UpDATE Magazine Online
 http://update.se-ed.com     หน้าแรก    ฉบับก่อน      แนะนำ     ติดต่อเรา     สมาชิก     ซีเอ็ด      

ฉบับ 206 พฤศจิกายน 2547

ปกเล่มปัจจุบัน

ประจำฉบับ

บอกรับจดหมายข่าว

โปรดแจ้ง
E-Mail ของคุณ



Subscribe    
Unsubscribe

  Powered by
YourMailinglist Provider.com

  
ดูจดหมายข่าวเก่า

             สารคดีวิทยาศาสตร์ #206              

  เรียนรู้สมุนไพรท้องถิ่นกับหมอยาพื้นบ้าน  

หากใครเคยแวะไปเที่ยวอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ และได้เห็นภาพของขบวนจักรยานเรียงรายเป็นแถวยาวของเด็กๆ ที่ออกไปศึกษาเรียนรู้นอกโรงเรียนก็อย่าเพิ่งแปลกใจ เพราะที่อำเภอแห่งนี้มีภูเขาหลายลูกที่อยู่ในเทือกเขาเพชรบูรณ์ตอนปลาย กระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ จึงมีพันธุ์ไม้และสมุนไพรหลากหลาย อีกทั้งโรงพยาบาลและประชาชนในท้องถิ่นให้ความสนใจเรื่องสมุนไพรมากขึ้น

