงานเป็นเครือข่าย
โดยใช้ซอฟต์แวร์และระบบคอมพิวเตอร์มาช่วยประมวลผล และรายงานสภาพการจราจร
ขณะนี้แม้ป้ายและอุปกรณ์ต่างๆ จะเป็นทรัพย์สินของกทม. แต่การลงทุน
การบริหารจัดการ และการบำรุงรักษาทั้งหมด อยู่ภายใต้ความดูแลของบริษัท
จีเนียส ทราฟฟิค ซีสเต็ม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่พัฒนาระบบนี้ขึ้นมา
องค์ประกอบหลักของระบบป้ายจราจรอัจฉริยะมีอยู่สามส่วนใหญ่ๆ
คือ ตัวป้ายแสดงผล กล้องตรวจสภาพการจราจร และ ศูนย์ควบคุม
ป้ายแสดงผล
บัญชรแห่งอัจฉริยะ ป้ายจราจรอัจฉริยะ
ติดตั้งบนโครงเหล็กสีเขียวอ่อน อยู่ในลักษณะเป็นโครงถักคร่อมถนน ทุกป้ายมีขนาดกว้าง
2.80 เมตร ยาว 7 เมตร พื้นที่ในป้ายแบ่งออกเป็นสามส่วน ส่วนแรก คือ
ส่วนแสดงภาพ อยู่ด้านบนซ้าย มีขนาด 2 x 2 เมตร ส่วนที่สอง คือ แผนที่
มีขนาด 5 x 2 เมตร ส่วนที่สาม คือ ป้ายเปลี่ยนข้อความ (Variable Message
Sign, VMS) ยาวตลอดความยาวของตัวป้าย ด้วยขนาด 7 x 0.75 เมตร ส่วนที่เป็นจอภาพเป็นเทคโนโลยีจอแอลอีดี
ความละเอียด 192 x 256 จุด ขนาดจุด 11 มิลลิเมตร แสดงภาพสีจริง 16
ล้านสี ในจอแผนที่ จะใช้แบบผสม กล่าวคือข้อความที่แสดงชื่อถนน และจุดหมายปลายทาง
จะเป็นแผ่นเพลตสี มีสามสีคือ แดง ขาว และเหลือง ส่วนเส้นทางถนนจะใช้หลอดแอลอีดีแสดงสีสามสี
ได้แก่ แดง เหลือง เขียว และส่วนป้ายเปลี่ยนข้อความจะเป็นจอแอลอีดีสีเดียว(สีส้ม)
ใช้ในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ ทั้งในกรณีปกติ และกรณีฉุกเฉิน
การที่ป้ายแต่ละส่วนมีลักษณะที่แตกต่างกัน เนื่องจากมีวัตถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกันนั่นเอง
ป้ายแสดงผลจะมีอยู่สองประเภท
ได้แก่ ป้ายจราจรอัจฉริยะก่อนถึงทางแยกทางด่วน รายงานการจราจรบนทางด่วน
และ ป้ายจราจรอัจฉริยะก่อนถึงทางร่วมทางแยก รายงานสภาพการจราจรในแยกข้างหน้า
ป้ายรายงานการจราจรบนทางด่วนจะมีป้ายสีฟ้าข้อความ แสดงสภาพจราจรบนทางด่วน
กำกับไว้เหนือป้ายด้วย ป้ายประเภทนี้มีทั้งหมดสี่ป้าย ได้แก่ ก่อนขึ้นทางด่วนประชานุกูล
ก่อนขึ้นด่านสุขุมวิท 62 ทั้งขาเข้าและขาออก และ ที่หน้าสนามม้านางเลิ้งก่อนขึ้นด่านยมราช
ส่วนป้ายก่อนถึงทางร่วมทางแยก อีก 36 ป้ายที่เหลือกระจายตามถนนสายหลักต่างๆ
บางสายมีแต่ขาเข้า บางสายที่เป็นถนนสายหลักมีทั้งขาเข้าและขาออก
กล้อง
Network Camera ดวงตาแห่งระบบอัจฉริยะ ถ้าป้ายคือส่วนแสดงผล
