UpDATE Magazine Online
 http://update.se-ed.com     หน้าแรก    ฉบับก่อน      แนะนำ     ติดต่อเรา     สมาชิก     ซีเอ็ด      

ฉบับ 200 พฤษภาคม 2547

ปกเล่มปัจจุบัน

ประจำฉบับ

บอกรับจดหมายข่าว

โปรดแจ้ง
E-Mail ของคุณ



Subscribe    
Unsubscribe

  Powered by
YourMailinglist Provider.com

  
ดูจดหมายข่าวเก่า
 

Visitors:

             สารคดีวิทยาศาสตร์ #200              

  จากไขทารก สู่ครีมบำรุงผิวที่ดีที่สุดที่คุณเคยใช้  

        ถามใครๆ ดูก็ได้ว่า เด็กที่เพิ่งคลอดออกมาใหม่ๆ ดูแล้วเป็นอย่างไร คงจะได้คำตอบว่า เป็นภาพที่ไม่น่าดูเลย ยกเว้นพวกพ่อแม่ขี้เห่อจะตอบอีกอย่างหนึ่ง ในวินาทีที่เด็กพ้นจากท้องแม่มาสู่โลกภายนอก ร่างกายของเด็กจะเปรอะเปื้อนไปด้วยของเหลวสารพัดอย่าง รวมทั้งมีเมือกเหลวเหมือนแป้งเปียกสีขาวข้นคล้ายๆ เนยแข็งที่เรียกว่า “เวอร์นิกซ์” รวมอยู่ด้วย เห็นแล้วชวนให้อยากแหวะเสียจริงๆ

 ไขจากทารก เป็นสารธรรมชาติมีค่าดั่งทองคำที่ติดตัวทารกมาแต่กำเนิด
ไขจากทารก เป็นสารธรรมชาติมีค่าดั่งทองคำที่ติดตัวทารกมาแต่กำเนิด

