|
สารคดีวิทยาศาสตร์
#219
เด็กไทยสร้างชื่อ
คว้ารางวัลการแข่งขันจรวดขวดน้ำที่ญี่ปุ่น
|
เด็กไทยจากโรงเรียนพนัสพิทยาคาร
จังหวัดชลบุรี สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขันจรวดขวดน้ำประเภทแม่นยำระดับนานาชาติที่ประเทศญี่ปุ่น...ไทยฝันไกล
อนาคตผงาดผู้นำในเวทีระดับโลก
|
คงจะเริ่มคุ้นหูกันมากว่าสี่ปีแล้ว กับ ชื่อ การแข่งขันจรวดขวดน้ำระดับประเทศ
กิจกรรมวิทยาศาสตร์ที่มีจุดเริ่มต้นจากกิจกรรมสาธิตที่จัดแสดงเพื่อให้ความรู้และความสนุกสนานแก่ผู้เข้าชมในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์
มาวันนี้กิจกรรมเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักนั้น ได้กลายมาเป็นสนามแข่งขันที่รวมสุดยอดแฟนพันธุ์แท้จรวดขวดน้ำฝีมือระดับพระกาฬของ
ประเทศไทย มาประกวดประขันประชันความ เก่งกล้ากัน ณ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
(อพวช.) คลองห้า ปทุมธานี โดยแต่ละปีที่ผ่านมาผู้ที่สามารถกำชัยชนะจากสนามนี้จะรั้งตำแหน่งผู้ชนะระดับประเทศไปด้วย
เหมือนกับชื่อ แต่ปีนี้ซึ่งเป็นการแข่งขันครั้งที่ 4 กลับมีปรากฏการณ์ใหม่เกิดขึ้น
เมื่อผู้ชนะของเราไม่ได้ประกาศศักดาเฉพาะในบ้านตัวเอง เท่านั้น
แต่ทั้งเขาและเธอยังเป็นผลิตผลเมดอินไทยแลนด์ที่ได้โกอินเตอร์ไปสร้างชื่อในระดับนานาชาติ
ด้วยการผงาดขึ้นเป็นเยาวชนเจ้าแห่งจรวดขวดน้ำของภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก
ซึ่งเพิ่งมีการจัดแข่งขันขึ้นปีนี้เป็นปีแรก ณ ประเทศญี่ปุ่นได้อีกด้วย
เฟ้นหาจ้าวเวหาจรวดขวดน้ำจาก
1,200 ทีมทั่วประเทศ กระบวนการเฟ้นหาเยาวชนยอดฝีมือจรวดขวดน้ำในปีนี้
มีการเริ่มต้นที่ดูจะแตกต่างกว่า ทุกๆ ปี ตรงที่เจ้าภาพคือ อพวช. และกลุ่มบริษัท
ยูบีซี ได้กำหนดให้มีการจัดแข่งขันในรอบ คัดเลือกกันตั้งแต่เดือนมิถุนายน
- สิงหาคม 2548 และยังแบ่งสนามแข่งขันออกเป็นสี่สนาม สี่ภูมิภาค ไล่เรียงมาตั้งแต่ภาคอีสาน
ภาคเหนือ ภาคใต้ และท้ายสุดที่ภาคกลาง ดังนั้น ผู้เข้าแข่งขันของปีนี้จึงมีมากเป็นประวัติการณ์ตาม