       อาจารย์สุวรรณี พรหมประสิทธิ์ ครูวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนตาคลีประชาสรรค์ ซึ่งเป็นครูในโครงการเครือข่ายครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ของ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จึงได้นำความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรมาพัฒนาและจัดทำเป็นหลักสูตรท้องถิ่น วิชาวิทยาศาสตร์ เพื่อสนองความต้องการของนักเรียนและชุมชน
        เนื่องจากในหลักสูตรใหม่ได้ เปิดโอกาสให้มีสาระท้องถิ่นเพิ่มในวิชาวิทยาศาสตร์ จึงพยายามหาสิ่งที่มีอยู่ ในท้องถิ่นมาใช้สอน โดยจัดกิจกรรมเรียนรู้ใกล้ตัว เช่น ให้นักเรียนนำสมุนไพรที่มีอยู่ในบ้านมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน หรือศึกษาในละแวกบ้าน ศึกษาจากวิทยากรท้องถิ่น เช่น ชมรมรักษ์สมุนไพรตาคลี สำนักงานพัฒนาชุมชน ขี่จักรยานแรลลี่ในชุมชนใกล้ๆ อีกทั้งโรงเรียนยังได้จัดทำสวนสมุนไพรและสวนพฤกษศาสตร์ ให้นักเรียนได้เรียนรู้อีกด้วย “ก่อนที่จะเปิดสอนรายวิชานี้ ได้ทำแบบสอบถามไปยังผู้ปกครองและชุมชน ก็ได้รับความคิดเห็นว่า ควรรักษ์ความรู้จากภูมิปัญญา  ท้องถิ่นไม่ให้สูญหายไป เช่น ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรเกือบ 100 ชนิดของ ลุงเล็ก พื้นเถื่อน หมอยาพื้นบ้าน” อาจารย์สุวรรณีเล่า
        การเรียนรู้จากสถานที่จริงทำให้ความรู้ที่เด็กๆ ได้รับแตกฉานยิ่งขึ้น ทั้งตาดู หูฟัง มือได้สัมผัส ฝึกการ จดบันทึก การตั้งคำถาม ล้วนแต่เป็นสิ่งที่นักเรียนกระทำด้วยความอยากรู้อยากเห็นและเรียนรู้อย่างมีความสุข นักเรียนสามารถนำสมุนไพรที่มีอยู่ไปใช้ประโยชน์และนำความรู้ไปเผยแพร่ในชุมชนได้
        สถานที่ในการเรียนรู้ขนาดใหญ่ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งคือ “วนอุทยานถ้ำเพชร - ถ้ำทอง” ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนประมาณ 6 กิโลเมตร มีสภาพเป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง บนพื้นที่ภูเขาประกอบด้วยพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆ และไม้มีค่าทางเศรษฐกิจได้แก่ มะค่าโมง ตะแบก กะเบาลิง สมพง ปออีเก้ง มะหาด มะไฟป่า มะม่วงป่า ไม้พื้นล่างได้แก่ ไผ่ป่า และสมุนไพรต่างๆ เช่น จันทน์แดง จันทน์ขาว จันทน์ผา  สลัดใด มะกา หนุมาน และมีสมุนไพร  พื้นบ้านหลายร้อยชนิดให้ได้เรียนรู้ “นับตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้จักกับอาจารย์ สุวรรณีได้เห็นถึงความจริงจังและตั้งใจ จริงในการนำเด็กๆเข้ามาศึกษาเรียนรู้ สิ่งแวดล้อมใกล้ๆ ตัว อาจารย์ไม่เคยบ่นหรือแสดงความเหน็ดเหนื่อยให้เห็นในยามเดินป่าหรือนำลูกศิษย์ศึกษาธรรมชาติ แต่กลับมีใจจะใฝ่รู้ในสิ่งที่เดินผ่านสองข้างทาง และยังสามารถถ่ายทอดความรู้นั้นกลับไปสู่ลูกศิษย์ด้วยความรักและห่วงใย ทำให้เด็กๆ ได้ซึมซับเอาความงดงามที่แฝงคุณค่าอันมหาศาลของธรรมชาติไปโดยไม่รู้ตัว” นายยุทธนา ทองบุญเกื้อ หัวหน้า วนอุทยานถ้ำเพชร - ถ้ำทอง กล่าว
        หลักสูตรที่สอนแบ่งเป็นสองภาคเรียน ภาคเรียนแรกจะให้นักเรียนเรียนรู้เรื่องสมุนไพรในท้องถิ่นทั้งหมด โดยสำรวจจากท้องถิ่นและสืบค้นจากแหล่งข้อมูลอื่น  ส่วนภาคเรียนที่สองจะให้ นักเรียนทำโครงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติโดยใช้วิธีโครงงาน แล้วแต่ว่าจะสนใจทำผลิตภัณฑ์ใด เช่น โคลนพอกหน้า พิมเสนน้ำ ยาหม่อง ชาสมุนไพร หรือแม้แต่อาหาร เช่น น้ำสมุนไพร ยำ/ส้มตำสมุนไพร
       ในการทำผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์จะเน้นให้นำวัสดุในท้องถิ่นมา ใช้ให้มากที่สุด และให้เอื้อต่อสิ่งแวดล้อมโดยนำไปใช้ซ้ำได้ ผลิตภัณฑ์  เหล่านี้กลายเป็นรายได้พิเศษของนักเรียน อีกทางหนึ่งจากการออกร้าน หรือส่งผลิตภัณฑ์ไปฝากขายตามร้านค้าต่างๆ นอกจากนั้นอาจารย์สุวรรณียังได้บูรณาการแผนการสอนไปจนถึงเรื่องของการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
        อาจารย์สุวรรณี จบการศึกษา ด้านชีววิทยาจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และด้วยความมุ่งมั่นที่อยากประกอบอาชีพครูมาตั้งแต่เด็ก ทำให้อาจารย์สุวรรณีตัดสินใจเข้ารับราชการครูทันทีที่จบการศึกษา โดยมีเจตน์จำนงที่อยากจะสร้างนักเรียนให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ให้มากๆ และเห็นว่าเด็กไทยยังต้องพัฒนาทักษะการคิดให้มากกว่านี้ ระบบการศึกษาไทยยังขาดเทคโนโลยีที่จะพัฒนาความรู้ของเด็กให้ต่อยอดขึ้นไปได้ อาจารย์สุวรรณีจึงพยายามเติมเต็มส่วนนี้ให้แก่นักเรียนมาโดยตลอด “สิ่งที่ได้ยึดถือไว้เป็นอุดมการณ์เลยก็คือจะสอนวิทยาศาสตร์ให้สนุก เพื่อที่จะให้เด็กชอบเรียนวิทยาศาสตร์ จะได้มีคนที่สนใจจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ในอนาคตบ้าง เช่น การจัดกิจกรรมชุมนุม เมื่อค้นแววพบก็จะส่งเสริมเด็กเป็นพิเศษในทุกๆ  ด้าน และใช้เวลาอยู่กับเด็กค่อนข้างมาก ขณะนี้มีหลายคนที่อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์และกำลังเรียนปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งทำให้ครูภูมิใจว่าปั้นได้”
