|
สารคดีวิทยาศาสตร์
#196
คุยเฟื่องเรื่องเทนนิส
การฝึกจิตใจให้พร้อมสำหรับการเล่น
เทนนิส การเตรียมความพร้อมทางด้านจิตใจ
เป็นสิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับนักเทนนิสอาชีพ เพราะตลอดการแข่งขันอันยืดเยื้อ
พวกเขาอาจต้องยืนอยู่บนคอร์ตเป็นเวลานานหลายชั่วโมงโดยไม่ได้พูดจากับใครเลย
แถมยังต้องผจญกับสิ่งรบกวนอีกร้อยแปดพันเก้า ทั้งจากฝูงชน คู่แข่งขัน
และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง...สายฝนในเกมวิมเบิลดัน นักเทนนิสจึงจำเป็นที่จะต้องฝึกฝนกลเม็ดเคล็ดลับ
ในการเพิ่มพูนสมาธิและกระตุ้นตัวเองขณะที่ถูกบีบคั้นจากเกมการแข่งขัน
พวกเขามักจะได้รับการสอนให้นึกถึงสภาวะที่ต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เช่น ไท-เบรกที่เคร่งเครียด จากนั้นจึงคิดว่าจะรับมือกับมันอย่างไร
นักเทนนิสระดับแถวหน้าก็ต้องเรียนรู้เรื่องการจัดการกับความเครียด
และเทคนิคในการกระตุ้นตัวเองด้วยเช่นกัน
เมื่อนักเทนนิสสูญเสียการควบคุม
นักเทนนิสจำนวนมากได้รับการบีบคั้นภายใต้สถานการณ์ตึงเครียด
จนต้องปลดปล่อยอารมณ์ฉุนเฉียวออกมาเพื่อผ่อนคลายภาวะดังกล่าว จอห์น
แมกเอนโร เป็นที่ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องการระเบิดอารมณ์ใส่กรรมการ และนักเทนนิสอีกจำนวนไม่น้อยต่างก็ได้รับคำเตือนจากกรรมการในการขว้างแร็กเกตและการสบถของพวกเขา
นักเทนนิสหลายคนต้องพ่ายแพ้ในการแข่งขันที่น่าจะเอาชนะได้อย่างใสๆ
เพียงเพราะปล่อยให้อารมณ์พาไป แพต ราฟเทอร์ เป็นที่รู้จักกันดีว่าได้เข้าสู่ภาวะบีบคั้นในการแข่งขัน
วิมเบิลดันรอบชิงชนะเลิศเมื่อปี 2543 ความกดดันจากชัยชนะที่เห็นอยู่เบื้องหน้าเป็นสิ่งที่เกินกว่าจะรับมือได้
มาดูกันสิว่าวัสดุชนิดใหม่ๆ
ทำให้แร็กเกตมีกำลังมากขึ้นได้อย่างไร
กำลังของแร็กเกต
ปัจจุบัน
กำลังในการเล่นเทนนิสจะขึ้นอยู่กับแรงของนักกีฬาเพียงบางส่วนเท่านั้น
แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะมาจากแร็กเกตที่ใช้กันอยู่มากกว่า แร็กเกตรุ่นใหม่ๆ
จะช่วยให้ผู้เล่นตีลูกได้เร็วและแม่นยำกว่าที่เคยเป็นมา ในทศวรรษที่
1970 (พ.ศ.2513-2522) ได้มีการนำแร็กเกตโลหะเข้ามาใช้แทนแร็กเกตไม้ซึ่งใช้กันมาแต่ดั้งเดิม
และนับจากนั้นเป็นต้นมา ก็มีการนำวัสดุหลากหลายชนิดมาใช้ แต่แกรไฟต์นั้นส่งผลกระทบต่อวงการเทนนิสมากที่สุด
