|
เรื่องจากปก
#194
ปรสิตแปลงสำนึก
ในบรรดาสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กร่วมโลกที่ทำตัวเป็นกาฝากเกาะสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น
ทั้งแบคทีเรีย โปรโตซัว หรือไวรัส มีไม่น้อยเลยที่ไปบิดเบือนพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่มันเข้าไปสิงสถิตอยู่
ไม่ว่าจะเป็นทั้งสัตว์สองมือสองเท้า คือ มนุษย์ อย่างเรา ทำให้มีพฤติกรรมที่ผิดปกติไปจากธรรมชาติ
 พฤติกรรมที่เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้
มักเป็นผลของความบังเอิญจากการถูกรุกล้ำโดยเหล่าสิ่งมีชีวิตกาฝากขนาดจิ๋ว
จะเห็นได้ว่า ปรสิตบางชนิดสามารถทำให้สิ่งมีชีวิตเจ้าบ้านหรือโฮสต์ที่พวกมันไปแอบอาศัยอยู่เกิดการเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบประสาทได้โดยตรง
แต่ในขณะเดียวกัน บางชนิดก็สามารถส่งผล ได้ในทางอ้อม อย่างเช่น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่มีบทบาทเกี่ยวเนื่องกับการทำงานของระบบประสาทในสิ่งมีชีวิต
ดังนั้น เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงกับระบบฮอร์โมน ก็จะส่งผลถึงระบบประสาทไปด้วย
มีตัวอย่างของเพรียงปรสิตชนิดหนึ่งที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Sacculina
granifera ซึ่งเป็นปรสิตที่เกาะหนึบอยู่กับปูทราย (sand
crab) ตัวผู้ที่พบในประเทศออสเตรเลีย เจ้าเพรียงนี้จะทำให้คุณปูสุภาพบุรุษเกิดพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ
โดยมันจะปล่อยสารชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นฮอร์โมนควบคุมการแสดงออกถึงความเป็นอิสตรีในปู
ทำให้ปูหนุ่มผู้โชคร้ายมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าสงสาร สารกระตุ้นจากเพรียงที่เกาะตัวมันจะทำให้ปูเริ่มมีท่ามีทางแบบแปลกๆ
ที่ไม่พบในปูเพศผู้ ก็อย่าง การขุดทรายเป็นแอ่งแล้วเพ้อฝันทำท่าทางว่าตัวเองกำลังปล่อยลูกปูไปกับกระแสน้ำ
และจะเกิดเหตุการณ์ในรูปแบบเดียวกันนี้กับปูตัวเมียเช่นกัน เพรียงปรสิตนี้จะทำให้รังไข่ฝ่อ
หมดประสิทธิภาพไป ไวรัสเรบีส์
(rabies viruses) เป็นตัวอย่างที่เห็นกันจะจะ ของปรสิตตัวร้าย ที่เมืองร้อนอย่างประเทศไทยเราคงรู้จักกันดีในฐานะสาเหตุของโรคติดเชื้อชื่อดังอย่าง
โรคกลัวน้ำหรือโรคพิษสุนัขบ้า ไวรัสเรบีส์เป็นสาเหตุของการเกิดความก้าวร้าวดุร้ายของสิ่งมีชีวิตบางชนิดได้
เนื่องจากเมื่อร่างกายของเหยื่อได้รับไวรัสแล้วไม่ว่าจะด้วยในลักษณะใดก็ตาม
เชื้อไวรัสนี้จะมีการเดินทางเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง และเข้ารบกวนการสื่อสัญญาณประสาท
ทำให้เกิดความผิดปกติขึ้น แต่อย่างไรก็ดี นักประสาทชีววิทยาก็ยังคงไม่รู้แน่ชัดถึงกลไกที่ทำให้เกิดความดุร้ายก้าวร้าวในสัตว์
บางชนิด ที่ได้รับไวรัสเรบีส์ ที่พยายามเน้นว่าสัตว์ บางชนิด เพราะไวรัสเรบีส์ไม่ได้แสดงพิษสงกับสิ่งมีชีวิตที่มีการติดเชื้อทุกชนิดเหมือนกับที่เกิดกับสุนัข
มีรายงานการวิจัยเมื่อเร็วๆ
นี้ ที่ พยายามทำความเข้าใจถึงผลของเหล่าปรสิตทั้งหลายที่มีต่อสมอง
อย่างเช่น งานวิจัยของ แมนูเอล เบอร์ดอย และทีมงานของเขาจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด
เป็นคณะทำงานที่สนใจปรสิตชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Toxoplasma gondii
ในวงจรชีวิตช่วงหนึ่งของ
Toxoplasma จะสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตสองชนิด คือ สัตว์ฟันแทะอย่างเช่น
