|
ฉบับ 204 กันยายน
2547
|
| 
|
|
ประจำฉบับ
|
|
|
Powered by
YourMailinglist Provider.com ดูจดหมายข่าวเก่า
|
เรื่องจากปก
#204
7
ปีของการเดินทางไกล ยานแคสสินีก็ถึงลอร์ดออฟเดอะริง 15
ตุลาคม พ.ศ. 2540 ยานอวกาศซึ่งประกอบด้วยยานแม่และยานลูก นั่นคือยานโคจรแคสสินีและยานสำรวจฮอยเกนส์
(Cassini spacecraft and Huygens probe) ได้ออกเดินทางจากโลกไปยังเป้าหมายคือดาวเสาร์
ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะที่ได้ชื่อว่ามีวงแหวนที่มีความสวยงามที่สุด
แคสสินีจะเป็นยานลำแรกในประวัติศาสตร์ที่จะโคจรรอบดาวเสาร์ และฮอยเกนส์ก็จะเป็นยานลำแรกที่ร่อนลงบนดวงจันทร์ไททัน
และยังเป็นยานลำแรกที่ร่อนลงบนเทหวัตถุที่อยู่ไกลจากโลกที่สุดกว่ายานอวกาศลำใดของโลกที่เคยมีมา
โครงการแคสสินี-ฮอยเกนส์เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างองค์การนาซา
องค์การอวกาศยุโรป และองค์การอวกาศอิตาลี มีมูลค่า 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ควบคุมปฏิบัติการโดยห้องทดลองจรวดขับดัน (Jet Propulsion Laboratory)
สถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย ผู้สร้างยานแคสสินี ปฏิบัติการสำรวจของโครงการ
แคสสินี-ฮอยเกนส์ แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรก
ยานแคสสินี จะทำการสำรวจวงแหวน สนามแม่เหล็ก ดวงจันทร์หลักๆ ของดาวเสาร์
ใช้เวลาทั้งสิ้นสี่ปี ก่อนหน้าที่ยานวอยเอเจอร์จะสำรวจดาวเสาร์
นักวิทยาศาสตร์รู้ว่าดาวเสาร์มีวงแหวนทั้งหมดหกวง คือ A B C D E และ
F ยานวอยเอเจอร์พบว่ามีวงแหวนอีกหนึ่งวง คือวงแหวน G นอกจากนั้นยังพบว่าดาวเสาร์มีวงแหวนย่อยๆ
อีกหลายร้อยวง วงแหวนของดาวเสาร์ประกอบด้วยอนุภาคที่เป็นหินและน้ำแข็งหลายพันล้านชิ้น
ตั้งแต่ชิ้นเล็กๆ ไปจนกระทั่งชิ้นใหญ่ขนาดเท่าบ้าน วงแหวนเหล่านี้มีความแตกต่างกันในองค์ประกอบทางเคมี
และการสะท้อนแสง และโคจรรอบดาวเสาร์ในอัตราความเร็วที่ต่างกัน นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าวงแหวนเหล่านี้เป็นเศษ
ชิ้นส่วนที่แตกกระจายจากดาวหาง ดาวเคราะห์น้อย หรือดวงจันทร์ และถูกดาวเสาร์จับไว้ด้วยแรงโน้มถ่วง
ขนาดของวงแหวนทั้งหมดมีขนาด เท่ากับระยะทางระหว่างโลกถึงดวงจันทร์เลยทีเดียว
ข้อมูลจากยานแคสสินี
จะทำให้นักวิทยาศาสตร์รู้ว่าวงแหวนกำเนิดมาจากอะไร มีองค์ประกอบอะไรบ้างและทำไมมันถึงมาอยู่ที่นั่นได้
รวมทั้งการรักษาวงโคจรไว้ได้อย่างไรด้วย สำหรับการสำรวจ
ส่วนที่สอง ของโครงการ ยานแคสสินีและยานฮอยเกนส์ซึ่งสร้างโดยองค์การอวกาศยุโรปจะทำการสำรวจดวงจันทร์ไททัน
ไททันเป็นดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาดวงจันทร์ทั้งหมด 31 ดวงของดาวเสาร์
มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5,150 กิโลเมตร และใหญ่เป็นอันดับสองในระบบสุริยะรองจากดวงจันทร์แกนิมีดของดาวพฤหัสบดี
ไททันยังใหญ่กว่าดาวพุธ ดวงจันทร์ของโลก และดาวพลูโตด้วย นักวิทยาศาสตร์สนใจไททันเพราะมันมีบรรยากาศห่อหุ้ม
ประกอบด้วย ก๊าซไนโตรเจน มีเทน และสารประกอบอินทรีย์ ทำให้มันดูคล้ายมีหมอกสีส้มปนน้ำตาลปกคลุม
จนไม่อาจส่องเห็นพื้นผิวโดยใช้กล้องโทรทรรศน์แสง ยานวอยเอเจอร์
1 เคยพยายามมาแล้วแต่ก็ไม่สามารถมองทะลุผ่านหมอกที่หนาแน่นได้
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสภาพบรรยากาศของไททันคล้ายคลึงกับโลกของเราในช่วงแรกก่อนสิ่งมีชีวิตบนโลก
จะวิวัฒนาการ ดังนั้นข้อมูลจากยานฮอยเกนส์จะตอบคำถามที่มีมาช้านานว่า
เรามาจากไหน และ ดาวเคราะห์ก่อตัวขึ้นได้อย่างไร ยานแคสสินีจะบินผ่านดวงจันทร์ไททัน
45 ครั้งในระยะใกล้เพียง 950 กิโลเมตรเท่านั้น มันจะใช้เรดาร์ทำแผนที่พื้นผิว
และรวบรวมข้อมูลองค์ประกอบทางเคมีในชั้นบรรยากาศด้วย และจะปล่อยยานฮอยเกนส์ด้วยร่ม
ชูชีพในวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2548 เมื่อฮอยเกนส์ผ่านชั้นบรรยากาศ
เครื่องมือของยานจะวัดองค์ประกอบทางเคมีของบรรยากาศและเมฆ อุณหภูมิ
ความกดอากาศ ความหนาแน่น และถ่ายภาพภูมิประเทศของไททันราวๆ 1,000 ภาพ
ข้อมูลจะส่งไปยังยานแคสสินีก่อนจะส่งต่อมายังโลกอีกทอดหนึ่ง ยานฮอยเกนส์จะถึงพื้นผิวดวงจันทร์ไททันบริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตร
ในเวลาราวสองชั่วโมง หากการลงจอดประสบความสำเร็จ มันจะมีเวลาไม่กี่นาทีที่จะติดต่อกับยานแคสสินี
นักวิทยาศาสตร์จะใช้ข้อมูลจากยานทั้ง สองลำ เพื่อทำความเข้าใจวิวัฒนาการของดวงจันทร์ที่มีบรรยากาศคล้ายโลกเมื่อหลายพันล้านปีก่อนดวงนี้
การสำรวจดาวเสาร์ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน
พ.ศ. 2547 กล้องของยานแคสสินีได้ถ่ายภาพดาวเสาร์และดวงจันทร์บริวารหลายภาพ
ทุกภาพล้วนสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักวิทยาศาสตร์ อาทิ ภาพดวงจันทร์ไททัน
ภาพวงแหวนของดาวเสาร์ขนาดเล็กซ้อนกันอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในวงแหวน
F ภาพหมู่เมฆที่กำลังหมุนวนอย่างรุนแรงในชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์ ภาพดาวเสาร์และวงแหวนที่สวยงามในช่วงคลื่นอินฟราเรด
ภาพพายุหลายลูกบริเวณขั้วใต้ของดาวเสาร์ ลูกที่ใหญ่ที่สุดมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราว
3,000 กิโลเมตรหรือเท่ากับความกว้างของประเทศญี่ปุ่น วันที่
27 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ยานแคสสินีปรับเส้นทางโคจรมุ่งสู่เป้าหมายแรก
