|
ฉบับ 213 มิถุนายน
2548
|
| 
|
|
ประจำฉบับ
|
|
|
Powered by
YourMailinglist Provider.com ดูจดหมายข่าวเก่า
|
สารคดีวิทยาศาสตร์
#213
แหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยาในประเทศไทย
ให้ธรรมชาติ เป็นแรงดลใจในการเรียนรู้
|
สายหมอกที่เรี่ยรายอยู่บนดอยสูง
ทิวเขาที่สลับซับซ้อน พื้นหินที่ตะปุ่มตะป่ำบนยอดภู ลวดลายแปลกตาของดินภูเขาบนโค้งถนน
ทิวไม้ที่ทอดสายเป็นอุโมงค์ หรือภูผาตระหง่านเงื้อมชายทะเล
ล้วนแต่ทำให้ผู้พบเห็นเกิดความประทับใจ และอาจเกิดแรงบันดาลใจอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมาได้
และที่สำคัญสถานที่ดังกล่าวต่างก็เป็นแหล่งเรียนรู้ ทางธรรมชาติชั้นดีให้แก่มนุษย์
|
การศึกษาจากธรรมชาติ
มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะในวิชาธรณีวิทยาซึ่งเป็นการศึกษาเรื่องราวของโลก
โดยใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สาขาต่าง ๆ มาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน
และทำนายความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ในอดีตวิชาธรณีวิทยาเริ่มเรียนกันในระดับมหาวิทยาลัยเท่านั้น
แต่ปัจจุบันได้บรรจุไว้ในหลักสูตรของนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาจนถึงมัธยม
ศึกษาตอนปลาย เพื่อให้นักเรียนได้มีความรู้เกี่ยวกับโลกและแผ่นดิน
ที่ ตนเองอาศัยอยู่ การเรียนรู้ทางธรณีวิทยาจะต้องอาศัยจินตนาการ
การสังเกต ประกอบกับข้อมูลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งหลักฐานทางธรณีวิทยามักจะอยู่ตามแหล่งธรรมชาติต่างๆ
สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งนับว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยาชั้นดี
ขณะนี้บ้านเรายัง ขาดแคลนแหล่งข้อมูลในการศึกษาเรียนรู้ทางด้านธรณีวิทยา
มีการจัดทำ หนังสือและซีดีรอมแหล่งเรียนรู้ ทางธรณีวิทยาในประเทศไทย
โดย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เพื่อให้สถานศึกษา
ครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษา หรือแม้แต่นัก ท่องเที่ยวทุกเพศ
ทุกวัย ได้ใช้เป็นคู่มือ ประกอบการศึกษาเรียนรู้เมื่อได้เดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ
โดยมีข้อมูล หรือใช้เป็นคู่มือในการจัดการศึกษาภาคสนามเกี่ยวกับโครงสร้างทางธรณีวิทยา
ลักษณะและชนิดของหิน ร่องรอยของการเปลี่ยนแปลงต่างๆ บนพื้นโลก
สถานที่ท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาในประเทศไทย
ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติในหนังสือและซีดีที่ได้กล่าวถึงทั้ง
109 แห่ง ล้วนแต่มีลักษณะ ที่โดดเด่นและมีความสำคัญ นิยมใช้อ้างอิงในวิชาการธรณีวิทยา
เป็นแหล่งที่เป็นแบบฉบับของชุดหิน แหล่งแร่ และซากดึกดำบรรพ์ เป็นแหล่งหินที่
เข้าใจง่าย มีความแตกต่างจากหินชนิดอื่นอย่างเด่นชัด ผู้อ่านสามารถที่จะจำแนกชนิดหินได้ด้วยตัวเอง
อีกทั้ง ยังสามารถเดินทางได้สะดวกจากแผนที่ที่แสดงตำแหน่งและทิศทางในการเดินทาง
นางเบ็ญจวรรณ ศรีเจริญ
ผู้ชำนาญสาขาวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษาของ สสวท. กล่าวว่า แหล่งเรียนรู้จากธรรมชาติสามารถที่จะสะท้อนให้เห็นร่องรอยหลักฐานของโลกที่ครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นจริงๆ
เช่น ร่องรอยการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก รอยเลื่อนและรอยคดโค้งของชั้นหิน
