|
ฉบับ 205 ตุลาคม
2547
|
| 
|
|
ประจำฉบับ
|
|
|
Powered by
YourMailinglist Provider.com ดูจดหมายข่าวเก่า
|
สารคดีวิทยาศาสตร์
#205
จากผลิตภัณฑ์
OTOPฝุ่นไม้-ใยสา และการตัดตุง สู่ชั้นเรียนวิทย์
|
การเรียนยุคใหม่หลังปฏิรูปหลักสูตรนี้
จะต้องเรียนจากสิ่งใกล้ตัว เพื่อให้นักเรียนได้คิดเป็น
ทำเป็น และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ สิ่งใดที่อยู่รอบตัว
อยู่ในบ้าน ในโรงเรียน ในชุมชน ล้วนหยิบจับมาสู่ชั้นเรียนได้หมด
ขึ้นอยู่กับเทคนิคการสอนของครูว่าจะนำสิ่งใดมาใช้สอน เรื่องอะไรได้บ้าง
|
ในยุคที่โครงการหนึ่งตำบล
หนึ่งผลิตภัณฑ์ (One Tambon One Product) หรือ OTOP ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามนโยบายของรัฐบาล
กำลังเป็นที่กล่าวถึงและนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โรงเรียนหลายแห่งก็ได้นำเรื่องนี้มาใช้สอนเด็ก
เนื่องจากต้องการให้นักเรียนซาบซึ้งถึงวิถีชุมชนอย่างถ่องแท้ ภายใต้การเรียนรู้และทำชิ้นงานด้วยตัวเอง
อย่างเช่น อาจารย์สุนีย์ ใจเอื้อ ครูในโครงการเครือข่าย ครูวิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(สสวท.) ได้นำหัตถกรรมฝุ่นไม้ใยสา และการตัดตุง มาพัฒนาการเรียนหลักสูตร
ท้องถิ่น ให้แก่นักเรียนชั้นป.4 โรงเรียนชุมชนบ้านกลาง (สนิทวิทยาการ)
อ.สอง จ. แพร่ เนื่องจากจังหวัดแพร่ เป็นแหล่งแปรรูปไม้ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในประเทศ
ทำให้เกิด ฝุ่นไม้ เป็นจำนวนมาก ก่อนหน้านี้ยังไม่มีการนำฝุ่นไม้หรือขี้เลื่อยพวกนี้มาใช้ประโยชน์หรือสร้างมูลค่าเพิ่มมากนัก
ต่อมาได้มีผู้นำวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่นเหล่านี้มาผสมกับ ใยสา แล้วผสมกับกาวลา-เท็กซ์
โลชั่นหรือน้ำมันทาผิว น้ำมันมะกอกและสีจากธรรมชาติ มานวดเป็นแผ่น
และใช้บล็อคพิมพ์กด นำมาทำดอกไม้ แต่งการ์ดหรือชิ้นงานอื่น โดยมี คุณป้านวลฉวี
คำฝั้น เป็นวิทยากรหลัก ส่วน การตัดตุง มี คุณยายจันทรา ใจหวาน อายุ
85 ปี ซึ่งเชี่ยวชาญในการทำตุง ทอผ้าและการทำบายศรีเป็นวิทยากรท้องถิ่น
เพื่อสืบทอดศิลปวัฒนธรรมล้านนา ทุกบ่ายวันอังคาร
นักเรียนชั้นป.4 ได้มีโอกาสได้เข้าไปเรียนรู้ในท้องถิ่นด้วยจักรยานยืมเรียนที่โรงเรียนจัดไว้บริการ
ฝุ่นไม้หรือขี้เลื่อยนั้นหาซื้อจากแหล่งแปรรูปไม้กระสอบละ 50 บาท ส่วนใยสา
เป็นส่วนที่เหลือจากการทำกระดาษสา โรงงานหรือบ้านเรือนที่ทำกระดาษสาจะปั้นเศษใยสาเป็นก้อนไว้ขาย
ปั้นละ 5 บาท นักเรียนได้ออกแบบชิ้นงานเอง ได้เรียนอย่างสนุกสนาน กิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนเริ่มจากการสำรวจข้อมูลวิทยากร
สัมภาษณ์ข้อมูลการปฏิบัติงาน ศึกษาความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่เรียน
ฝึกทำงานกับวิทยากร ฝึกทักษะการทำงานด้วยตนเอง ฝึกการคิดคำนวณการลงทุน
และจัดนิทรรศการชื่นชมผลงาน ทักษะวิทยาศาสตร์ที่ได้นั้น
นักเรียนจะได้จากการสังเกต บันทึกข้อมูล การทดลองและการปฏิบัติจริง
เมื่อได้ปฏิบัติจริงจะเกิดการเรียนรู้ได้ดีกว่า ได้เจอปัญหาและเรียนรู้ว่าจะต้องแก้ปัญหาอย่างไร
เช่น ถ้าผสมแป้ง ฝุ่นไม้ไม่ถูกส่วนผลิตภัณฑ์ก็จะขึ้นรา นักเรียนก็ต้องอาศัยประสบการณ์ด้วย
และเป็นการหารายได้เพิ่มเติม อาจารย์สุนีย์กล่าว และเล่าต่อไปว่า
เมื่อก่อนนักเรียนจะไม่ค่อยรู้ว่าใกล้ตัวเขาหรือในชุมชนของเขามีอะไรดีบ้าง
แต่เมื่อได้เรียนในลักษณะนี้แล้วทำให้นักเรียนรักท้องถิ่นมากขึ้น ฝึกทักษะทางสังคมได้ดีมาก
