UpDATE Magazine Online
 http://update.se-ed.com     หน้าแรก    ฉบับก่อน      แนะนำ     ติดต่อเรา     สมาชิก     ซีเอ็ด      

ฉบับ 215 สิงหาคม 2548

ปกเล่ม 215

ประจำฉบับ

บอกรับจดหมายข่าว

โปรดแจ้ง
E-Mail ของคุณ



Subscribe    
Unsubscribe

  Powered by
YourMailinglist Provider.com

  
ดูจดหมายข่าวเก่า 

             เรื่องจากปก #215               

  ตามรอยไอน์สไตน์ที่เบิร์น  
        พ.ศ. 2548 เป็นปีสำคัญที่เกี่ยวข้อง กับอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ครับ เพราะนอกจากจะครบรอบ 50 ปีที่เขาเสียชีวิตแล้ว   ยังเป็นการครบรอบ100 ปี ที่ไอน์สไตน์ ค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพ องค์การสหประชาชาติจึงได้ยกย่องให้เป็นปีฟิสิกส์โลกด้วย

  Annus mirabilis  
        นักประวัติศาสตร์หลายท่านเรียก พ.ศ.2448 ว่าเป็น Annus mirabilis หรือปีมหัศจรรย์ของไอน์สไตน์ เพราะภายในเวลาไม่ถึงเจ็ดเดือน ไอน์สไตน์สร้างผลงานประวัติศาสตร์ถึงห้าชิ้น เดือนมีนาคมปีนั้นเขาสร้างทฤษฎีควอนตัมของแสงเพื่ออธิบายปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก ผลงานที่ทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบล
       ไอน์สไตน์ถัดมาในเดือนเมษายนและพฤษภาคม ไอน์สไตน์ตีพิมพ์บทความสองบทความชิ้นแรกเสนอวิธีการวัดขนาดของโมเลกุล ชิ้นที่สองอธิบายการเคลื่อนที่ของโมเลกุลที่เรียกว่า Brownian motion ซึ่งเป็นรากฐานของวิชากลศาสตร์สถิติซึ่งเป็นทฤษฎีระดับแนวหน้าของฟิสิกส์อีกทฤษฎีหนึ่ง จากนั้นในเดือนมิถุนายน ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษก็เสร็จสมบูรณ์ และในปลายปีเดียวกันไอน์สไตน์จบปีมหัศจรรย์ของเขาด้วยสมการที่ดังที่สุดในโลกนั่นคือ E = mc2
        
แม้ว่าความยิ่งใหญ่ของไอน์สไตน์ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น ผลงานอัจฉริยะอย่างทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปยังคงติดตามออกมาอีก แต่เชื่อหรือไม่ว่าทฤษฎีสำคัญเหล่านี้ ไอน์สไตน์ค้นพบขณะที่พำนักอยู่ในกรุงเบิร์นแทบทั้งหมด ไอน์สไตน์มีความเป็นอยู่อย่างไรในเบิร์นเมื่อร้อยปีที่แล้ว สถานที่อย่างสำนักงานจดสิทธิบัตร ที่ๆ เขาค้นพบกฎแห่งสัมพัทธภาพจะยังคงอยู่หรือไม่

  เบิร์นและไอน์สไตน์  
        ไอน์สไตน์เข้ามาพำนักในเบิร์น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2445 แต่กว่าที่เขาจะได้งานประจำในสำนักงานจดสิทธิบัตรก็ต้องรอจนถึงเดือนมิถุนายน โดยการช่วยเหลือของเพื่อนรักร่วมชั้นเรียน มาร์เซล กรอสแมน (Marcel Grossman) ตำแหน่งของไอน์สไตน์เมื่อเริ่มเข้าทำงานคือ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคระดับสาม (technical expert third class) และได้ เลื่อนเป็นตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญระดับสองในพ.ศ. 2449 จนถึง พ.ศ. 2451  เมื่อเริ่มมีชื่อเสียงจึงได้งานเป็นผู้ช่วยสอนที่มหาวิทยาลัยเบิร์น แต่เขายังคงทำงานที่สำนักงานจดสิทธิบัตรแห่งนี้ต่อไปหนึ่งปีจึงลาออกเพื่อจะไปรับตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยในเมืองซูริกในพ.ศ. 2452