คือดวงจันทร์ฟีบี ดวงจันทร์ซึ่งมีขนาดความกว้าง 220 กิโลเมตร ใหญ่ที่สุดในบรรดาดวงจันทร์วงนอกของดาวเสาร์
ยานแคสสินีบินผ่านดวงจันทร์ฟีบีในวันที่
10 มิถุนายน พ.ศ. 2547 โดยส่งภาพของฟีบีในระยะใกล้ที่ระยะเพียง
2,000 กิโลเมตร พื้นผิวของฟีบีเต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาตคล้ายดาวเคราะห์น้อย
หลุมที่ใหญ่ที่สุดมีขนาดประมาณ 50 กิโลเมตร ต่อมาวันที่ 11 มิถุนายน
พ.ศ. 2547 ก็ส่งภาพพื้นผิวของฟีบีที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งมาให้ชมกัน
|

ภาพถ่ายวงแหวนในช่วงคลื่นอัลตราไวโอเลตแสดงให้เห็นว่ามีน้ำแข็งที่ด้านนอกขอบวงแหวนมากกว่าด้านใน
ซึ่งบ่งชี้ถึงจุดกำเนิดและวิวัฒนาการของวงแหวน
|
ยานแคสสินี บินผ่านวงแหวน
F และ G ของดาวเสาร์ ด้วยความเร็ว 15 กิโลเมตรต่อวินาทีหรือ 55,000
กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2547 และได้ส่งภาพวงแหวนดาวเสาร์ชุดแรกจำนวน
61 ภาพมายังโลก แม้ว่าจะเป็นภาพที่เห็นวงแหวนเพียงบางส่วนแต่ก็เพียงพอที่จะนำความตื่นเต้นมาให้กับนักวิทยาศาสตร์ ภาพถ่ายวงแหวนในช่วงคลื่นอินฟราเรดแสดงให้เห็นว่าบริเวณวงแหวนด้านนอกมีน้ำแข็งมากกว่าด้านใน
นักวิทยาศาสตร์บอกว่ามันเป็นนัยชี้ให้ เห็นถึงจุดกำเนิดและวิวัฒนาการของวงแหวน
ขณะเดียวกันยานแคสสินีก็เริ่มทำการสำรวจดวงจันทร์ไททันที่ระยะไกลเกือบสี่แสนกิโลเมตร
นักวิทยาศาสตร์ได้เห็นภาพพื้นผิวของดวงจันทร์ไททันเป็นครั้งแรกจากสเปกโทรมิเตอร์นี้ทั้งในช่วงคลื่นแสงสว่างและอินฟราเรด นักวิทยาศาสตร์พบว่าพื้นผิวด้านขั้วใต้มีความแตกต่างกัน
มันมีทั้งบริเวณมืดและสว่าง และมีหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ทางด้านทิศเหนือ
อีกภาพของไททันจะเห็นขอบเป็นสีม่วง
นักวิทยาศาสตร์บอกว่าเป็นภาพที่แสดงให้เห็นขั้นตอนในการก่อตัวและวิวัฒนาการของหมอกที่ปกคลุมไททัน
การสำรวจดาวเสาร์ของยานแคสสินีกำลังดำเนินไปอย่างน่าตื่นเต้น
และจะมีข้อมูลที่ซับซ้อน ชวนพิศวงส่งกลับมายังโลกให้นักวิทยาศาสตร์ได้ขบคิดอีกมากทีเดียว
และบางที ข้อมูลเหล่านั้นอาจช่วยให้เราเข้าใจความเป็นไปในระบบสุริยะของเราได้ในที่สุด
ติดตามความคืบหน้าของโครงการแคสสินีได้ที่ www.nasa.gov/mission_pages/cassini/main/index.html
โดย
บัณฑิต คงอินทร์
อ่านเรื่องของการสำรวจดาวเสาร์อย่างละเอียดพร้อมภาพประกอบได้จากนิตยสาร
UpDATE ฉบับ 204 กันยายน 2547

UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ 60 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 720 บาท จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0-2751-5800, 0-2751-4175 โทรสาร 0-2751-5059
E-mail : update@se-ed.com
|