|
สารคดีวิทยาศาสตร์
#206
เต้าปูน...หอยมรณะ
|
ลึกลงไปใต้น้ำทะเลสีฟ้าสดใส ความงามของเปลือกหอยหลากหลายสีสันดึงดูด
นักท่องเที่ยวให้ลงไปพิสูจน์ความสวยงามนั้นด้วยตาตนเอง
แต่ในบรรดาความสวยงามที่แต่งแต้มท้องทะเลนั้น อาจมีอันตรายแอบแฝงอยู่ในซอกหลืบที่เรามองไม่เห็น
|
พิษร้ายใต้เปลือกสวย
ว่ากันว่าหนึ่งในสัตว์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก
อาศัยอยู่ในท้องทะเลอย่างสงบเสงี่ยม ภายใต้เปลือกที่แข็งแรงและสวยงาม
ความสวยงามของเปลือกที่อาจอำพรางเข็มพิษที่อาบด้วยน้ำพิษอานุภาพร้ายแรง
พอที่จะปลิดชีวิตสัตว์ขนาดใหญ่อย่างไดโนเสาร์ได้โดยง่าย และพร้อมจะยิงผู้บุกรุกได้ทุกเมื่อ
และนั่นเป็นที่มาของคำขนานนามว่า หอยมรณะ ทั้งที่ชื่อจริงๆ ของหอยชนิดนี้ก็คือ
หอยเต้าปูน (Cone Shell)
สำรวจลึกถึงก้นเปลือก
หอยเต้าปูนเป็นสัตว์ในไฟลัม
mollusca วงศ์ Conidae เป็นหอยฝาเดียวมีเปลือกเป็นรูปกรวย (Cone) หนาและหนัก
ขนาดเปลือกมีตั้งแต่ 2-3 เซนติเมตร ไปจนถึงใหญ่ขนาด 20 เซนติเมตร ลวดลายบนเปลือกแตกต่างกันไปตามชนิดของหอย
ทางด้านหน้าของลำตัว (ปลายเรียวเล็กของกรวย) มีท่อน้ำยื่นยาวออกมา
เรียกว่า ไซฟอน (Siphon) อยู่ที่ส่วนบนสุดทางด้านหน้า สำหรับทางน้ำออก
ช่วยขับให้ตัวหอยเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้แบบเจ็ต (jet) ใต้ไซฟอนเป็นหนวด
(Tentacles) สองเส้นใช้เป็นประสาทสัมผัส กับงวง (Proboscis) หนึ่งอันเป็น
ท่อกลมยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร ภายในงวงมีฟัน (Radula) ซึ่งมีวิวัฒนาการเปลี่ยนรูปไปคล้ายฉมวกหรือลูกธนู
ตามแต่จินตนาการของคนมอง ภายในฟันรูปฉมวกนั้นกลวง มีท่อน้ำพิษซึ่งต่อมาถึงถุงใส่พิษที่ติดอยู่กับคอหอย
(Pharynx) ในตัวหอย ถุงน้ำพิษใช้เก็บเข็มพิษและน้ำพิษซึ่งสร้างจากท่อน้ำพิษ
โดยมีเซลล์ภายในมากมายทำหน้าที่ผลิตน้ำพิษ (Conotoxin)
หอยเต้าปูนหลากหลายชนิด
หอยเต้าปูนสามารถแบ่งตามลักษณะอาหารที่กินได้สามประเภทคือ
กลุ่มกินหนอน
(Vermivorous) หอยกลุ่มนี้จะกินพวกไส้เดือนทะเล (Neanthes sp.)