  พิพิธภัณฑ์บ้านไอน์สไตน์  
        ที่หน้าบ้านเลขที่ 49 ถนนแครม-กาซเซ่ สถานที่ที่ไอน์สไตน์กับ “มิเลวา” ภรรยาของเขา เคยอาศัยอยู่ช่วงระหว่าง ตุลาคม พ.ศ.2446 ถึง พฤษภาคม พ.ศ.2448 และพวกเขาได้ให้กำเนิด ลูกชายคนแรกคือ ฮานส์ อัลเบิร์ต  (Hans Albert) ที่บ้านหลังนี้ด้วย นอกจากนี้มันยังเป็นสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ของฟิสิกส์ เพราะทฤษฎีโฟโตอิเล็กทริก ทฤษฎีการเคลื่อนที่แบบบราวน์และทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ ไอน์สไตน์คิดค้นได้ขณะที่เขาพักอยู่ที่บ้านหลังนี้แหละซึ่งปัจจุบันก็คือ พิพิธภัณฑ์บ้านไอน์สไตน์ นั่นเอง
        บ้านหลังนี้เป็นหลังที่ สองของไอน์สไตน์และมิเลวา มีลักษณะเป็นห้องแถวเล็กๆ มากกว่า บ้าน ทางพิพิธภัณฑ์เปิดให้ชมเพียง สองชั้นคือชั้นที่สามและชั้นที่สี่ ส่วนชั้น สองนั้นเป็นสำนักงานของพิพิธภัณฑ์ ในขณะที่ชั้นล่างเป็นร้านขายอาหารอิตาเลียน
        ก่อนจะเข้าชมก็ต้องจ่ายตั๋วตามธรรมเนียม ราคาก็ไม่แพงมากนัก คือ 4 ยูโร (ตกราวๆ สองร้อยบาท) ทันทีที่เข้าไปในพิพิธภัณฑ์ ก็จะพบกับทางเดินแคบๆ ซึ่งด้านหนึ่งจัดเป็นบอร์ดเล็กๆ แสดงประวัติของไอน์สไตน์ ส่วนอีกด้านหนึ่งก็จะมีชุดสูทของไอน์สไตน์ ตั้งแสดงอยู่ แต่เมื่อพิจารณาดูแล้วคิดว่าไม่น่าจะเป็นตัวเดียวกันกับที่ไอน์สไตน์ใส่ในรูปที่ถ่ายเมื่อร้อยปีก่อน เพราะยังใหม่อยู่มาก และสูทตัวจริงนั้นไอน์สไตน์คงใส่จนเปื่อยขาดไปนานแล้ว
        ชั้นที่สี่ของบ้านซึ่งต้องผ่านบันไดวนแคบๆ บันไดนี้เป็นของเก่าที่อนุรักษ์เอาไว้ บนชั้นนี้พิพิธภัณฑ์จัดมุมให้เป็นห้องทำงานของไอน์สไตน์ จะว่าไปก็มีแต่โต๊ะทำงานและบอร์ดแสดงประวัติผลงานของเขา ที่โต๊ะก็มีโน้ตที่เขียนด้วยลายมือของไอน์สไตน์ด้วย คิดว่าคงถ่าย เอกสารมาจากตัวจริงอีกที สรุปว่าไม่มีของจริงให้ดู มีแต่บ้านที่เป็นของจริง