        แต่ มาร์ตี วิสเชอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารของสถาบันวิทยาศาสตร์เพื่อผิวพรรณแห่งโรงพยาบาลเด็กซินซิน- เนติที่มลรัฐโอไฮไอ กลับกล่าวอย่างชื่นชมว่า บรรดาทารกทั้งหลายถือกำเนิดมาในโลกพร้อมกับมีทองคำเหลวเป็นอาภรณ์หุ้มห่อร่างกาย ทองคำเหลวหรืออันที่จริงคือเมือกไขมันที่เรียกว่า “เวอร์นิกซ์” นี้ ตามปกติ นางผดุงครรภ์จะเช็ดออกจากตัวทารกจนหมดจด แล้วเอาผ้าห่อเจ้าตัวน้อยผิวสีชมพูยื่นให้ คุณแม่คนใหม่ กลายเป็นของขวัญแห่งความสุข แต่เจ้า “เวอร์นิกซ์” นี้อาจจะเป็นครีมบำรุงผิวที่ดีที่สุดสำหรับทารก ก็เป็นได้ เพราะเวอร์นิกซ์ไม่เพียงแต่ ปกป้องเจ้าตัวน้อยจากการสัมผัสถูกน้ำ ยังปกป้องมิให้เกิดอาการขาดน้ำจนเกินไป ช่วยรักษาความเป็นกรดด่างให้สมดุล และอาจเป็นด่านแรกในการป้องกันการติดเชื้อและอันตรายก่อนที่เด็กจะคลอดออกมา
        “ถ้าคุณลองเอาเวอร์นิกซ์มาป้ายและถูที่ผิวของคุณ คุณจะรู้สึกว่ามันมีสัมผัสที่เหมือนผิวหนังมาก แล้วก็ไม่เหนียว เหนอะหนะ เหมือนมอยส์เชอไรเซอร์ทั้งหลายที่เราใช้กัน” วิสเชอร์ ผู้เคยทดลองใช้กล่าว ขณะนี้เธอและเพื่อนร่วมงาน กำลังพยายามที่จะลอกเลียนสูตรธรรมชาติของเวอร์นิกซ์เพื่อผลิตครีมสังเคราะห์ออกมา ครีมที่ได้จะเป็นครีมที่ช่วยปกป้องและหล่อเลี้ยงผิวหนังของทารกที่คลอดก่อนกำหนดซึ่งเซลล์ผิวหนังยังไม่ได้พัฒนาอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้เวอร์นิกซ์อาจจะเป็นสูตรครีมที่ใช่เลยสำหรับรักษาผื่นในเด็กที่แพ้ผ้าอ้อม และอาจเป็นโลชั่นใช้รักษาผู้ใหญ่ที่เป็นโรคผิวหนัง อย่างโรคผิวหนังอักเสบพุพอง และโรคเรื้อนกวาง ท้ายที่สุดอาจจะนำมาทำเครื่องสำอางสำหรับให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวพรรณอย่างมอยส์เชอไรเซอร์ก็ได้
        คณะนักวิจัยของสถาบันซินซินเนติได้พยายามค้นหาส่วนประกอบของเวอร์นิกซ์ และผลที่มันกระทำกับผิวหนังมาเป็นเวลานานกว่าสิบปีแล้ว สิ่งที่คณะนักวิจัยเหล่านี้ค้นพบได้ทำลายความเชื่อดั้งเดิมที่ว่า เวอร์นิกซ์เป็นเพียงก้อนไขมันเขละๆ ที่ไม่มีโครงสร้างทางโมเลกุล หรือคุณสมบัติอะไรเป็นพิเศษ
       ในเบื้องต้น พบว่ามันมีส่วนประกอบที่สำคัญคือ น้ำ ถึง 80% ส่วนที่เหลือเป็นไขมัน และโปรตีนอย่างละ 10% เมื่อเทียบกับขี้ผึ้งต่างๆ ที่ใช้กับ ผิวทารกแล้ว เวอร์นิกซ์ยังมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่มากกว่าเสียด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในปี 2543 ของคณะนักวิจัยซึ่งนำโดย สตีเวน โฮท ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ของสถาบันซินซินเนติ ผลจากการวิจัยปรากฏว่า ขี้ผึ้งต่างๆ ที่ผลิตขึ้นมาสำหรับทารก เช่น ปิโตรเลียมเจลลี่ ยูเซริน และ อควาฟอร์ เหล่านี้มีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ในระหว่าง 0 ถึง 17% เท่านั้น
       แต่คณะนักวิจัยของโฮทได้ค้นพบความลับที่แท้จริงในส่วนประกอบของเวอร์นิก นั่นคือ วิธีที่มันสามารถเก็บน้ำไว้ได้ในปริมาณมากถึง 80% เพราะภายในเวอร์นิกซ์มีเซลล์ผิวหนังที่สามารถปรับตัวได้ดีเป็นพิเศษ เรียกว่า คอร์นีโอไซต์ ของทารก (fetal corneocyte) จากผลการทดลองที่ไม่ได้ ตีพิมพ์ของวิสเชอร์และคณะ คณะนักวิจัยได้ทดลองให้คอร์นีโอไซต์สัมผัส กับความชื้นในระดับต่างๆ และพบว่า เมื่อมีความชื้นสูง คอร์นีโอไซต์ จะอุ้มน้ำเอาไว้จนชุ่ม เมื่อความชื้นต่ำ มันจะคายน้ำออกมา ดังนี้ ทำให้โฮทอยากจะคิดว่า เวอร์นิกซ์เป็นสารที่ธรรรมชาติสร้างมาอย่างชาญฉลาด ให้ทำหน้าที่ดูแลพัฒนาการของผิวหนังทารกในครรภ์ได้อย่างยอดเยี่ยม
        คุณสมบัติหนึ่งเดียวในโลกของเวอร์นิกซ์มิได้มีเพียงแค่นี้ คณะนักวิจัยของโฮทยังพบอีกว่า มันมีวิตามิน อี ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ในระดับที่สูงมาก คณะนักวิจัยจึงเสนอว่า สิ่งนี้น่าจะช่วยให้ผิวของทารกสามารถต้านทานสิ่งกดดันใหม่ๆ เช่น ออกซิเจน มลภาวะ และรังสียูวี ได้ งานวิจัยบางฉบับกล่าวว่า เวอร์นิกซ์ยังเป็นปราการป้องกันเชื้อโรคอีกด้วย เพราะในตัวมันประกอบไปด้วยโปรตีนที่สามารถจับ แบคคีเรีย ไวรัส และเชื้อราไว้ได้

 เวอร์นิกซ์อาจจะเป็นสูตรครีมที่ใช่เลยสำหรับรักษาผื่นในเด็กที่แพ้ผ้าอ้อม และอาจเป็นโลชั่นใช้รักษาผู้ใหญ่ที่เป็นโรคผิวหนัง อย่างโรคผิวหนังอักเสบพุพอง และโรคเรื้อนกวาง

