|
เรื่องจากปก
#210
เมื่อพะยูนกำลังจะสูญพันธุ์ไป
จากท้องทะเลไทย ทั้งถูกทำร้ายจากเรือและเครื่องมือประมง
ทั้งคนใจร้ายไล่ล่าเอาเนื้อหนังและอวัยวะ ทั้งแหล่งอาหารก็ถูกคุกคามจากสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม
พะยูนไทยในวันนี้จึงกำลังเผชิญหน้ากับการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์อย่างมิอาจหลีกเลี่ยง
พะยูนอยู่ที่ไหนบ้าง พะยูนจะอยู่ในทะเลเขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อนเท่านั้น
โดยจะอาศัยอยู่ตามชายฝั่งน้ำตื้น 3-5 เมตรที่มีแหล่งหญ้าทะเลซึ่งเป็นอาหารหลักของพะยูน
ถ้าเปรียบเทียบทั่วโลกแล้ว จะพบพะยูนมากบริเวณชายฝั่งทะเลประเทศออสเตรเลีย
แต่สำหรับประเทศไทย แม้ว่าจะเคยมีพะยูนมากทั้งชายฝั่งด้านอ่าวไทยและอันดามัน
แต่ปัจจุบันพะยูนมีจำนวนลดลงมาก กลุ่มใหญ่ที่สุดที่พบอยู่บริเวณอุทยานแห่งชาติ
เจ้าไหม และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นแหล่งหญ้าทะเลขนาดใหญ่ที่สุดที่มีอยู่ในทะเลไทยนั่นเอง
|

ลูกพะยูนพลัดหลงจากแม่และบาดเจ็บมีแผลเป็นร่องลึก
ทีมงานวิจัยสัตว์ทะเล หายากได้รับตัวมาดูแล เมื่อเดือนเมษายน
2547
|
พะยูนอาจจะสูญพันธุ์ไปจาก
ทะเลไทยและสูญพันธุ์ไปจากโลก เครื่องมือประมงหลายชนิดเป็นสาเหตุที่ทำให้พะยูนต้องจบชีวิตลง
โดยที่ชาวประมงเองก็รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เครื่องมือประมงที่พบว่าพะยูนมาติดและตายมากที่สุดคือ
อวน รองลงมาคือ โป๊ะ เมื่อพะยูนว่ายน้ำมาติดเครื่องมือประมงเหล่านี้
จะเกิดภาวะตกใจหรือเครียดอย่างเฉียบพลัน เพราะไม่สามารถขึ้นมาหายใจได้
แผ่นปิดบริเวณจมูกของพะยูนจะไม่เปิด พะยูนจะ หยุดหายใจและตายในที่สุด
ภาวะนี้เรียกว่า suffocate เรือหาปลาและเรือยนต์ขนาดใหญ่ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พะยูนเสียชีวิต
พะยูนจำนวนไม่น้อยถูกใบพัดเรือฟันเป็นแผลเหวอะหวะและตายลงในที่สุด
หลายคนอาจคิดว่าทำไมพะยูนจึงไปว่ายใกล้ๆ ใบพัดเรือ หรือไม่ว่ายหลบเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์
พะยูนไม่ได้หู หนวก แต่หูของมันไม่สามารถรับคลื่นเสียงที่มีความถี่แบบเสียงของเครื่องยนต์ได้
อีกทั้งความเร็วของเรือก็ทำให้พะยูนไม่สามารถหลบหลีกได้ทัน จนต้องสังเวยชีวิตในที่สุด
พะยูนเป็นสัตว์กินพืช
อาหารหลักของพะยูนก็คือหญ้าทะเล หญ้าทะเลที่พะยูนกินนั้น เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวคล้ายๆ
กับหญ้าบนบก ในทะเลไทยมีหญ้าทะเลอยู่ประมาณ 11 ชนิด แต่พะยูนจะเลือกเล็มกินเฉพาะชนิดที่มีลักษณะอ่อนนิ่ม
หรือยอดอ่อนเท่านั้น โดยพะยูนหนึ่งตัวจะกินหญ้าทะเลมากถึง 30 กิโลกรัมต่อวันเลยทีเดียว
พะยูนบางส่วนต้องตายลงเนื่องจากขาดหญ้าทะเลซึ่งเป็นอาหารหลัก
แม้ว่าหญ้าทะเลจะเป็นพืชที่มีวิวัฒนาการค่อนข้างสูง โดยเป็นพืชดอกที่มีดอกสมบูรณ์
ให้เมล็ดและผลได้ต่างจากสาหร่ายทะเลทั่วๆ ไป และมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
แต่ก็ต้องแพ้การคุกคามของมนุษย์ หญ้าทะเลจำนวนมากถูกทำลายจากการประมงชายฝั่งและตีนอวนของเรือประมงพาณิชย์อย่างเรืออวนลาก
อวนรุน และหากรวมเข้ากับธุรกิจการท่องเที่ยว สิ่งก่อสร้าง และของเสียจากแหล่งต่างๆ
ที่ส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของน้ำทะเล ก็ทำให้หญ้าทะเลตายเป็นจำนวนมาก
และหญ้าทะเลบางส่วนที่อยู่รอดก็เจริญเติบโตได้ช้า ทำให้หญ้าทะเลลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อไม่มีหญ้าทะเลแล้ว พะยูนจะอยู่ได้อย่างไร??