กล้อง Network Camera ก็เป็นส่วนนำข้อมูลเข้า กล้องในระบบป้ายจราจรอัจฉริยะจะทำงานเป็นเครือข่าย
กล้อง แต่ละตัวจะส่งภาพการจราจรผ่านระบบ ADSL ผ่านผู้ให้บริการวงจร
(ทรู คอร์เปอเรชั่น) และส่งต่อไปยังศูนย์ ควบคุมด้วยความเร็วในระดับจิกะบิตอีเทอร์เน็ต
ในทางกลับกัน เมื่อศูนย์ต้องการรายงานผลมาที่ป้าย ข้อมูลก็จะถูกส่งผ่านผู้ให้บริการวงจรโดยระบบ
ADSL ไปยังป้ายจราจรอัจฉริยะที่ต่างๆ ด้วยความเร็วระดับเดียวกัน
กล้องที่ติดตั้งในระบบป้ายจราจรอัจฉริยะมีอยู่สองแบบ
ได้แก่ กล้องที่ทำหน้าที่เป็นตัวตรวจจับ (detector) และ กล้องโดม สำหรับตรวจสอบสภาพการจราจรในภาพรวมโดยเจ้าหน้าที่
กล้องตรวจจับนั้น
มีติดตั้งทั้งบริเวณโครงข่ายถนนข้างหน้าที่ป้ายทำการรายงานสภาพการจราจรและด้านหลังป้ายจราจรอัจฉริยะ
โดยจะเป็นกล้องสำหรับสำรวจสภาพการจราจรก่อนไปถึงทางแยกข้างหน้า ด้วยหลักการประมวลผลภาพ
(Image Processing) และทำการวัดความหนาแน่นของปริมาณการจราจรด้วยหลักการ
Occupancy Ratio (OR) การทำงานของหลักการ
Occupancy Ratio นั้น จะเหมือนกับการตีเส้นกรอบสี่เหลี่ยม ขนาดประมาณ
รถยนต์หนึ่งคันขึ้นบนเลนถนน แล้วให้กล้องตรวจจับคอยตรวจวัดเวลาที่รถแล่นทับกรอบสี่เหลี่ยมนี้
ถ้าระยะเวลาที่รถยนต์ทับกรอบมีน้อย ก็แสดงว่ารถวิ่งด้วยความเร็ว แปลผลได้ว่าการจราจรไม่ติดขัด
แต่ถ้ากรอบถูกทับอยู่นาน ก็แสดงว่ารถเคลื่อนตัวได้ช้า แปลผลได้ว่าการจราจรติดขัด
ระบบจะดูสัดส่วนเวลาการครอบครองพื้นที่ ว่าเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของเวลาที่ต้องการตรวจสอบ
เช่น ในเวลา 100 วินาที แล้วมีรถมาทับกรอบเต็มเวลา 100 วินาทีเลย ก็แสดงว่า
การจราจรติดขัด เมื่อคอมพิวเตอร์ที่ศูนย์ประมวลผล ก็จะรายงานสภาพการจราจรติดขัดโดยใช้
สีแดง จากหลักการวัดอัตราส่วนเวลานี้
ทำให้ค่า OR มีตั้งแต่ 0.0 -1.0 ในเบื้องต้นมีการกำหนดว่า ค่า OR ตั้งแต่
0.00 -0.30 ถือว่าการจราจรคล่องตัว ป้ายจะรายงานด้วยสีเขียว ช่วง OR
0.30 - 0.80 ถือว่าการจราคับคั่ง ป้ายจะรายงานด้วยสีเหลือง และ ช่วง
0.80 - 1.00 ถือ ว่าการจราจรติดขัด ป้ายจะรายงานด้วยสีแดง นี่เป็นเพียงหลักการทางทฤษฎี
เท่านั้น เมื่อนำมาใช้ ยังต้องปรับค่า OR ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงอีกทีหนึ่ง
ส่วนกล้องที่ติดตั้งด้านหน้าป้ายนั้น