ไปด้วย รวมแล้วมีจำนวนถึง 1,200 ทีมเลย ทีเดียว และจากการแข่งขันทั้งสี่สนาม
ทำให้เราได้พบเพชรในตมจำนวนไม่น้อยที่เพิ่งจะโผล่ขึ้นมาจรัสแสงเป็นครั้งแรก
แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นมือใหม่แต่ฝีมือกลับไม่ใหม่อย่างที่คิด ส่วนทีมเก๋าๆ
ก็พัฒนาเทคนิคและฝีมือไปไกลอย่างเหลือเชื่อ จนในที่สุดก็ได้ทีมที่สามารถทำ
สถิติดีที่สุด 200 ทีม เข้ารอบรองชนะเลิศ
เซียนตัดเซียน
เฉือนกันแค่เซนติเมตร ในรอบรองชนะเลิศ และแล้วในวันที่
19 - 21 สิงหาคม 2548 สนามแข่งขันจรวดขวดน้ำ อพวช. รอบรอง ชนะเลิศก็ต้องระอุ
เพราะเยาวชนผู้เข้าแข่งขันกว่า 200 ทีมที่ฝ่าด่านมาได้จากรอบคัดเลือก
ต่างโชว์ฟอร์มเจ๋ง งัดกลเม็ดเด็ดพราย ตลอดจนเทคนิคต่าง ๆ มาฟาดฟันกันอย่างถึงพริกถึงขิง
เพื่อเบียดกันเข้าเป็น 20 ทีมสุดท้ายในรอบชิงชนะเลิศ นอกจากนั้น ในรอบนี้ยังถือเป็นการพบกันครั้งแรกของทีมประเภทครอบ--ครัวที่สมัครมาร่วมชิงชัยกว่า
155 ทีม ซึ่งในจำนวนนี้จะมีเพียง 10 ทีมเท่านั้นที่จะได้เข้าไปยืนในรอบสุดท้าย
และหลังจากที่ต้องรอลุ้นกันถึง
3 วันเต็ม ในที่สุดก็ได้ผู้ที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศทั้ง 30 ทีม
จากประเภทโรงเรียน(เยาวชน) และครอบครัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งกว่าจะคัดเลือกกันมาได้ก็เล่นเอากรรมการแทบหืดขึ้นคอ
เพราะสถิติที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในสนามประเภทยิงไกลนั้น เรียกได้ว่าเฉือนกันแค่เซนติเมตร
เท่านั้นเอง ส่วนประเภทยิงแม่นต่างก็พากันยิงได้เกือบประชิดเป้าหมาย
ทำให้กรรมการสนามต้องวัดต้องคำนวณกันแบบละเอียดถี่ยิบ แต่ เท่าที่แอบดูทีเด็ดของหลาย
ๆ ทีมน่าจะอยู่ตรงที่ฐานปล่อยจรวดฯ ซึ่งได้มีการประยุกต์และนำเทคโนโลยีใหม่
ๆ เข้ามาช่วย อย่างบางทีมไอเดียบรรเจิดปรับรูปโฉมของฐานเสียจนเราเองก็คาดไม่ถึง
มองทีไรนึกว่าเป็น บาซูก้า ทุกที
จรวดขวดน้ำไทยบินลัดฟ้าไปญี่ปุ่น
ในขณะที่ประเทศไทยของเรากำลังจัด
แข่งขันจรวดขวดน้ำฯ รอบรองชนะเลิศอยู่นั้น จังหวะเดียวกัน ทาง อพวช.