นักเรียนได้ใกล้ชิดกับผู้ใหญ่มากขึ้น ผู้เฒ่าผู้แก่ที่เป็นวิทยากรท้องถิ่นก็มีความสุขที่ได้ใกล้ชิดและถ่ายทอดความรู้ให้แก่เด็กๆ
ทำให้ช่องว่างของทั้งสองรุ่นลดลง นอกจากนี้หน่วยงานในท้องถิ่นก็ให้การสนับสนุนการเรียนการสอนเรื่องนี้
เพราะตอนนี้สินค้า OTOP กำลังเป็นที่นิยม บางครั้งก็ให้งบสนับ-สนุนค่าวิทยากร
อาจารย์สุนีย์เล่าถึงเทคนิคการสอนของตัวเองว่า
สอนให้นักเรียน เรียนเป็นระบบกลุ่ม ให้สร้างข้อตกลงในกลุ่มว่าจะทำอะไรกันบ้าง
ครูจะดูแค่ตอนวางแผน พอถึงกระบวนการปฏิบัตินักเรียนจะดำเนินการเองโดยมีวิทยากรท้องถิ่นเป็นผู้ถ่ายทอด
และมีการสรุปประเมิลผลการทำงานของแต่ละกลุ่มว่า ได้รับความรู้อะไรบ้าง
ก่อนที่ครูจะให้นักเรียนไปเรียนรู้ ครูต้องไปสำรวจท้องถิ่นด้วยตัวเองก่อนว่ามีเรื่องใดให้เด็กเรียนรู้ได้บ้าง
และต้องไปพูดคุยปูทางทำความเข้าใจกับวิทยากรพื้นบ้าน แล้วทำจดหมายเชิญขอให้เป็นวิทยากรอย่างเป็นทางการไปภายหลัง
และที่สำคัญต้องเตรียมตัวนักเรียน ทำความเข้าใจตามกติกาที่วางไว้ เมื่อไปถึงแล้วจะได้ไม่เป็นภาระให้เจ้าของบ้าน
จากการเรียนการสอนดังกล่าวส่งผลให้นักเรียนเกิดความกระตือรือร้นในการเรียน
มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น และเตรียมความพร้อมในการประกอบอาชีพในอนาคต
อย่างเช่น เด็กหญิงปิยพร ปวงประเสริฐ ชั้นป.4/1 บอกว่า การเรียนเรื่องฝุ่นไม้-ใยสา
ได้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ต้องมีสมาธิ เพราะงานปั้นเป็นงานที่ละเอียดอ่อน
ต้องใช้ความพยายามและฝึกความอดทน วันหยุดก็ได้ไปรับจ้างประดิษฐ์ชิ้นงานทำให้มีรายได้อีกอย่าง
ส่วนการทำตุงทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์ลวดลาย ซึ่งลวดลายต่างๆ
ที่คิดนี้ไม่ได้ใช้กับตุงเพียงอย่างเดียว ยังใช้ทำอย่างอื่นได้อีกด้วย
เด็กชายชัยณรงค์
จันตา ชั้น ป.4/2 เล่าว่า ในการเรียนเรื่องฝุ่นไม้-ใยสา
ป้านวลฉวีสอนดีมาก ได้ฝึก ทำดอกไม้ตามตัวอย่างของป้า ฝึกคลุก ขี้เลื่อยทำให้รู้ส่วนประกอบของเยื่อไม้
ถ้าผมมีฝีมือดีแล้วจะเปิดร้านขายเอง ขอขอบคุณอาจารย์สุนีย์ที่ช่วยป้าสอนด้วยครับ
ส่วนเรื่องการทำตุง ยายทาสอนให้ทำตุงไส้หมู ตุงปีใหม่ ยายทาสอนสนุกมาก
สอนอย่างใกล้ชิด และได้ความรู้ด้วย เด็กหญิงศรัญญา
เรืองสว่าง ชั้น ป.4/2 กล่าวว่า การทำฝุ่นไม้-ใยสาเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และหารายได้ด้วยฝีมือของตัวเอง
ส่วนการตัดตุงทำให้รู้ว่าตุงชนิดใดปักอย่างไร ทำให้เรารู้จักตุงชนิดต่างๆ
และมีเงินเก็บจากการทำตุงขายด้วย จากผลิตภัณฑ์
OTOP ฝุ่นไม้-ใยสาและการตัดตุง สู่ชั้นเรียนวิทยาศาสตร์ จึงนับว่าเป็นตัวอย่างของการเรียนรู้ที่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้มีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนฝึกให้นักเรียนรู้จักรักและภูมิใจในท้องถิ่น
ของตน และมีความตระหนักในการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและนำเศษวัสดุไปใช้ประโยชน์อีกรูปแบบหนึ่ง
โดย... ชมจันทร์
ธารา
พบกับเรื่องนี้ได้ที่ : http://update.se-ed.com/205/otop.htm

UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ 60 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 720 บาท จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0-2751-5800, 0-2751-4175 โทรสาร 0-2751-5059
E-mail : update@se-ed.com
|