จะหันหน้ากล้องเข้าป้ายเลย กล้องประเภทนี้เป็นกล้องที่ใช้ตรวจสอบว่า
ป้ายรายงานผลตรงกับที่ศูนย์รายงานออกไปหรือไม่ เพื่อเป็นการตรวจสอบซ้ำอีกครั้งว่า
ป้ายรายงานไม่ผิด รวมทั้งช่วยตรวจสภาพซ่อมบำรุงไปในตัว ส่วนกล้องโดมนั้นจะติดตั้งอยู่ตามสี่แยกใหญ่ๆ
และติดอยู่ในมุมสูง เช่น ป้ายโฆษณาของ Hello Bangkok จับภาพการจราจรตามสี่แยก
และสภาพการจราจรบนทางด่วน กล้องโดมมีความสามารถในการมองภาพทั้งหมด
(pan) หรือซูมภาพจุดใดจุดหนึ่ง รวมทั้งกระดกกล้องให้มองเป็นมุมเอียง
(tilt) สามารถหมุนกล้องได้รอบเกือบ 360 องศา อาจกล่าวได้ว่ารัศมีทำการของกล้องโดมนั้นมีลักษณะเกือบเป็นครึ่งทรงกลม
เลย กล้องโดมนี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ที่ศูนย์ได้ตรวจสอบสภาพการจราจรในภาพรวมอีกชั้นหนึ่ง
ซึ่งจะทำให้มั่นใจยิ่งขึ้นว่า ป้ายจราจรจะรายงานสภาพการจราจรได้ตรงกับสภาพความเป็นจริงที่สุด
ศูนย์ควบคุม
ศูนย์กลางแห่งอัจฉริยะ หัวใจสำคัญส่วนสุดท้ายของระบบป้ายจราจรอัจฉริยะก็คือ
ศูนย์ควบคุมป้ายจราจรอัจฉริยะ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน ละแวกซอยอารีย์
ศูนย์นี้ทำงานทุกวัน วันละ 24 ชั่วโมง มีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบการรายงานของป้ายจราจร
โดยดูภาพที่กล้องจากถนนสายต่างๆ ส่งเข้ามา เจ้าหน้าที่แต่ละคนรับผิดชอบป้ายเป็นโซนๆ
ที่นี่นอกจากจะเป็นศูนย์ข้อมูลการจราจรแล้ว
ยังเป็นศูนย์ข่าวสาร และ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ โดยศูนย์จะส่ง ข้อความต่างๆ
ไปประชาสัมพันธ์บนป้าย รวมทั้งรายงานไปที่ศูนย์จราจรกรุงเทพฯ ซึ่งเปรียบเสมือนผู้ตรวจสอบการทำงานของศูนย์อีกชั้นหนึ่ง
นอกจากรับข้อมูลจากกล้อง
ศูนย์ควบคุมฯยังรับข้อมูลจากส่วนอื่นๆ เช่น รายงานสภาพการจราจรจาก
จส.100 สถานี สวพ.91 เว็บไซต์ของการทางพิเศษ หนังสือพิมพ์ และการรายงานจากภาคสนามโดยทีมงานที่รายงานผ่านเครือข่ายวิทย
โดย...
กองบรรณาธิการ
อ่านเรื่องราวของป้ายจราจรอัจฉริยะทั้งหมด พร้อมภาพประกอบได้จากนิตยสาร
UpDATE ฉบับ 222 มีนาคม 2549


UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ
75 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 825 บาท จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0 2739 8111 โทรสาร 0 2739 8228
E-mail : update@se-ed.com
|