และหนอนตัวแบน (Flat worm) ตามพื้นทะเล ดังนั้นพิษที่ใช้ล่าเหยื่อของหอยกลุ่มนี้จึงไม่จำเป็นต้องแรงนัก
กลุ่มกินหอยอื่นๆ
(Molluscivorous) พิษจะแรงกว่ากลุ่มกินหนอน เนื่องจากเหยื่อของมันคือหอยซึ่งอาจมีขนาดใหญ่
ดังนั้นมันจึงต้องมีพิษที่แรง เพื่อทำให้เหยื่อเป็นอัมพาตก่อนที่จะกินเข้าไป
กลุ่มกินปลา
(Piscivorous) หอยเต้าปูนกลุ่มนี้มีพิษแรงที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เหยื่อว่ายหนีไปไกล
พิษจะมีผลโดยตรงต่อระบบประสาทของสัตว์มีกระดูกสันหลัง (Vertebrate)
เหยื่อของหอยเต้าปูนชนิดนี้ได้แก่ ปลาบู่จิ๋ว, ปลานกแก้ว ฯลฯ
มุมสงบของหอยเต้าปูน
จากการสำรวจพบว่าหอยเต้าปูนทั่วโลกมีมากกว่า
500 ชนิด พบมากในเขตอินโดแปซิฟิก รวมทั้งน่านน้ำ ไทยซึ่งพบกว่า
300 ชนิด โดยจะอยู่ตามพื้นทะเลใกล้แนวปะการังที่ชายฝั่งความลึกประมาณ
1-2 ฟุต หรืออาจอยู่ลึกเป็น 10 ฟุต ในขณะที่บางชนิดอาจอยู่ได้ที่ก้นทะเลความลึกนับ
100 ฟุตเลยทีเดียว
|

หอยเต้าปูนขณะล่าเหยื่อ
|
เวลาอาหาร
หอยเต้าปูนเป็นสัตว์กินเนื้อ
จะออกล่าเหยื่อในตอนกลางคืน โดยการตามกลิ่นไปจนเจอเหยื่อซึ่งปกติจะนอนหลับอยู่ตามพื้นทราย
มันจะเริ่มสำรวจโดยการยื่นงวงออกไปสัมผัสก่อนที่จะยิงเข็มพิษใส่ โดยกล้ามเนื้อจะหดตัวดันเข็มพิษเข้าไปในคอหอย
เมื่อเข็มพิษถูกเคลือบด้วยน้ำพิษแล้วมันก็จะยิงเหยื่อได้ทันที แม้ว่าในระยะการยิงเข็มพิษจะไกลไม่เกินหนึ่งฟุต
แต่งวงของหอยเต้าปูนซึ่งยืดได้ไกลกว่าความยาวของเปลือก 2-3 เท่า บวกกับความเร็วและความคมของเข็มพิษที่สามารถเจาะทะลุได้แม้กระทั่งชุดดำน้ำ
ก็สามารถสยบเหยื่อได้โดยง่าย เมื่อเหยื่อถูกเข็มพิษจะเป็นอัมพาต เจ้าหอยเต้าปูนก็จะค่อยๆ
ใช้งวงดูดเข้าไปทั้งตัวแล้วจึงย่อย กระบวนการนี้อาจใช้เวลานานเป็นวันเลยทีเดียว
ก่อนที่หอยจะพ่นก้างปลาซึ่งย่อยไม่ได้ออกมา
โดนพิษ
ทำไงดี?? พิษของหอยเต้าปูนเป็นสารประกอบประเภทโปรตีน
ที่มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางและการทำงานของ กล้ามเนื้อ เก็บอยู่ในถุงน้ำพิษภายในตัวหอย
เมื่อมันเจอเหยื่อหรือต้องการป้องกันตัว ก็จะยิงเหยื่อหรือศัตรูด้วยเข็มพิษอาบน้ำพิษ
พิษที่เข้าสู่ตัวเหยื่อจะทำให้เกิดอาการแตกต่างกันไป ตาม แต่ความแรงและชนิดของหอย
อาการเมื่อถูกพิษอาจเล็กน้อยแค่ผื่นคัน บวม แดง ปวดคล้ายผึ้งต่อย คลื่นไส้
ตาพร่า เจ็บหน้าอก หายใจขัด จนอาจถึงเสียชีวิตได้ภายใน 5 ชั่วโมง