ทำให้ได้ เห็นกับตา ไม่ใช่เป็นแค่ได้อ่านหรือได้ฟังสิ่งที่เขาเล่ากันมา
หรือการดูลักษณะของหิน ซึ่งบางทีเราสังเกตจากก้อนหินก้อนหนึ่ง ก็จะได้รู้ลักษณะของมัน
แต่เมื่อไปถึงแหล่งเรียนรู้ ในธรรมชาติ จะได้เห็นว่าลักษณะเดิมๆ
ของหินที่อยู่บนภูเขาเป็นอย่างไร แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติจึงมีบทบาท
และมีความหมายมากหรือในการเรียนรู้เรื่องดิน จะได้ เข้าใจว่าลักษณะของชั้นดินเป็นอย่างไร
บนผิวดินเป็นอย่างไร ถ้าชั้นดินที่ลึกเข้าไปหน่อยจะเป็นอย่างไร ก็ได้
เห็นความแตกต่าง ถ้าเราไปแถวภูเขาที่ตัดถนนผ่าน ก็จะเห็นว่า ข้างบนที่เห็นเป็นดินที่ต้นไม้ขึ้นได้
แต่ข้างล่างนั้น มันเป็นหิน แล้วลักษณะหินข้างล่างนั้นมันสอดคล้องกับลักษณะของดินที่อยู่ข้างบนนั้นอย่างไร
จะได้เห็นถึงกระบวนการเกิดดินว่าจริงๆ แล้ว ดินเกิดจากหินเพราะอะไร
แล้วทำไมดินแต่ละพื้นที่ถึงไม่เหมือนกัน เด็กจะได้เข้าใจและโยงไปถึงว่าเนื่องจากหินที่อยู่ข้างใต้ที่จะ
เกิดเป็นดินนั้นเป็นหินต่างชนิดกัน หินแต่ละชนิดประกอบไปด้วยแร่ธาตุ
ต่างๆ กัน ฉะนั้น เมื่อหินผุพังจึงกลายเป็นดินที่มีลักษณะต่างกัน
พอเด็ก ๆ ไปเห็นจะได้เข้าใจว่า
อ๋อ.....ดินเกิดมาจากหินที่ผุพังอยู่ด้านล่างสะสมทับถมกันต่อเนื่องมาถึงผิวดินด้านบน
ดินเกิดจากหินอย่างนี้ นี่เอง จึงเท่ากับตอกย้ำว่าใช่อย่างที่เรียนหรือที่เราอ่านมาจริงๆ
ตัวอย่างของแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่น่าสนใจ
เช่น บ่อทิ้งขยะของกรุงเทพมหานครที่จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นบ่อดินที่ขุดลึก
สามารถมองเห็นหน้าตัดดิน หรือบ่อดินที่ขุด เพื่อการก่อสร้างต่างๆ เพื่อศึกษาลักษณะของเนื้อดิน
การเปลี่ยนแปลงของดินแต่ละชั้น สามารถโยงถึงสภาพแวดล้อมในอดีตว่าครั้งหนึ่ง
บริเวณที่ศึกษาน่าจะมีสภาพเป็นอย่างไร อยู่บนบกหรือใต้น้ำ ดูสิ่งที่ปะปนอยู่ในดิน
อุโมงค์ต้นไม้ทอดโค้งยาวตาม
ถนนที่ ต. แสลงพัน อ. วังม่วง จ. สระบุรี เป็นเหมือนงานศิลปะที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้
หินที่พบในละแวกนี้มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าในอดีตบริเวณแห่งนี้เคยเป็นทะเลน้ำตื้นใกล้ชายฝั่งมาก่อน
ซึ่งสอดคล้องกับ ร่องรอยที่พบในเขาสมโภชน์ อ. ท่าหลวง จ. ลพบุรี ซึ่งเป็นภูเขาหินปูนที่มีซากดึกดำบรรพ์หลายชนิดปรากฏอยู่ในเนื้อหิน
มีทั้งหอยฝาเดียว หอย สองฝา ปะการัง ฟิวซูลินิด ไบรโอซัว พลับพลึงทะเล
บ่งบอกถึงสภาพแวดล้อม ที่เป็นทะเลกว้างและน้ำค่อนข้างลึกในยุคเพอร์เมียน
มีอายุประมาณ 245-285 ล้านปี ได้เป็นอย่างดี ถ้ำจอมพล
อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เป็นถ้ำหินปูนที่เกิดจากการกัดเซาะของทางน้ำใต้ดินจนเกิดเป็นช่องใหญ่ๆ
ต่อเนื่องกัน จังหวัดราชบุรีมีภูเขาหินปูนและมีถ้ำจำนวนมาก เด็กๆ จะได้เรียนรู้ถึงชนิดของหิน
ลักษณะทั่วไปของถ้ำ รวมทั้งการอนุรักษ์และบริหารจัดการถ้ำ น้ำพุร้อนเทพนม
อ. ฮอด จ. เชียงใหม่ เกิดจากน้ำบาดาลไหลผ่านเข้าไปในพื้นที่ที่รับการถ่ายโอนความร้อนของหินอัคนี
หรืออาจเกิดความร้อนจากการสลายตัวของแร่กัมมันตรังสีที่อยู่ใต้ผิวโลกแล้ว
ส่งผ่านน้ำร้อนขึ้นมาตามรอยแตก หรือรอยเลื่อนของเปลือกโลกสู่ผิวดิน
ซึ่งจะได้เรียนรู้เรื่องธรณีสัณฐานและการเกิดแหล่งน้ำพุร้อน สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ อ.
