UpDATE Magazine Online  http://update.se-ed.com     หน้าแรก    ฉบับก่อน      แนะนำ     ติดต่อเรา     สมาชิก     ซีเอ็ด      

ฉบับ 194 พฤศจิกายน 2546

ปกเล่มปัจจุบัน

ประจำฉบับ

บอกรับจดหมายข่าว

โปรดแจ้ง
E-Mail ของคุณ



Subscribe    
Unsubscribe

  Powered by
YourMailinglist Provider.com

  
ดูจดหมายข่าวเก่า 

Visitors:

             คุยกับชัยคุปต์ #194              

  ยีนกับอนาคตของมนุษย์  
อี-เมล์จากคุณชีพ...

ความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับยีนและการตัดต่อพันธุกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความสำเร็จของการถอดรหัสยีนมนุษย์ จะทำให้มนุษย์ในอนาคตเปลี่ยนไปจากปัจจุบันได้มากแค่ไหน? ดีหรือไม่ดี?
       ความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับยีนและความก้าวหน้าของพันธุวิศวกรรม มีศักยภาพจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับมนุษย์ในอนาคตได้มาก แต่จะเกิดขึ้นจริงๆ แค่ไหน ขึ้นอยู่กับมนุษย์ในปัจจุบันเองว่า อยากจะให้เกิดขึ้นแค่ไหน
        จากความสำเร็จของการถอดรหัสยีนมนุษย์ก็ทำให้นักวิทยาศาสตร์มีฐานข้อมูล (Data Base) เกี่ยวกับดีเอ็นเอ และยีนของมนุษย์ในโครโมโซมทั้ง 23 คู่ อย่างสมบูรณ์ (สมบูรณ์ในแง่ลำดับของดีเอ็นเอเบสในโครโมโซม แต่ยังห่างไกลจากความเข้าใจในรหัสยีนมนุษย์ทั้งหมดอย่างแท้จริง) ซึ่งก็หวังกันว่า จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลในการดูแลรักษาสุขภาพมนุษย์ ดังเช่น ความรู้ความเข้าใจในสาเหตุของโรคทางพันธุกรรม เพื่อที่จะสามารถแก้ไขความผิดปกติของพันธุกรรมหรือยีนตั้งแต่ทารกยังอยู่ในครรภ์ หรือในเด็ก และ ประโยชน์ในด้านอื่นๆ เช่น การพัฒนายาชนิดใหม่ เพื่อรักษาโรคให้มีประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้น
        ทว่า ความวิตกกังวลในผลกระทบทางด้านไม่ดีก็มีมากมาย เช่น การนำเอาความรู้เกี่ยวกับรหัสดีเอ็นเอหรือยีนใน ตัวมนุษย์ ไปทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในระดับยีนของมนุษย์ หรือเป็นการ   สร้างมนุษย์พันธุ์ใหม่ ที่ยีนในตัวได้ถูก “ออกแบบ” ให้มนุษย์ที่จะเกิดขึ้นมา มีลักษณะทางกายภาพตามที่ต้องการ เช่น เป็นผู้หญิงมีรูปร่างหน้าตาแบบนางแบบหรือดารา เป็นผู้ชายมีร่างกายแบบนักกีฬา
        มองไปในอนาคต ก็เห็นชัดเจนว่า นักวิทยาศาสตร์สามารถใช้ข้อมูลความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับมนุษย์ ไปทำให้มนุษย์ในอนาคต เปลี่ยนไปจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลักษณะทางกายภาพหรือรูปร่างหน้าตา และอื่นๆ แต่ความเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับปัจจัยใหญ่สองข้อ
        หนึ่ง : ตัวนักวิทยาศาสตร์เอง และสอง : สังคม
        แล้วการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ในอนาคต จะเป็นด้านดีหรือไม่ดี ก็ขึ้นอยู่กับทั้งตัวนักวิทยาศาสตร์หรือวงการวิทยาศาสตร์ และสังคมทั่วไป ซึ่งยิ่งเพิ่มความสำคัญของการที่จะทำให้สังคมส่วนใหญ่ เข้าใจและตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นครับ

นักวิทยาศาสตร์ในอนาคต จะใช้ความรู้เกี่ยวกับยีน ไปทำให้คนรุ่นต่อๆ ไปในอนาคต เป็นคนดี คนใฝ่ความสงบ มากกว่าคนเลวร้ายคนชอบใช้ความรุนแรงได้หรือไม่?
        