หนู และสัตว์กินเนื้ออย่าง แมว โดย Toxoplasma จะผ่านเข้าสู่ร่างกายของหนูในรูปของซีสต์ทางระบบทางเดินอาหาร
และซีสต์นี้จะไปแอบซ่อนอยู่ตามส่วนต่างๆ ของ ร่างกายของหนู ไม่เว้นแม้กระทั่งสมอง
จากความเป็นไปในห่วงโซ่และสายใยอาหารได้แสดงให้เห็นว่า เจ้าหนูเหล่านี้อาจต้องเป็นอาหารของสัตว์อื่น
อย่างเช่น แมว และในร่างกายของแมวนี้เอง ที่จะทําให้ซีสต์สามารถทวีจำนวน
แล้วกลายเป็นซีสต์เพื่อกลับออกมายังสิ่งแวดล้อมภายนอกอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับการถ่ายมูลของแมวนั่นเอง
วัฏจักรชีวิตใหม่ก็จะเริ่มต้นอีก ประเด็นแห่งความสนใจในวัฏจักรชีวิตของ
Toxoplasma ก็จะอยู่ที่ว่า เกิดความจำเพาะเจาะจงขึ้นต่อชนิดของสัตว์ที่จะทำหน้าที่เป็นสิ่งมีชีวิตเจ้าบ้าน
อย่างในกรณีของแมว ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่ทำให้
Toxoplasma เกิดการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ เกิดเป็นโปรโตซัวในระยะติดต่อหรือซีสต์ออกสู่สิ่งแวดล้อม
Toxoplasma สามารถติดเชื้อและแอบแฝงอยู่ในร่างกายของหนูได้
อย่างไรก็ดีด้วยสายเลือดและสมบัติของการเป็นสิ่งมีชิวิต ที่จะต้องมีการแพร่ขยายเผ่าพันธุ์ให้ได้มากที่สุด
ดังนั้น สิ่งที่ธรรมชาติได้กำหนดไว้สำหรับ Toxoplasma gondii
คือ เจ้าแมวเหมียวจะเป็นสัตว์ที่ช่วยในการแพร่ขยายพันธุ์ได้เหมาะสมที่สุด
ดังนั้นแล้ว จึงได้พยายามบังคับให้หนูที่มี Toxoplasma เข้าไปอยู่ใกล้เจ้าแมวเหมียวให้มากที่สุด
โดยปกติหนูจะมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงและหลบหนีจากแมวอยู่ในสายเลือดที่ธรรมชาติมอบให้เช่นกัน พวกมันใช้กลิ่นจากฟีโรโมนของแมวมาตัดสินใจ
ซึ่งหนูจะมีสัญชาตญาณตื่นตกใจง่ายทันทีที่ได้กลิ่นของแมว แต่ถ้าหนูนี้เกิดติดเชื้อ
Toxoplasma gondii เข้าไปแล้วล่ะก็ สัญชาตญาณของการต้องกลัวเจ้าแมวเหมียวจะหายไปอย่างปลิดทิ้ง
ซึ่งนั่นก็ย่อมหมายถึง คุณสมบัติในการหนีเมื่อได้กลิ่นฟีโรโมนของแมวได้หายไป
แต่ความน่าประหลาดใจก็ยังคงมีตามมา เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหลายไม่ได้ไปกระทบกระเทือนวิถีสังคมของหนูเลย
พวกมันยังคงมีการหาคู่ที่เป็นไปตามธรรมชาติเช่นเดิม นั่นคือ หนูที่ติดเชื้อ
Toxoplasma ยังคงมีวิธีการหาคู่ที่ปกติ โดยอาศัยกลิ่นฟีโรโมนจากเพศตรงข้าม
ซึ่งแสดงว่าการติดเชื้อไม่ได้ไปทำให้การรับรู้กลิ่นผิดพลาดไปเสียทั้งหมด
และเหตุการณ์ลักษณะนี้ได้เป็นไปในแบบเดียวกันกับคนที่มีการติดเชื้อปรสิตนี้ในสมอง
เพราะมันไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ เลยต่อความชอบใจ อารมณ์หรืออื่นใดๆ แต่สิ่งสำคัญประการเดียวที่เจ้าปรสิตจะต้องทำให้สำเร็จคือ
พวกมันต้องมีวัฏจักรชีวิตที่สมบูรณ์และแพร่ขยายพันธุ์ ดังนั้นมันอาจจะดลจิตดลใจของเราให้มีพฤติกรรมที่แปลกไปจากธรรมชาติโดยฉับพลัน
อย่างที่เจ้าหนูกลับกลายมาเดินเข้าไปเป็นอาหารจานโอชะให้เจ้าแมวเหมียว
ศัตรูคู่อาฆาตตามสายเลือดได้อย่างหน้าตาเฉยก็เป็นได้
โดย... ดวงจิตต์เจริญ
อ่านเรื่องราวของเคมีอย่างละเอียดพร้อมภาพประกอบได้จากนิตยสาร
UpDATE ฉบับ 194 พฤศจิกายน 2546

UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ 60 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 720 บาท จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0-2751-5800, 0-2751-4175 โทรสาร 0-2751-5059
E-mail : update@se-ed.com
|