UpDATE Magazine Online
 http://update.se-ed.com     หน้าแรก    ฉบับก่อน      แนะนำ     ติดต่อเรา     สมาชิก     ซีเอ็ด      

ฉบับ 210 มีนาคม 2548

ปกเล่ม 210

ประจำฉบับ

บอกรับจดหมายข่าว

โปรดแจ้ง
E-Mail ของคุณ



Subscribe    
Unsubscribe

  Powered by
YourMailinglist Provider.com

  
ดูจดหมายข่าวเก่า 

             เรื่องจากปก #210               

  เมื่อพะยูนกำลังจะสูญพันธุ์ไป จากท้องทะเลไทย  
        ทั้งถูกทำร้ายจากเรือและเครื่องมือประมง ทั้งคนใจร้ายไล่ล่าเอาเนื้อหนังและอวัยวะ ทั้งแหล่งอาหารก็ถูกคุกคามจากสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม พะยูนไทยในวันนี้จึงกำลังเผชิญหน้ากับการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์อย่างมิอาจหลีกเลี่ยง

  พะยูนอยู่ที่ไหนบ้าง  
       พะยูนจะอยู่ในทะเลเขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อนเท่านั้น โดยจะอาศัยอยู่ตามชายฝั่งน้ำตื้น 3-5 เมตรที่มีแหล่งหญ้าทะเลซึ่งเป็นอาหารหลักของพะยูน ถ้าเปรียบเทียบทั่วโลกแล้ว จะพบพะยูนมากบริเวณชายฝั่งทะเลประเทศออสเตรเลีย แต่สำหรับประเทศไทย แม้ว่าจะเคยมีพะยูนมากทั้งชายฝั่งด้านอ่าวไทยและอันดามัน แต่ปัจจุบันพะยูนมีจำนวนลดลงมาก กลุ่มใหญ่ที่สุดที่พบอยู่บริเวณอุทยานแห่งชาติ เจ้าไหม และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นแหล่งหญ้าทะเลขนาดใหญ่ที่สุดที่มีอยู่ในทะเลไทยนั่นเอง

 ลูกพะยูนพลัดหลงจากแม่และบาดเจ็บมีแผลเป็นร่องลึก ทีมงานวิจัยสัตว์ทะเล หายากได้รับตัวมาดูแล เมื่อเดือนเมษายน 2547
ลูกพะยูนพลัดหลงจากแม่และบาดเจ็บมีแผลเป็นร่องลึก ทีมงานวิจัยสัตว์ทะเล หายากได้รับตัวมาดูแล เมื่อเดือนเมษายน 2547

  พะยูนอาจจะสูญพันธุ์ไปจาก ทะเลไทยและสูญพันธุ์ไปจากโลก  
        เครื่องมือประมงหลายชนิดเป็นสาเหตุที่ทำให้พะยูนต้องจบชีวิตลง  โดยที่ชาวประมงเองก็รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เครื่องมือประมงที่พบว่าพะยูนมาติดและตายมากที่สุดคือ อวน รองลงมาคือ โป๊ะ เมื่อพะยูนว่ายน้ำมาติดเครื่องมือประมงเหล่านี้ จะเกิดภาวะตกใจหรือเครียดอย่างเฉียบพลัน เพราะไม่สามารถขึ้นมาหายใจได้ แผ่นปิดบริเวณจมูกของพะยูนจะไม่เปิด พะยูนจะ หยุดหายใจและตายในที่สุด ภาวะนี้เรียกว่า suffocate
        เรือหาปลาและเรือยนต์ขนาดใหญ่ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พะยูนเสียชีวิต พะยูนจำนวนไม่น้อยถูกใบพัดเรือฟันเป็นแผลเหวอะหวะและตายลงในที่สุด หลายคนอาจคิดว่าทำไมพะยูนจึงไปว่ายใกล้ๆ ใบพัดเรือ หรือไม่ว่ายหลบเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์ พะยูนไม่ได้หู หนวก แต่หูของมันไม่สามารถรับคลื่นเสียงที่มีความถี่แบบเสียงของเครื่องยนต์ได้ อีกทั้งความเร็วของเรือก็ทำให้พะยูนไม่สามารถหลบหลีกได้ทัน จนต้องสังเวยชีวิตในที่สุด
        พะยูนเป็นสัตว์กินพืช อาหารหลักของพะยูนก็คือหญ้าทะเล  หญ้าทะเลที่พะยูนกินนั้น เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวคล้ายๆ กับหญ้าบนบก ในทะเลไทยมีหญ้าทะเลอยู่ประมาณ 11 ชนิด แต่พะยูนจะเลือกเล็มกินเฉพาะชนิดที่มีลักษณะอ่อนนิ่ม หรือยอดอ่อนเท่านั้น โดยพะยูนหนึ่งตัวจะกินหญ้าทะเลมากถึง 30 กิโลกรัมต่อวันเลยทีเดียว
        พะยูนบางส่วนต้องตายลงเนื่องจากขาดหญ้าทะเลซึ่งเป็นอาหารหลัก แม้ว่าหญ้าทะเลจะเป็นพืชที่มีวิวัฒนาการค่อนข้างสูง โดยเป็นพืชดอกที่มีดอกสมบูรณ์ ให้เมล็ดและผลได้ต่างจากสาหร่ายทะเลทั่วๆ ไป และมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องแพ้การคุกคามของมนุษย์ หญ้าทะเลจำนวนมากถูกทำลายจากการประมงชายฝั่งและตีนอวนของเรือประมงพาณิชย์อย่างเรืออวนลาก อวนรุน และหากรวมเข้ากับธุรกิจการท่องเที่ยว  สิ่งก่อสร้าง และของเสียจากแหล่งต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของน้ำทะเล ก็ทำให้หญ้าทะเลตายเป็นจำนวนมาก และหญ้าทะเลบางส่วนที่อยู่รอดก็เจริญเติบโตได้ช้า ทำให้หญ้าทะเลลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว เมื่อไม่มีหญ้าทะเลแล้ว พะยูนจะอยู่ได้อย่างไร??