โดยแร็กเกตที่นักเทนนิสมืออาชีพส่วนใหญ่เลือกใช้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีเส้นใยแกรไฟต์เป็นองค์ประกอบ
ปัจจุบันมีการนำแกรไฟต์ไปผสมกับวัสดุอื่นๆ อย่างเช่น โบรอนและไทเทเนียม
เพื่อผลิตแร็กเกตที่แข็งแรงขึ้นและเบากว่าเดิม
แร็กเกตหัวโตโชว์โฉมแล้ว
แร็กเกตไม้ที่เคยใช้กันอยู่มีหัวไม้ขนาดเล็กกว่าและมีช่วงของการขึงเอ็นสั้นกว่า
นั่นก็ เพราะโครงไม้ไม่ได้แข็งแรงพอที่ขึงเอ็นที่ยาวให้ตึงได้ แต่วัสดุใหม่ๆ
ที่นำมาใช้จะทำให้ได้โครงที่แข็งแรงขึ้น โดยไม่เพิ่มน้ำหนักให้แร็กเกต
โครงที่แข็งแรงขึ้นจะสามารถรองรับช่วงของการขึงเอ็นได้ยาวขึ้น
แร็กเกตแทบทุกอันในปัจจุบันจะมีขนาดของหัวแร็กเกตใหญ่กว่าปกติ เกือบจะเป็นสองเท่าของแร็กเกตไม้
ซึ่งส่งผลให้ขนาดของ สวีต สปอต (sweet spot) (พื้นที่กึ่งกลางหน้าแร็กเกต
ซึ่งโครงจะอยู่ในลักษณะสมดุลที่สุดและเส้นเอ็นสามารถทำงานได้อย่างผสมผสานกลมกลืนกันเป็นอย่างดี)
กว้างขึ้น ดังนั้นเมื่อผู้เล่นตีลูกเทนนิสเอียงไปจากจุดศูนย์กลางของแร็กเกต
ลูกบอลก็จะยังคงตกอยู่ในบริเวณที่ผู้เล่นต้องการ
ลดการแกว่ง
หัวแร็กเกตที่ใหญ่ขึ้นจะทนทานต่อการบิดตัวได้ดีขึ้น
เมื่อตีลูกไม่โดนกึ่งกลางหน้าแร็กเกต ซึ่งคุณสมบัติทางกายภาพของแร็กเกตที่ทำให้เกิดความทนทานต่อการบิดนี้เรียกว่า
ขั้วโมเมนต์ความเฉื่อย (polar moment of inertia) ยิ่งขนาดหัวแร็กเกตใหญ่ก็จะยิ่งลดการบิดตัวระหว่างการตีไม่ถูกกึ่งกลางหน้าแร็กเกตได้ดี
ซึ่งขั้วโมเมนต์ความเฉื่อยนี้จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักและความกว้างของหัวแร็กเกต
ดังนั้นแร็กเกตแบบใหม่ซึ่งมีน้ำหนักเบา จึงจำเป็นที่จะต้องทดแทนด้วยการเพิ่มขนาดของหัวแร็กเกตให้ใหญ่ขึ้น
เอ็นชนิดพิเศษ
เอ็นมีหน้าที่ดูดซับพลังงานส่วนมากที่มากับลูกเทนนิสเอาไว้
แล้วปล่อยพลังงานบางส่วนคืนไป นักวิจัยพบว่าเส้นเอ็นที่หย่อนจะทำให้เสียพลังงานมาก
ส่วนเส้นเอ็นที่ขึงตึงจะทำให้สามารถควบคุมลูกได้มากกว่า และแม่นยำกว่า
การตวัดตีเร็ว
ก่อนทศวรรษที่
1970 (พ.ศ.2513 - 2522) ผู้เล่นจำเป็นต้องหวดลูกยาว เพื่อให้แร็กเกตไม้ที่แสนจะหนักมีความเร็วดีพอสำหรับการหวดลูก
อัตราเร่งของการหวดลูกที่เพิ่มขึ้นทีละน้อยจะทำให้ผู้เล่นควบคุมลูกได้ดีขึ้น
ดังนั้นจึงสามารถที่จะตีลูกได้แม่นยำในจุดกึ่งกลางหน้าแร็กเกต
ด้วยแร็กเกตที่เบากว่า
แถมยังมีจุดกึ่งกลางหน้าแร็กเกตที่กว้างกว่า นักเทนนิสยุคใหม่จึงสามารถที่จะตวัดตีเร็วได้