เมือง จ. พังงา ประกอบไปด้วยภูเขาหินปูนที่มีรูปร่างแปลกตา จากร่องรอยดังกล่าวนักธรณีวิทยาสันนิษฐานว่า
เมื่อก่อนพื้นที่แห่งนี้เคยอยู่ใต้ทะเล ในยุคเพอร์เมียน ประมาณ 250
ล้านปีที่ผ่านมา ซึ่งจะได้ศึกษาเกี่ยวกับลักษณะธรณีสัณฐานและโครงสร้าง
ทางธรณีของหินปูนบริเวณดังกล่าว สุสานหอย
อ. เมือง จ. กระบี่ เป็น แหล่งศึกษาชนิดของชั้นหิน ชนิดของซากดึกดำบรรพ์จำนวนมาก
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหอยฝาเดียว หอยขมน้ำจืด พบหอยสองฝา เกล็ดและกระดูกปลาน้ำจืดจำนวนน้อย
เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าในอดีตเคยเป็นแหล่งน้ำจืดที่มีหอยขมน้ำจืดอาศัยอยู่จำนวนมาก
การไปเยี่ยมชมสุสานหอยจะทำให้เข้าใจเรื่องฟอสซิลเพิ่มมากยิ่งขึ้น
การที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับลักษณะโครงสร้างของภูมิประเทศ
ลักษณะของดิน ลักษณะของหิน ลักษณะของ แหล่งน้ำ ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างชนิดของพืช
ชนิดของสิ่งมี ชีวิตเล็กๆ บนผิวดิน ผิวน้ำ กับลักษณะของพื้นที่นั้นๆ
จะเกิดความสนุกสนานในการเรียนรู้ และเกิดความประทับใจ ครูสามารถจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้จากธรรมชาติรอบๆ
ตัว เช่น บ่อบำบัดน้ำเสีย สระน้ำในโรงเรียน ที่ราบเชิงเขาหลังโรงเรียน
หรือแม้แต่สนามฟุตบอล แต่สิ่งสำคัญครูจะต้องเตรียมการมาอย่างดี ต้องสำรวจและวางแผน
กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนว่าจะเรียนรู้เรื่องอะไร จะกำหนดขั้นตอนในการทำกิจกรรมอย่างไร
เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่เรียกว่า การสืบเสาะหาความรู้
และเกิดองค์ความรู้ตามจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้ การเดินทางเป็นการเรียนรู้โลกและเข้าใจแผ่นดิน
การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในห้องเรียน ไม่ได้จำกัด วัยและสถานภาพ
การได้เดินทางไปในแหล่งธรรมชาติต่างๆ
นอกจากจะช่วย จุดประกายในการอนุรักษ์และหวงแหนธรรมชาติแล้ว เรายังได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ไปในตัวและเรียนรู้ไปได้ตลอดชีวิตอีกด้วย
โดย... ดุลยา
มงคล
พบกับเรื่องนี้ได้ที่ : http://update.se-ed.com/213/geology.htm

UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ
75 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 825 บาท จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0 2739 8111 โทรสาร 0 2739 8228
E-mail : update@se-ed.com
|