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
จะทำคล้ายปฐมพยาบาลผู้ถูกงูกัดคือ ใช้เชือกหรือยางรัดเหนือบาดแผล ป้องกันพิษไหลเข้าสู่หัวใจ
จากนั้นให้ผู้ป่วยนอนหรือเคลื่อนไหวน้อยที่สุด แล้วให้นำส่งโรงพยาบาลพร้อมหอยคู่กรณี
การรักษาในปัจจุบันยังไม่มียาแก้พิษโดยตรง แพทย์อาจใช้เซรุ่มแก้พิษงูที่มีประสิทธิภาพคล้ายคลึงกันช่วยรักษา
หอยเต้าปูนที่มีพิษร้ายแรงที่สุด
ก็คือ หอยเต้าปูนลายแผนที่ (Geography cone หรือ Conus geographus)
พิษของเจ้าหอยชนิดนี้ ทำให้คนเสียชีวิตไปแล้วกว่า 36 ราย ส่วนอีกชนิดที่ควรจับตามองเช่นกันคือหอยเต้าปูนลายผ้า
(Textile cone) ซึ่งมีพิษร้ายแรงใกล้เคียงกับชนิดแรก นอกจากนี้ยังมีหอยเต้าปูนลายหินอ่อน
(Conus marmoreus) และหอยเต้าปูนจักรพรรดิ (Conus imperialis)
ที่มีพิษเช่นกัน ทั้งสี่ชนิดพบได้ในประเทศไทย
มีพิษผิดตรงไหน??
หลายๆ
คนอาจคิดว่าในเมื่อเจ้าหอยเต้าปูนมีพิษร้ายแรง ทำไมเราไม่กำจัดให้หมดไปจากท้องทะเลเพื่อป้องกันอันตรายเสียเลย
นั่นเป็นความคิดที่ค่อนข้างโหดร้ายต่อเพื่อนร่วมโลกตาดำๆ อย่างหอยเต้าปูนจริงๆ
เพราะถึงหอยเต้าปูนจะมีเข็มพิษที่อาบด้วยน้ำพิษอานุภาพร้ายแรง แต่ก็มีเจตนาเพียงเพื่อหาอาหารและป้องกันตัวเท่านั้น
มันมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ และแม้ว่าพิษของหอยจะร้ายแรงเพียงใด
ก็ไม่สามารถหยุดยั้งผู้ล่าตัวฉกาจอย่างมนุษย์ได้ เปลือกหอยจึงกลายเป็นของหายากราคาแพง
และเป็นที่ต้องการของนักสะสมเปลือกหอย ส่วนตัวหอยนั้นพบน้อยมากแล้วในทะเลไทย
จึงแทบไม่ต้องกังวลเรื่องที่จะถูกเข็มพิษของหอยเต้าปูนง่ายๆ แต่อย่างไรก็ตาม
หอยเต้าปูนไม่ได้มีแต่พิษภัยอย่างที่หลายๆ คนคิด ในทางตรงกันข้ามพิษของหอยเต้าปูนยังมีประโยชน์ทางการแพทย์อย่างมหาศาล
และเจ้าหอยชนิดนี้ยังช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ ด้วยความสวยงามของเปลือกและประโยชน์มากมาย
ทำให้หอยเต้าปูนกลายเป็นทรัพยากรมีชีวิตที่มีค่า รอให้ผู้คนลงไปศึกษาและชื่นชมความงามอยู่ใต้ท้องทะเล...
โดย... ฟ้าคราม
พบกับเรื่องนี้ได้ที่ : http://update.se-ed.com/206/coneshell.htm

UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ 60 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 720 บาท จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0-2751-5800, 0-2751-4175 โทรสาร 0-2751-5059
E-mail : update@se-ed.com
|