เราจะช่วยกันอนุรักษ์พะยูนได้อย่างไร ปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ทะเลอยู่บ้าง
เช่น ที่ศูนย์ชีววิทยาทางทะเลภูเก็ต (Phuket Marine Biology Center)
ซึ่งเป็นกลุ่มนักวิชาการและนักอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก โดยศึกษาสำรวจและวิจัยเกี่ยวกับชีววิทยา
โครงสร้างประชากร ลักษณะทางพันธุกรรม และแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์
ทำการประเมินสถานภาพและวิเคราะห์สาเหตุการลดลง เพาะขยายพันธุ์สัตว์ทะเลที่หายากบางชนิดเพื่อเพิ่มปริมาณ
รวมทั้งฟื้นฟูสุขภาพสัตว์ที่เจ็บป่วยจากธรรมชาติและเผยแพร่การอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ทะเลหายากต่อสาธารณชน
โดยพะยูนเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของนักอนุรักษ์กลุ่มนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดของกลุ่มนี้ได้ที่http://www.pmbc.
go.th/MarEndager/AboutUs.html และยังมีอีกหนึ่งความร่วมมือเพื่ออนุรักษ์พะยูน
นั่นคือความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดภูเก็ตของไทย
กับสถาบันวิจัยทรัพยากรทางทะเลเกียวโตของญี่ปุ่น เพื่อทำการศึกษาวิจัยเสียงของพะยูน(Acoustic
survey of Dugong dugon)ในอารมณ์ต่างๆ โดยใช้พื้นที่บริเวณนอกชายฝั่งของเกาะตะลิบง
อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง และบริเวณอ่าวมะขามป้อม อำเภอแกลงจังหวัดระยอง
เป็นพื้นที่ ทำการวิจัย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จะทำการบันทึกเสียงของพะยูนทั้งในเวลาที่ดีใจ
บาดเจ็บ หรือตกใจ โดยการวิจัยจะแบ่งเป็นสองครั้งด้วยกัน ครั้งแรกเป็นการหย่อนอุปกรณ์ที่เรียกว่า
ไฮโดรโฟน ลงไปใต้น้ำห่างจากฝั่ง 2 - 5 กิโลเมตรเพื่อดักฟังเสียงโดยไม่เข้าใกล้ฝูงพะยูน
แล้วนำเสียงที่ได้ไปวิเคราะห์ที่ประเทศญี่ปุ่น ส่วนครั้งที่สองจะนำไฮโดรโฟน
กับหน่วยความจำที่เรียกรวมๆ กันว่า Data logger รวม 10 เครื่องไปวางไว้ใต้น้ำในลักษณะตั้งฉากโดยเว้นระยะห่างกัน
100 เมตรจากชายฝั่งเกาะ ตะลิบง บริเวณอ่าวทุ่งจีน นาน 10 วัน เพื่อให้เครื่องบันทึกเสียงพะยูน
แล้วจึงนำเสียงที่บันทึกได้ไปวิเคราะห์ที่ประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง
แม้โครงการนี้จะใช้ระยะเวลานานถึง
5 ปี แต่จะส่งผลดีโดยตรงต่อพะยูนในระยะยาว เพราะจะทำให้เราเข้าใจพฤติกรรมการสื่อสารของพะยูนมากขึ้น
สามารถประเมินจำนวนพะยูนได้ ตลอดจนนำข้อมูลที่ได้ไปสร้างอุปกรณ์ตรวจวัดเสียงพะยูน
และส่งสัญญาณเตือนภัยไม่ให้พะยูนว่ายเข้าใกล้เครื่องมือประมงที่อาจเป็นอันตรายอย่างเช่น
อวนได้ นอกจากนี้ยังมีการจัดทำแผน
แม่บทและแผนปฏิบัติการอนุรักษ์พะยูนในประเทศไทย โดยมีศูนย์ข้อมูลพะยูน(Dugong
Information Center) คือ สถาบันวิจัยวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นศูนย์รวมข้อมูลพะยูนทั้งด้านข่าวสาร ข้อมูลวิชาการ
และสถิติพะยูน ทั้งนี้ก็เพื่อให้การอนุรักษ์พะยูนและหญ้าทะเลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน...หากเราไม่ช่วยกันอนุรักษ์
อนาคตของพะยูนก็คงไม่ต่างไปจาก สมัน หรือ เลียงผา ที่เหลือเพียงภาพความทรงจำเท่านั้น...
โดย...
มารีน
อ่านเรื่องราวของพะยูนทั้งหมด พร้อมภาพประกอบได้จากนิตยสาร
UpDATE ฉบับ 210 มีนาคม 2548

UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ 60 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 720 บาท จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0-2751-5800, 0-2751-4175 โทรสาร 0-2751-5059
E-mail : update@se-ed.com
|