        จากความมุ่งมั่นดังกล่าวจึงปรากฏเป็นผลงานวิจัยในชั้นเรียนหลายเรื่อง เช่น การวิจัยเรื่อง การเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น การจัดกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยใช้แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นซึ่งคำนึงถึงการอนุรักษ์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายเพื่อที่จะพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ให้ดีขึ้น ส่งผลให้อาจารย์ท่านนี้ได้รับรางวัลมากมาย อาทิ ครูต้นแบบ อาจารย์ที่ปรึกษากิจกรรมชุมนุมนักธรณีวิทยารุ่นเยาว์ชนะเลิศระดับประเทศ ฯลฯ
       อาจารย์สุวรรณีเล่าว่า เวลาที่เห็นความกระตือรือร้นของนักเรียนจาก แววตา รอยยิ้ม การตั้งคำถาม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาอยากเรียนรู้ และได้รับความร่วมมือจากชุมชนที่ดูแลเอาใจใส่ต่อการเรียนของเด็ก โดยเฉพาะลุงเล็กที่อายุ 60 กว่าปีแล้ว ยังกระฉับกระเฉงและภูมิใจที่จะถ่ายทอดความรู้ให้ลูกหลานก็เกิดความรู้สึกประทับใจมาก “เป้าหมายหนึ่งในการสอนหลักสูตร สมุนไพรท้องถิ่นนี้คือนักเรียนจะได้ นำความรู้ไปใช้เป็นสาธารณสุขมูลฐาน ในครอบครัว และในชุมชน จะได้พึ่งตัวเองได้ในการรักษาอาการเจ็บป่วยขั้นพื้นฐาน โดยไม่ต้องไปซื้อยา หรือพึ่งยาจากต่างประเทศ ” อาจารย์ขวัญใจเด็กๆ นักเรียนกล่าวตบท้าย
       ด.ญ. นุชชาวดี วรแสน ชั้น ม. 2/1 บอกว่า การเรียนแบบที่ได้ออกไปศึกษาธรรมชาตินอกห้องเรียน ได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ได้รู้จักวางแผนการทำงาน ปฏิบัติงานจริงตามแผนที่วางไว้ ได้นำความรู้มาใช้ในชีวิตประจำวัน เรียนด้วยความสนุกและเพลิดเพลิน ทำให้มีความสุขในการเรียนวิชานี้
       ด.ญ. จันทร์จิรา ม่วงช้าง ชั้น ม. 2/7 เสริมว่า เมื่อเริ่มเรียนรายวิชานี้ก็พบกับความแตกต่างจากการเรียนในห้องเรียนที่เหมือนอยู่ในกรอบ ไม่สามารถออกไปเรียนรู้นอกกรอบได้ แต่เมื่อมาเรียนวิชานี้รู้สึกว่ามีความเป็นอิสระในการที่จะเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยมีอาจารย์เป็นที่ปรึกษา
       ด.ญ. อังคณา ทองบุญ ชั้น ม. 2/9 เล่าว่า การเรียนแบบนี้ทำให้ได้รู้จักสมุนไพรต่างๆ มากมายจากที่ไม่เคยรู้จักเลย และเวลาเรียนก็ได้เปลี่ยนบรรยากาศบ่อย และนอกจากนี้ยังมีการปฏิบัติจริงโดยการนำสมุไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาทำผลิตภัณฑ์ ซึ่งทำให้ชอบมาก ไม่เบื่อวิชานี้เลย
       ด.ญ. รัชกร จันทร์ไข่ ม. 2/12 กล่าวว่า ประทับใจอาจารย์ที่ให้ลงมือปฏิบัติจริง ใช้เหตุผลและหลักการในการทำงาน ทำให้งานออกมาประสบผลสำเร็จ ทำให้เราได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์และไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
        สรรพคุณของสมุนไพรนั้นมีมากมาย เช่น เปล้าน้อย ใช้เปลือกและใบแก้ท้องเสีย รักษาแผลในกระเพาะอาหารได้ ใช้แก่นบำรุงโลหิตประจำเดือน และใช้ดอกขับพยาธิ ส้มป่อย ใช้ใบขับเสมหะแก้น้ำลายเหนียว ฟอกล้างโลหิตระดู ใบและฝักต้มอาบ ฝักแก่เป็นยาสระผม รางจืด ใช้รากและเถาแก้ร้อนในกระหายน้ำ ใบคั้นน้ำนำมา เข้ายาเขียว แก้ไข้ ถอนพิษ ใบแห้งชงดื่มแทนน้ำชาถอนพิษเบื่อเมา กานพลู ใช้ดอกแก้ท้องเฟ้อ ระงับกลิ่นปาก ขับลม เป็นยาช่วยย่อย ฯลฯ และที่สำคัญสมุนไพรนั้นเป็น “ครู” ช่วยสร้างองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ให้แก่เยาวชนได้อีกทาง

                                               โดย... วัฒนา เฉียงเหนือ

พบกับเรื่องนี้ได้ที่ :
http://update.se-ed.com/206/local_herb.htm

กลับไปหน้าบทความ/สารคดี

 


Discovery ResearchPaper NASA
WhyFilesSavvySearch เชื่อมสู่สถาบันการศึกษา


UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ 60 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 720 บาท
จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0-2751-5800, 0-2751-4175 โทรสาร 0-2751-5059
E-mail : update@se-ed.com

SEED Update Magazine Microcomputer User Internet
เซมิคอนดัคเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ Industrial Hobby Mechanical