เพราะไม่ต้องเล็งหาจุดกึ่งกลางเดิมบนหน้าแร็กเกตในทุกครั้งที่จะตี
โชคดีที่แร็กเกตรุ่นใหม่มีความไวต่อตำแหน่งการตกกระทบของลูกบนหน้าแร็กเกตน้อยลง
ในอนาคต
บรรดาวิศวกรต่างก็ยังคงค้นหาวัสดุหลากหลายชนิด
และรูปแบบต่างๆ ในการพัฒนาแร็กเกตต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด นักเทนนิส
บางส่วนในปัจจุบันใช้ แร็กเกตหัวค้อน (Hammer Head Racket) ซึ่งมีส่วนปลายไม้หนักกว่าด้ามจับ
แร็กเกตขนาดยาวกำลังเป็นที่นิยม
และผู้เล่นต่างก็พากันเปลี่ยนไปใช้แร็กเกตที่ยาว 28-29
นิ้ว แทนที่จะใช้ขนาดมาตรฐาน 27 นิ้ว แบบที่เคยใช้กันอยู่เมื่อราว
2-3 ปีที่ผ่านมา แนวคิดที่สุดโต่งกว่านี้ก็คือหัวแร็กเกตแบบหกเหลี่ยมและสามเหลี่ยม
ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา แต่ก็ดูท่าจะยังไม่เป็นที่ถูกอกถูกใจของบรรดานักเทนนิสอาชีพสักเท่าไหร่
ไม่ใช่จะมีแต่การใช้แร็กเกตที่ใหญ่ขึ้นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในวงการเทนนิสยุคใหม่ ลองมาดูกันสิว่า ทำไมลูกเทนนิสที่ใหญ่ขึ้นจึงสามารถที่จะชะลอความเร็วของเกมการแข่งขันลงได้
ลูกเทนนิสที่ใหญ่ขึ้น
บางทีความเร็วก็ไม่ได้ดีเสมอไป
เพราะผู้ชมจำนวนมากต่างก็ติว่า จังหวะที่รวดเร็วของเกมทำให้เทนนิสน่าเบื่อ
ลูกเสิร์ฟที่แรงเกินไปในการแข่งขันชาย ทำให้บ่อยครั้งที่การแข่งขันทั้งเซตจะผ่านไป
โดยมีการโต้ลูกกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากทดสอบมาสองปี
ลูกเทนนิสแบบใหม่ก็ผ่านการทดสอบแล้ว ว่าสามารถที่จะชะลอเกมเทนนิสให้ช้าลง
และยังทำให้เกมน่าตื่นเต้นขึ้นสำหรับการชมด้วย โดยลูกเทนนิสชนิดนี้จะประกอบติดกันด้วยวิธีการเดียวกับลูกเทนนิสในปัจจุบัน
แต่จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางโตขึ้น 6 เปอร์เซ็นต์
ทำไมขนาดของลูกเทนนิสถึงได้สำคัญนักนะ
ความเร็วในการตีลูกเทนนิสแบบใหม่จะมีค่าเท่ากับลูกที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
แต่เพราะว่ามันมีขนาดที่ใหญ่กว่า จึงถูกทำให้ช้าลงอีกด้วยแรงโน้มถ่วงขณะเดินทาง
นอกจากนี้ขนาดที่ใหญ่ขึ้น ยังทำให้ผู้รับลูกมีเวลาในการโต้กลับได้มากขึ้นถึง
10 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ดังนั้นจำนวนของการเสิร์ฟลูกเอซซึ่งผู้รับไม่สามารถโต้กลับได้ในการแข่งขันแต่ละครั้ง
ก็จะน้อยลงมาก นับเป็นข่าวร้ายสำหรับ โกรัน อีวานีเซวิก แต่ก็เป็นข่าวดีของผู้ชมนะ...ว่าไหม?