        นอกจากนี้ ผลการวิจัยหลายๆ ฉบับที่ทยอยออกมายังบ่งบอกถึงบทบาทของเวอร์นิกซ์ในพัฒนาการของทารกด้วย ดังที่โฮทได้กล่าวว่า “มีกระบวนการทางชีววิทยาที่ซับซ้อนที่เกี่ยวกับเวอร์นิกซ์เกิดขึ้น ก่อนที่ทารกจะคลอดจากครรภ์มารดา” เมื่อทารกในครรภ์มีอายุได้ 25 - 26 สัปดาห์ (38 สัปดาห์ ถือว่าครบกำหนด) ต่อมไขมันที่ผิวหนังจะเริ่มผลิตเวอร์นิกซ์ และขับออกมาทางรูขุมขน ในช่วงประมาณนี้เองที่ชั้นของผิวหนังชั้นสุดท้ายที่เรียกว่า stratum corneum เริ่มก่อตัวขึ้น กระบวนการนี้ต้องใช้ระยะเวลา เพราะในการสร้างเซลล์ผิวหนังชั้นบนให้สมบูรณ์ ผิวหนังจะต้องมีสภาพแวดล้อมที่แห้ง เวอร์นิกซ์อาจเป็นตัวการ จัดสภาพแวดล้อมเช่นนั้นขึ้นโดยก่อปราการป้องกันที่ชั้นผิวหนังเกิดใหม่ และขจัดน้ำออกไป
        แล้วทารกที่คลอดก่อนกำหนด ที่ร่างกายยังไม่มีโอกาสสร้างเวอร์นิกซ์ล่ะ จะทำอย่างไร เรื่องนี้ต้องขอบคุณความก้าวหน้าของวิทยาการแผนใหม่ในการดูแลทารกแรกเกิด เพราะบัดนี้แม้แต่ทารกที่ถือกำเนิดก่อนกำหนดในช่วงอายุ 23 สัปดาห์ก็สามารถรอดชีวิตได้ แต่ในทารกที่จำเป็นต้องออกจากครรภ์มารดาก่อนหน้านี้อีก ซึ่งร่างกายยังไม่ได้ผลิตเวอร์นิกซ์เลย ร่างกายของเด็กจะขาดชั้นของผิวหนังชั้นนอก ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตเด็ก และเป็นปัญหาที่ท้าทายมากในวงการแพทย์ คริสตอฟ บิวเรอ ผู้เชี่ยวชาญการดูแลทารกแรกเกิดแผนใหม่ แห่งศูนย์การแพทย์ Charite Medical Centre ที่กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี กล่าวว่า “ผิวหนังของทารกในระยะนี้จะโปร่งใส เกือบจะเหมือนเจลลี่ เมื่อสัมผัสดูจะ รู้สึกคล้ายๆ หนังกบ มีลักษณะอ่อนและบอบบางเป็นที่สุด แม้เพียงแปะ แผ่นพลาสเตอร์ลงบนผิวก็อาจทำให้ทารกบาดเจ็บได้” ผิวหนังบางใสเช่นนี้ จะไม่ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายทารก และไม่สามารถป้องกันการสูญเสียน้ำได้ และเพราะเป็นผิวที่บอบบางและอ่อนแอ จุลินทรีย์จึงสามารถเจาะทะลุผิวทำให้เกิดการติดเชื้อ จนทำให้ทารกคลอดก่อนกำหนดต้องเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ดังที่บิวเรอกล่าวไว้ว่า “เด็กที่คลอดก่อนกำหนดในแต่ละปี ตัวเล็กลงเรื่อยๆ และเจ้าตัวปัญหาก็ คือ ผิวหนัง”
       ขี้ผึ้งอย่างปิโตรเลียมเจลลี่ หรือ อควาฟอร์ อาจจะพอช่วยปกป้องผิวของทารกที่เกิดก่อนกำหนดได้ แต่ก็ไม่ดีพอ บิวเรอกล่าว ถ้าเราสามารถพัฒนาครีมที่มีคุณสมบัติเหมือนเวอร์นิกซ์ขึ้นมาได้ จะทำให้ขี้ผึ้งเหล่านั้นชิดซ้ายไปเลย “สิ่งใดที่ช่วยให้ผิวหนังของทารกพัฒนาการได้ดีขึ้น สิ่งนั้นก็จะช่วยให้ทารกรอดชีวิตได้มากขึ้น” บิวเรอกล่าว
       ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือเหตุผลสำคัญที่คณะนักวิจัยแห่งซินซินเนติพยายามพัฒนาเวอร์นิกซ์สังเคราะห์ขึ้นมา แต่ภารกิจนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย คณะนักวิจัยได้รับสิทธิบัตรเกี่ยวกับเวอร์นิกซ์และส่วนประกอบต่างๆ มาแล้วจำนวนสี่สิทธิบัตร รวมทั้งเวอร์นิกซ์สังเคราะห์ด้วย และได้ค้นพบส่วนประกอบหลักๆ อีกเป็นจำนวนมาก แต่ขั้นตอนที่ท้าทายที่สุดยังรออยู่ข้างหน้า นั่นคือ การผสมส่วนประกอบต่างๆ เข้าด้วยกัน และทำการทดสอบ เป้าหมายก็เพื่อค้นหาโครงสร้างทางโมเลกุลที่คล้ายคลึงกับคอร์นีโอไซต์ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาสารเลียนแบบเวอร์นิกซ์ที่สามารถเก็บน้ำปริมาณมากๆ ไว้ได้