ถึงแม้จะมีการค้นพบยีนที่อาจเรียกเป็นยีนใฝ่ความรุนแรง แต่ก็ไม่มีข้อมูล ถึงกับฟันธงชัดเจนว่า สาเหตุความเป็นคนใฝ่ความรุนแรง จะมาจากยีนเป็นสำคัญ ในทางตรงกันข้าม มีความรู้ความเข้าใจและข้อมูลมากมายว่า ความเป็นคนใฝ่ความรุนแรง หรือใฝ่ความสงบ สันติวิธี ในการแก้ปัญหาใดๆ จะมีสาเหตุมาจากสภาพแวดล้อมและวิถีแห่งการดำเนินชีวิต หรือประสบการณ์ที่มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับคนบางคนมากกว่า
        กล่าวให้ชัดขึ้นอีกก็คือ การที่คนเราจะมีอุปนิสัยใจคอเป็นคนอย่างไร มีจุดยืนหรือหลักการในการดำเนินชีวิตแบบไหน เมื่อเผชิญปัญหา มีแนวโน้มจะใช้วิธีไหนในการแก้ปัญหาจะมาจากสภาพแวดล้อมที่เจริญเติบโตขึ้นมามากที่สุด ถ้าเจริญ  เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดี เช่น เกิดมาและเติบโตในครอบครัวที่อบอุ่นที่ดำเนินชีวิตอย่างมีเหตุมีผล ที่ใช้วิธีสงบในการ แก้ปัญหาเป็นประจำ หรือเป็นครอบครัว และชุมชนที่ใฝ่สันติวิธี ก็มีแนวโน้มจะ เป็นคนใฝ่สันติ
        แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าเจริญเติบโต ในสภาพแวดล้อมที่ก้าวร้าว พบเห็นการใช้ความรุนแรงในการดำเนินชีวิตหรือการแก้ปัญหาเป็นประจำ ก็มีแนวโน้มจะเติบโตเป็นคนที่เลือกจะใช้ความรุนแรงในการ แก้ปัญหาได้ง่ายๆ
        สำหรับสาเหตุจากประสบการณ์พิเศษ บางอย่างก็มีบทบาทสำคัญทั้งหล่อหลอมและเปลี่ยนอุปนิสัยใจคอ ให้เป็นคนใฝ่ สันติวิธีหรือใฝ่ความรุนแรงได้ เช่น ประสบกับเหตุการณ์บางอย่างหรืออ่านหนังสือบางเล่ม พบคนบางคน ชมภาพยนตร์บางเรื่อง ฯลฯ มีตัวอย่างบุคคลมากมายที่จุดยืนหรือหลักการได้เกิดขึ้นหรือเปลี่ยนไปเมื่อพบประสบการณ์ดังกล่าว ที่รู้จักกันดีคือกรณีของ มหาตมะ คานธี ซึ่งยึดหลักการต่อสู้อย่างสันติ เพื่อให้ได้มาซึ่งเอกราช ของอินเดีย ความคิดเรื่องการต่อสู้อย่างสันติของมหาตมะ คานธีก็เกิดขึ้นจากการได้อ่านหนังสือชื่อ Civil Disobedience ของเฮนรี เดวิด ทอโร (Henry David Thoreau)
        กล่าวอย่างสรุปก็คือ นักวิทยาศาสตร์ในอนาคตก็คงจะไม่สามารถใช้ความรู้เกี่ยวกับยีน ไปทำให้คนในอนาคต เป็นคนดีใฝ่ความสงบ หรือคนเลวร้ายชอบใช้ความรุนแรงได้หรอกครับ

  รัฐบาลโลก  
อี-เมล์จากคุณ Touch....

อาจารย์คิดว่า ความฝันของไอน์สไตน์ที่อยากเห็นโลกทั้ง โลกมีรัฐบาลเดียว คือ รัฐบาลโลก จะมีโอกาสเป็นจริงขึ้นมาได้หรือไม่? ผม คิดว่า คงเป็นไปได้ยากมาก หรือไม่มีทางเป็นไปได้เลย ถ้าไม่มีทางเป็นไปได้เลย แล้วทำไมไอน์สไตน์จึงมีความใฝ่ฝันเช่นนั้นครับ?
        