ในการทดสอบ นักเทนนิสอาชีพสามารถควบคุมและตีลูกได้แม่นยำกว่าลูกเทนนิสแบบเดิมถึงสองเท่า
ช่วงเวลาของการโต้ลูกก็จะเพิ่มขึ้นถึง 10 เปอร์เซ็นต์ และก็ดูเหมือนว่าพวกเขาจะจบการแข่งขันด้วยชัยชนะมากกว่าด้วย
ลูกบอลที่ใหญ่ขึ้นยังทำให้ผู้ชมมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ที่ผู้จัดการแข่งขันในแต่ละรายการว่าจะใช้ลูกเทนนิสชนิดนี้หรือไม่
ทำไมผู้เล่นถึงโยนลูกเทนนิสบางลูกทิ้ง
ลูกเทนนิสทำจากยางสองชิ้นประกบติดกัน
อุดตะเข็บรอยต่อระหว่างสองซีกด้วยวัสดุอุดกันรั่วแบบยืดหยุ่น แล้วหุ้มทับด้วยใยผ้า
ซึ่งมักจะเป็นผ้าขนสัตว์หรือไม่ก็ผ้าสักหลาด ในการตรวจดูลูกเทนนิสก่อนเสิร์ฟ
ผู้เล่นจะสังเกตดูใยผ้าว่ามีร่องรอยการสึกหรอหรือไม่ เพราะถ้าลูกเทนนิสสึกหรือเป็นขุย
จะทำให้ลูกช้าลงได้ นักเทนนิสดาวรุ่งทั้งหลายในปัจจุบัน
มีวิธีการตีลูกที่ต่างไปจากนักเทนนิสในทศวรรษที่แล้ว เอ๊ะ! แล้ววิธีการตีล่าสุดเป็นอย่างไรหนอ?
การจับแร็กเกตและความเร็วในการ
เสิร์ฟ ทุกวันนี้นักเทนนิสดาวรุ่งจะตีลูกสักหลาดด้วยวิธีใหม่
ที่ไม่เหมือนกับในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การหวดลูกจากเส้นหลังด้วยทอปสปินที่หนักหน่วงนี้เป็นรูปแบบล่าสุด
โดยการตีลูกในแต่ละครั้งจะทำเหมือนกับการเสิร์ฟ นั่นคือหวดให้สุดแรงและแม่นยำ
การจับแร็กเกตเพื่อตีลูกทอปสปิน
ในการตีลูกทอปสปินนั้น
ผู้เล่นจะตีที่บริเวณจุดสุงสุดของลูกเทนนิส เพื่อให้ลูกหมุนและพุ่งไปด้านหน้า
ซึ่งวิธีการจับแร็กเกตที่ทำให้ได้ลูกทอปสปินมากกว่าวิธีอื่นๆ ก็คือ
การจับแบบ Western หรือ Semi-Western การจับแบบนี้จะช่วยให้หัวแร็กเกตไม่แกว่งเวลาตีลูก
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมนักเทนนิสมืออาชีพทั้งหลาย จึงได้เปลี่ยนวิธีการจับแร็กเกตมาเป็นแบบ
Western หรือ Semi-Western กันมากขึ้น แต่ข้อเสียของวิธีการจับแร็กเกตแบบ
Western ก็คือจะทำให้ตีลูกที่กระดอนลงต่ำได้ยาก เพราะเหตุนี้นักวิทยาศาสตร์การกีฬาบางคนจึงยังคงสนับสนุนวิธีจับแร็กเกตแบบดั้งเดิมคือแบบ
Eastern อยู่
แบกแฮนด์ที่เฉียบขาด
เมื่อหวดลูกแบกแฮนด์
มันจะกลายเป็นลูกทอปสปินได้ง่ายมาก หากจับแร็กเกตด้วยมือทั้งสองข้าง
ซึ่งการจับแร็กเกตแบบนี้ ยังทำให้คู่แข่งเดาทิศทางการตีลูกได้ยากอีกด้วย
โดยปกติแล้ว ความคิดเห็นส่วนใหญ่มีว่า
การตีลูกแบกแฮนด์ด้วยสองมือจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการตีเพียงมือเดียว
ซึ่งจำนวนผู้เล่นที่ใช้ทั้งสองมือในการหวดลูกสักหลาดก็มีมากขึ้นทุกที
โดยเฉพาะในการแข่งขันหญิง
ความแรงของการเสิร์ฟ
เกรก
รูเซดสกีแห่งอังกฤษ เป็นเจ้าของสถิติการเสิร์ฟลูกที่เร็วที่สุดในโลก