        อย่างไรก็ดี คณะนักวิจัยจากซินซินเนติไม่ใช่กลุ่มแรกที่คิดเรื่องการลอกเลียนเวอร์นิกซ์จากธรรมชาติ ในปี 2541 บริษัทแห่งหนึ่งในประเทศแคนาดา ชื่อ โพรเมทิก ได้อ้างว่า ได้ผลิตผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งที่ “ออกแบบให้มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับเวอร์นิกซ์” ขึ้นมาได้ แม้กระทั่งชื่อของผลิตภัณฑ์ก็ใช้ชื่อ “เวอร์นิกซ์” ด้วย ปิแอร์ ลอแรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทกล่าวว่า ผลิตภัณฑ์นี้ผลิตจากส่วนผสมของไขมันและโมเลกุลของสารที่เหมือนไขมันมาก อย่างเช่น สควอลีน นำมาผสมกันในอัตราส่วนเท่ากับเวอร์นิกซ์ของทารก เขากล่าวว่า ครีมนี้มีคุณสมบัติต้านอาการอักเสบได้อย่างดีเยี่ยม และเมื่อมีการสั่งซื้อจากเว็บไซต์ของบริษัท ลูกค้าที่เป็นโรคเรื้อนกวาง ถึงกับให้คำรับรองคุณภาพของครีมด้วยการ “สาบาน” เลยทีเดียว
        อย่างไรก็ดี ลอแรงกล่าวว่า ในแผนการระยะยาวของโพรเมทิก ครีมนี้ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์หลัก เป้าหมายในปัจจุบันของบริษัทคือต้องการจะแยกหาส่วนประกอบของสารที่มีคุณสมบัติในการต้านอาการอักเสบออกมา
        เขากล่าวชื่นชมผลงานของวิสเชอร์ว่า “น่าทึ่งจริงๆ” แต่ก็สงสัยว่า เมื่อถึงเวลาจะต้องนำเวอร์นิกซ์สังเคราะห์จากห้องทดลองไปสู่การใช้จริงในสถานพยาบาล คณะนักวิจัยของวิสเชอร์จะแก้ปัญหาได้ลุล่วงหรือไม่ ทั้งนี้เนื่องจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆ จะเคร่งครัดต่อระเบียบแบบแผนมาก หน่วยงานเหล่านี้จะทำหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจำนวนมาก และจะให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารตัวเดียว เนื่องจากว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบน้อยสามารถตรวจวิเคราะห์และทดสอบสารที่ออกฤทธิ์ได้ง่ายกว่า
        วิสเชอร์ยอมรับว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง และกล่าวว่า คณะนักวิจัยของเธอได้ตัดสินใจตั้งแต่แรกแล้วว่า ในการสังเคราะห์เวอร์นิกซ์ จะใช้วัสดุที่ทราบสมบัติเด่นชัดเท่านั้น หรือมิฉะนั้น ก็เป็นสารที่มีการรับรองมาก่อนแล้วว่าปลอดภัย” เรายังมองในแง่ดีว่า ปัญ- หานี้ไม่ได้ยากเกินไปที่จะแก้” เธอกล่าว ในเมื่อความลับของการมีผิวพรรณละเอียดอ่อนอย่างผิวทารกได้เผยออกมาแล้ว บางทีเราทุกคนอาจจะได้ใช้ประโยชน์จากความลับนี้ในอีกไม่ช้า

                                               โดย... เจมินี

แปลจาก The best skin you ever wore, NewScientist, 17 January 2004

พบกับเรื่องนี้ได้ที่ :
http://update.se-ed.com/200/vernix.htm

กลับไปหน้าบทความ/สารคดี

 


Discovery ResearchPaper NASA
WhyFilesSavvySearch เชื่อมสู่สถาบันการศึกษา


UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ 60 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 720 บาท
จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0-2751-5800, 0-2751-4175 โทรสาร 0-2751-5059
E-mail : update@se-ed.com

SEED Update Magazine Microcomputer User Internet
เซมิคอนดัคเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ Industrial Hobby Mechanical