ผู้จัดงานก็ได้รับการติดต่อจาก Japan Aerospace Exploration Agency
(JAXA) ให้ส่งตัวแทนเยาวชนไทยไปร่วมการแข่งขัน APRSAF-12 The First
National Water Boost Rocket Competition ซึ่งจะจัดขึ้นเป็น ครั้งแรก
ในวันที่ 15 ตุลาคม 2548 ณ เมืองคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น โดยสนามนี้นับเป็นสนามแข่งขันระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ที่ คัดสุดยอดทีมเยาวชนจากนานาประเทศของภูมิภาคมาร่วมประชันฝีมือกันอย่างคับคั่ง
และจากสถิติยิงไกลที่สุดด้วยผลงาน 296.13 เมตร ในรอบรองชนะเลิศของทีม
นมข้นหวาน จากโรงเรียนพนัสพิทยาคาร จังหวัดชลบุรี นำโดย สันติพจน์
ไวดี, ปรเมษฐ์ ภูธราพันธ์, สุจินต์ สุขสวัสดิ์ และ อาจารย์
สินีนาฎ ศรีสันต์ ผู้ควบคุมทีม ได้รับเลือก ให้เป็นตัวแทนประเทศไทยเดินทางไปร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติดังกล่าว
เด็กไทยประกาศศักดา
ขึ้นแท่นเจ้า แห่งจรวดขวดน้ำของเอเชียแปซิฟิก
แม้จะเป็นการเดินทางไปร่วมแข่งขันที่
ดูกระชั้นชิดและแทบไม่ทันได้เตรียมตัว แต่ผลการแข่งขัน ณ สนาม APRSAF-12
The First National Water Boost Rocket Competition กลับปรากฏว่า เด็กไทยของเราสามารถสร้างชื่อเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม
ด้วยการคว้าตำแหน่งชนะเลิศการแข่งขันยิงจรวดขวดน้ำในประเภทแม่นยำ โดยทำคะแนนรวมได้สูงสุด
จากสถิติ 70.0 เมตร และ 69.4 เมตร (จากเป้าหมายระยะ 70 เมตร) เฉือนคู่ต่อสู้อื่นๆ
ที่มีอยู่ 9 ชาติ ทั้งจีน เกาหลี มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม อินเดีย
ศรีลังกา และออสเตรเลีย แม้กระทั่งประเทศเจ้าภาพอย่างญี่ปุ่นที่มีการจัดแข่งขันในประเทศอย่างแพร่หลายไปอย่างขาดลอย
จึงไม่น่าจะเกินจริง หากเราจะฝันว่าในอนาคตอันใกล้ เด็กไทยจะผงาดขึ้นเป็นผู้นำทางด้านกิจกรรมจรวดขวดน้ำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ตลอดจนสร้างชื่อในเวทีระดับโลกได้
ความท้าทายบนเส้นทางแห่งความหวัง
ท้ายสุดแล้วคงมีใครสักคนอยากถามว่า
จรวดขวดน้ำมีดีตรงไหน ?? ปรเมษฐ์ ภูธราพันธ์ หนึ่งในตัวแทนประเทศไทยที่เพิ่ง
จะคว้าชัยมาได้ขอเป็นผู้เฉลย ผมว่าจรวด ขวดน้ำมีเสน่ห์ตรงที่มันมีความท้าทายอยู่ในตัว
การได้เข้ามารู้จักและเรียนรู้นั้นยิ่งทำให้ผมและเพื่อนๆ ได้อะไรมากกว่าที่คิดไว้
แน่นอนอย่างแรกก็คือความสนุก แต่หลังจากนั้นเราก็จะได้เรียนรู้ทฤษฎี
หลักการต่างๆ ตลอดจนกระบวนการแก้ปัญหาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ แม้ กระทั่งการรู้แพ้
รู้ชนะ ส่วนผลพลอยได้ก็คือ มิตรภาพ และความสามัคคีที่ค่อยๆ งอกเงยขึ้น
พวกผมอาจจะโชคดีกว่าคนอื่นตรงที่ได้มีโอกาสไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในเวทีระดับนานาชาติ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเก่งกาจกว่าทุกคน เสมอไป เพราะอย่างที่บอกว่าจรวดขวดน้ำเป็นกิจกรรมแห่งความท้าทาย
ดังนั้น ไม่ว่าใครก็สามารถมายืนอยู่จุดเดียวกับพวกผมหรือก้าวไปไกลกว่าได้ทั้งนั้น
.......ผมว่าจากขวดเปล่าที่ไม่มีอะไร แต่เราสามารถทำให้มันไปบินอยู่ในอากาศได้
แค่นี้ก็น่าภูมิใจแล้วใช่ไหมครับ
โดย... กองประชาสัมพันธ์
อพวช.
พบกับเรื่องนี้ได้ที่ : http://update.se-ed.com/219/pet-rocket.htm


UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ
75 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 825 บาท จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0 2739 8111 โทรสาร 0 2739 8228
E-mail : update@se-ed.com
|