  E=mc2 และ Einstein's happiest thought  
         ในบรรดาผลงานของไอน์สไตน์  สิ่งที่ผู้คนรู้จักกันมากที่สุดคงจะเป็นสมการ E = mc2 ในขณะที่ไอน์สไตน์คิดสมการที่กลายเป็นโลโก้ประจำตัว ของเขานั้น ตัวเขาและครอบครัวได้ย้ายออกจากถนนแครมกาซเซ่ ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2448 มาอยู่ที่บ้านเลขที่ 28 ถนนทชาร์เนอร์สตร๊าสเซ่ (Tscharnerstrasse)  สถานที่นี้ปัจจุบันอยู่นอกเขตเมืองเก่าจึงไม่ใช่แหล่งอนุรักษ์ของเมือง บ้านเก่าของไอน์สไตน์เมื่อร้อยปีก่อนจึงไม่เหลือซากให้เห็นอีกแล้ว ปัจจุบันที่พักอาศัยในย่านนี้ได้กลายสภาพเป็นบ้านเรือนสมัยใหม่ไปหมดแล้ว
        สำนักงานจดสิทธิบัตรที่ทำงานเก่าของไอน์สไตน์เป็นตำนานหนึ่งของวิชาฟิสิกส์ครับ เพราะเป็นที่ไอน์สไตน์เกิดความคิด ซึ่งตัวเขาเองอ้างถึงว่าเป็น “การคิดที่มีความสุขที่สุดในชีวิต” หรือ The happiest thought of my life (แปลมาจาก der gluecklichste Gedanke meines Lebens ในภาษาเยอรมัน)
        วันหนึ่งใน พ.ศ. 2450 สองปีหลังจากที่เขาตีพิมพ์ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ ขณะนั่งอยู่ให้ห้องทำงานที่สำนักงานจดสิทธิบัตรแห่งนี้ ไอน์สไตน์ออกแบบการทดลองง่ายๆ ในหัวสมอง เขาถามตัวเองว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชายคนหนึ่งที่ตกลงมาจากหลังคาบ้าน ถ้าชายคนนั้นพยายามจะทิ้งปล่อยของให้ตก ของชิ้นนั้นย่อมตกลงมาพร้อมๆ กับเขา การทดลองในห้องแล็บใต้หมวกของไอน์สไตน์ครั้งนั้น ทำให้เขาเข้าใจความสมมูลระหว่างความเร่งและความโน้มถ่วง ซึ่งพัฒนามาเป็น The Principle of Equivalence ในเวลาต่อมา เรื่องนี้ได้กลายเป็นตำนานในวิชาฟิสิกส์ไปแล้ว นักเรียนทุกคนที่ลงทะเบียนวิชาสัมพัทธภาพต้องเคยได้ยิน Einstein's happiest thought
        “... the acceleration of free fall with respect to the material is therefore a mighty argument that the postulate of relativity is to be extended to coordinate systems that move nonuniformly relative to one another . . .”  ตอนหนึ่งในบทความของไอน์สไตน์ เรื่อง Fundamental Ideas and Methods of Relativity
        คิดไปคิดมาผมว่ามันก็ตลกดี ที่หลักสำคัญที่สุดอันหนึ่งในวิชาฟิสิกส์อย่าง The Principle of Equivalence ไม่ได้คิดออกมาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ แต่ออกมาจากตึกหลังนี้ ตึกสำนักงานไปรษณีย์ที่ข้างในมีสำนักงานจดสิทธิบัตร และมันก็ออกมาจากหัวสมองของเสมียนคนหนึ่งที่ใช้เวลาว่างจากงานประจำมานั่งคิดฟิสิกส์ ไอน์สไตน์อุทิศตนเพื่อค้นคว้าหาความจริงของธรรมชาติ โดยไม่ต้องรอให้ใครมาเรียกเขาว่านักวิทยาศาสตร์ ความกระหายใคร่รู้แบบนี้นี่เองกระมังที่ฝึกให้เขาเป็นอัจฉริยะของ อัจฉริยะ...  

                                               โดย... ดร.อรรถกฤต ฉัตรภูติ
 ภาควิชาฟิสิกส์  คณะวิทยาศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อ่านเรื่องราวของไอน์สไตน์ในแง่มุมต่างๆ ทั้งหมด พร้อมภาพประกอบได้จากนิตยสาร UpDATE ฉบับ 215 สิงหาคม 2548

พบกับเรื่องนี้ได้ที่ :
http://update.se-ed.com/215/einstein.htm
กลับไปหน้าเรื่องจากปก

 


Discovery ResearchPaper NASA
WhyFilesSavvySearch เชื่อมสู่สถาบันการศึกษา วิชาการ.คอม


UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ 75 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 825 บาท
จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0 2739 8111 โทรสาร 0 2739 8228
E-mail : update@se-ed.com

SEED Update Magazine Microcomputer User Internet
เซมิคอนดัคเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ Industrial Hobby Mechanical