ด้วยความเร็วของลูกขณะข้ามตาข่ายราว 240 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง (ข้อมูลจากกินเนสบุ๊ค
วันที่ 19 ตุลาคม 2546) ซึ่งความสูง 193 เซนติเมตรของเขา เป็นลักษณะทางกายภาพที่เอื้ออำนวยอย่างยิ่งต่อการก่อให้เกิดความเร็วในระดับนั้น
ส่วนผู้หญิงที่หวดลูกเสิร์ฟได้เร็วที่สุดในโลก
ได้แก่ วีนัส วิลเลียม ซึ่งเธอก็เป็นหนึ่งในนักเทนนิสหญิงที่สูงที่สุดเช่นกัน
ด้วยความสูง 185 เซนติเมตร โดยความเร็วของลูกเสิร์ฟขณะข้ามตาข่ายราว
205 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ข้อมูลจากกินเนสบุ๊ค วันที่ 19 ตุลาคม 2546)
บรรดาผู้ฝึกสอนเชื่อว่าการเคลื่อนไหวแขนขาได้อย่างราบรื่นพลิ้วไหว
จะมีส่วนสำคัญต่อการเสิร์ฟลูกที่หนักหน่วง โดยแรงจะเคลื่อนจากเท้าผ่านไปทางร่างกายช่วงบนและไหล่
จนกระทั่งถึงข้อมือและแร็กเกต จากนั้นแร็กเกตก็จะรับหน้าที่ต่อไป
แร็กเกตที่หนักกว่าดูจะมีภาษีดีกว่า
พีต แซมพราส จึงพันแถบตะกั่วลงบนหัวแร็กเกตเพื่อเพิ่มน้ำหนัก คู่ต่อสู้ของเขายืนยันได้ถึงความรู้สึกขณะโต้ลูกเสิร์ฟ
มหากาฬ นั้น แต่ผลกระทบอย่างหนึ่งของลูกเสิร์ฟอันหนักหน่วงในปัจจุบันก็คือ
ตัวเลขของการบาดเจ็บไหล่ที่เพิ่มขึ้นในวงการเทนนิส นั่นก็เพราะว่าในขณะที่มีการเสิร์ฟลูก
ไหล่จะได้รับแรงกดสูงสุดนั่นเอง
ชีวกลศาสตร์ของการเคลื่อนไหว
วลีที่มักใช้กันในวงการวิทยาศาสตร์การกีฬาของเทนนิส
ก็คือ ความสัมพันธ์ของข้อต่อ (Segmental Interaction) ผู้ฝึกสอนในปัจจุบันมักจะสอนผู้เล่นว่า
การเคลื่อนไหวร่างกายทุกส่วนอย่างพลิ้วไหวและผสมผสานกัน จะช่วยให้ตีลูกได้แรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แนวคิดก็คือผสมผสานการเคลื่อนไหว
เพื่อให้ข้อต่อขยับจากส่วนใหญ่ไปสู่ส่วนย่อย ซึ่งนี่เป็นกลวิธีที่ได้ผลที่สุดในการถ่ายเทพลังงานไปยังข้อต่อส่วนต่างๆ
ผลก็คือแร็กเกตจะเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นมาก ในการตีลูกโฟร์แฮนด์แบบใหม่
ผู้เล่นจะโก่งตัวแล้วเหยียดออกในขณะหวดลูก ซึ่งการเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็วนี้
จะทำให้กล้ามเนื้อช่วงอกหดตัว ซึ่งจะเป็นการเก็บกักพลังงานเอาไว้ และเมื่อหน้าอกขยายออก
กล้ามเนื้อก็จะใช้พลังงานนี้ไปในการเร่งความเร็วของแขนช่วงบน
โดย... มัญจา
จิณห์จุฑา
แปลและเรียบเรียงจาก Tennis, Hottopics, Science, BBC, 2003
พบกับเรื่องนี้ได้ที่ : http://update.se-ed.com/196/tennis.htm

UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ 60 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 720 บาท จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0-2751-5800, 0-2751-4175 โทรสาร 0-2751-5059
E-mail : update@se-ed.com
|