เป็นความจริงว่า ความฝันสูงสุดใน บั้นปลายชีวิตของไอน์สไตน์ คือ มองไปในอนาคต แล้วเห็นโลกทั้งโลก ปลอด จากสงคราม ความขัดแย้งรุนแรงระหว่าง ชนชาติ ซึ่งทางหนึ่งที่ไอน์สไตน์คิดว่า ความฝันนั้นจะเป็นจริงได้ ถ้าโลกทั้งโลกไม่มีการแบ่งแยกเป็นประเทศต่างๆ หรือโลกทั้งโลก อยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลเดียวกัน คือ รัฐบาลโลก (World Government)
        แล้วรัฐบาลโลกจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ผมก็เห็นด้วยกับคุณ Touch ว่า คงเป็นไปได้จริงๆ ยากมาก
       อย่างไรก็ตาม แนวโน้มหนึ่งที่จะเกิดขึ้น และกำลังเกิดขึ้นแล้ว คือ การรวมกลุ่มของประเทศบางกลุ่ม เข้าด้วยกัน มีกฎมีระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตและธุรกรรมบางอย่างร่วมกัน เช่น กลุ่มประเทศยุโรป ที่กำลังพยายามใช้เงินสกุลเดียวกัน มีข้อตกลงเกี่ยวกับการค้าและธุรกรรมต่างๆ ร่วมกัน
        ทว่า น่าเสียดายที่การรวมกลุ่มประเทศดังเช่น กลุ่มประเทศยุโรป หรือกลุ่มประเทศอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มีสาเหตุหลักมาจากการร่วมกันด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ มิใช่ด้วยเหตุผลทางสันติภาพดังเช่นความฝันของไอน์สไตน์
        ไอน์สไตน์เองตระหนักหรือไม่ว่า ความฝันที่จะได้เห็นหรือเกิดมีรัฐบาลโลกขึ้นมาจริงๆ นั้น แทบจะไม่มีเลย? ผมเชื่อว่า ไอน์สไตน์ก็ตระหนักในความจริงนี้ แต่....ไอน์สไตน์เป็นดังเช่นนักวิทยาศาสตร์ช่างฝัน ที่ถึงแม้บางสิ่งบางอย่าง ในความเป็นจริง ดูเหมือนจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เลย นั่นก็มิใช่เหตุผลที่จะทำให้ไอน์สไตน์หยุดฝันหรอกครับ

สตีเฟน ฮอว์คิง ที่ได้รับการยกย่องเป็น “ทายาทของไอน์สไตน์” มีโอกาสจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลแทนไอน์สไตน์ได้หรือไม่?
       
เป็นความจริงว่า ไอน์สไตน์ได้รับการยกย่องให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล หรือเท่าที่เคยมีนักวิทยาศาสตร์บนโลกและก็เป็นความจริงว่า สตีเฟน ฮอว์คิงได้รับการยกย่องโดยวงการวิทยาศาสตร์ปัจจุบันว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เหมาะสมที่สุดกับตำแหน่งทายาทของไอน์สไตน์
        แล้วสตีเฟน ฮอว์คิงจะมีโอกาสยิ่งใหญ่กว่าไอน์สไตน์หรือไม่ คงตอบยาก หรือไม่มีใครตอบได้ เพราะถึงวันนี้ สตีเฟน ฮอว์คิงยังมีชีวิตอยู่ ฉากชีวิตของเขายังไม่จบ เขายังมีโอกาสสร้างผลงานวิทยาศาสตร์ที่สำคัญต่อไปได้อีก ต้องรอให้ฉากชีวิตของเขาจบลงอย่างสมบูรณ์เสียก่อน จึงจะตอบได้

        พบกันใหม่ฉบับหน้า

                                               โดย... ชัยคุปต์

พบกับเรื่องนี้ได้ที่ :
http://update.se-ed.com/194/chaiyakupt.htm

 


Discovery ResearchPaper NASA
WhyFilesSavvySearch เชื่อมสู่สถาบันการศึกษา


UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ 60 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 720 บาท
จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0-2751-5800, 0-2751-4175 โทรสาร 0-2751-5059
E-mail : update@se-ed.com

SEED Update Magazine Microcomputer User Internet
เซมิคอนดัคเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ Industrial Hobby Mechanical