  เราจะช่วยกันอนุรักษ์พะยูนได้อย่างไร  
        ปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ทะเลอยู่บ้าง เช่น ที่ศูนย์ชีววิทยาทางทะเลภูเก็ต (Phuket Marine Biology Center) ซึ่งเป็นกลุ่มนักวิชาการและนักอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก โดยศึกษาสำรวจและวิจัยเกี่ยวกับชีววิทยา โครงสร้างประชากร ลักษณะทางพันธุกรรม และแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ ทำการประเมินสถานภาพและวิเคราะห์สาเหตุการลดลง เพาะขยายพันธุ์สัตว์ทะเลที่หายากบางชนิดเพื่อเพิ่มปริมาณ รวมทั้งฟื้นฟูสุขภาพสัตว์ที่เจ็บป่วยจากธรรมชาติและเผยแพร่การอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ทะเลหายากต่อสาธารณชน โดยพะยูนเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของนักอนุรักษ์กลุ่มนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดของกลุ่มนี้ได้ที่http://www.pmbc. go.th/MarEndager/AboutUs.html
        และยังมีอีกหนึ่งความร่วมมือเพื่ออนุรักษ์พะยูน นั่นคือความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดภูเก็ตของไทย กับสถาบันวิจัยทรัพยากรทางทะเลเกียวโตของญี่ปุ่น เพื่อทำการศึกษาวิจัยเสียงของพะยูน(Acoustic survey of Dugong dugon)ในอารมณ์ต่างๆ โดยใช้พื้นที่บริเวณนอกชายฝั่งของเกาะตะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง และบริเวณอ่าวมะขามป้อม อำเภอแกลงจังหวัดระยอง เป็นพื้นที่ ทำการวิจัย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จะทำการบันทึกเสียงของพะยูนทั้งในเวลาที่ดีใจ บาดเจ็บ หรือตกใจ โดยการวิจัยจะแบ่งเป็นสองครั้งด้วยกัน  ครั้งแรกเป็นการหย่อนอุปกรณ์ที่เรียกว่า ไฮโดรโฟน ลงไปใต้น้ำห่างจากฝั่ง 2 - 5 กิโลเมตรเพื่อดักฟังเสียงโดยไม่เข้าใกล้ฝูงพะยูน แล้วนำเสียงที่ได้ไปวิเคราะห์ที่ประเทศญี่ปุ่น ส่วนครั้งที่สองจะนำไฮโดรโฟน กับหน่วยความจำที่เรียกรวมๆ กันว่า Data logger รวม 10 เครื่องไปวางไว้ใต้น้ำในลักษณะตั้งฉากโดยเว้นระยะห่างกัน 100 เมตรจากชายฝั่งเกาะ ตะลิบง บริเวณอ่าวทุ่งจีน นาน 10 วัน เพื่อให้เครื่องบันทึกเสียงพะยูน แล้วจึงนำเสียงที่บันทึกได้ไปวิเคราะห์ที่ประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง
        แม้โครงการนี้จะใช้ระยะเวลานานถึง 5 ปี แต่จะส่งผลดีโดยตรงต่อพะยูนในระยะยาว เพราะจะทำให้เราเข้าใจพฤติกรรมการสื่อสารของพะยูนมากขึ้น สามารถประเมินจำนวนพะยูนได้  ตลอดจนนำข้อมูลที่ได้ไปสร้างอุปกรณ์ตรวจวัดเสียงพะยูน และส่งสัญญาณเตือนภัยไม่ให้พะยูนว่ายเข้าใกล้เครื่องมือประมงที่อาจเป็นอันตรายอย่างเช่น อวนได้
        นอกจากนี้ยังมีการจัดทำแผน แม่บทและแผนปฏิบัติการอนุรักษ์พะยูนในประเทศไทย โดยมีศูนย์ข้อมูลพะยูน(Dugong Information Center) คือ สถาบันวิจัยวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นศูนย์รวมข้อมูลพะยูนทั้งด้านข่าวสาร ข้อมูลวิชาการ และสถิติพะยูน ทั้งนี้ก็เพื่อให้การอนุรักษ์พะยูนและหญ้าทะเลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน...หากเราไม่ช่วยกันอนุรักษ์ อนาคตของพะยูนก็คงไม่ต่างไปจาก สมัน หรือ เลียงผา ที่เหลือเพียงภาพความทรงจำเท่านั้น...

                                               โดย... มารีน

อ่านเรื่องราวของพะยูนทั้งหมด พร้อมภาพประกอบได้จากนิตยสาร UpDATE ฉบับ 210 มีนาคม 2548

พบกับเรื่องนี้ได้ที่ :
http://update.se-ed.com/210/dugong.htm
กลับไปหน้าเรื่องจากปก

 


Discovery ResearchPaper NASA
WhyFilesSavvySearch เชื่อมสู่สถาบันการศึกษา


UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ 60 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 720 บาท
จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0-2751-5800, 0-2751-4175 โทรสาร 0-2751-5059
E-mail : update@se-ed.com

SEED Update Magazine Microcomputer User Internet
เซมิคอนดัคเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ Industrial Hobby Mechanical