|
Space
Hotline
#192
อนาคตที่มืดมนของเอกภพ นักดาราศาสตร์ยืนยันอนาคตของเอกภพว่าวันหนึ่งดาวฤกษ์ทุกดวงจะหยุดส่องแสง
|
 ดาราจักรส่องแสงสีแดง
สัญญาณบ่งบอกชะตากรรมของเอกภพ
|
แม้ว่าดาวฤกษ์จะมีการเกิด
และตายดับไป แต่อัตราการเกิดของดาวฤกษ์ใหม่กำลังลดลง เอกภพจะยังคงอยู่ต่อไปแต่ถึงจุดหนึ่งจะไม่มีดาวฤกษ์อีก
เอกภพจะกลายเป็นสถานที่ซึ่งมีแต่ความมืดและหนาวเย็น นักวิทยาศาสตร์รู้มานานแล้วว่าอัตราการเกิดดาวฤกษ์ใหม่กำลังลดลงจากการศึกษาแสงจากดาราจักรที่อยู่ไกลออกไป
ทำให้เราเรียนรู้ความเป็นมาของดาวฤกษ์ในดาราจักร แต่ตอนนี้ศาสตราจารย์อลัน
เฮเวนส์ และคณะได้ทำการศึกษาข้อมูลจาก Sloan Digital Sky Survey เพื่อข้อมูลที่ชัดเจนขึ้นของเรื่องนี้
พวกเขาศึกษาสิ่งที่เขาเรียกว่า
บันทึกฟอสซิล ของเอกภพ ฟอสซิลนี้คือแสงจากดาวฤกษ์ในดาราจักร 40,000
แห่ง ดาราจักรส่องสว่างด้วยแสงที่รวมกันของดาวฤกษ์ภายในดาราจักรนั้น
ถ้าดาวฤกษ์ส่วนใหญ่เป็นดาวฤกษ์รุ่นเยาว์ แสงที่โดดเด่นจะเป็นแสงสี
น้ำเงินของดาวฤกษ์ที่มีมวลมาก ดาวฤกษ์สีน้ำเงินพวกนี้ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วแล้วหายไป
ตอนนี้ดาราจักรส่วนมากมีสีออกแดงเนื่องจากแสงสีแดงของดาวฤกษ์รุ่นเก่าที่ขนาดเล็กกว่าและอยู่ได้นานกว่าได้แสดงความเด่นชัดขึ้นมา
เป็นสัญญาณบอกว่า การเกิดดาวฤกษ์ส่วนใหญ่นั้นเกิดขึ้นมานานแล้ว
การศึกษาครั้งล่าสุดนี้ทำการวิเคราะห์แถบแสงด้วยวิธีการที่สูญเสียข้อมูลน้อยที่สุดเพื่อให้ได้ความถูกต้องที่สุดของข้อมูลจำนวนมหาศาล
ผลที่ได้แสดงให้เห็นว่า การเกิดดาวฤกษ์ใหม่ๆ มีอัตราสูงสุดเมื่อประมาณหกพันล้านปีที่แล้ว
ตรงกับช่วงที่ดวงอาทิตย์ของเรากำเนิดขึ้น และตอนนี้อัตราการเกิดนั้นกำลังลดลง
เป็นการยืนยันว่า เอกภพของเราอาจจะมืดมิดในอนาคต
กล้องโทรทรรศน์อวกาศตัวแรกของแคนาดา กล้องโทรทรรศน์อวกาศ
MOST ของแคนาดาเริ่มส่องสำรวจดวงดาวแล้ว
|
 กล้องโทรทรรศน์อวกาศ
MOST ของแคนาดา
|
แคนาดาส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศตัวแรกที่ชื่อ
Microvariability and Oscillations of Stars (MOST) ขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่
30 มิถุนายน พ.ศ. 2546 ที่ผ่านมา และหนึ่งเดือนให้หลังขณะที่กล้อง
MOST โคจรรอบโลกด้วยความเร็ว 27,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นักวิทยาศาสตร์กับวิศวกรของบริษัทการบินอวกาศไดนาคอนร่วมกับมหาวิทยาลัยโทรอนโทและบริทิชโคลัมเบียได้สั่งการให้ยานเปิดประตูที่ป้องกันตัวกล้องออก
ซึ่งตัวกล้องก็สามารถทำงานได้เป็นปกติ นักดาราศาสตร์จะใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศตัวนี้ในการศึกษาอายุและองค์ประกอบของดาวฤกษ์ด้วยการศึกษาการกระเพื่อมของแสงดาว
การสั่นไหวของแสงจากดาวฤกษ์จะได้อิทธิพลมาจากการเกิดและอายุของดาวฤกษ์เอง
จากตำแหน่งของกล้อง MOST ที่อยู่สูงในอวกาศจะช่วยให้นักดาราศาสตร์ศึกษาดาวฤกษ์ได้โดยปราศจากการรบกวนจากบรรยากาศของโลก
กล้องโทรทรรศน์อวกาศ
MOST เป็นกล้องที่มีขนาดเล็กขนาดกระเป๋าเดินทาง ทีมงานขององค์การอวกาศแคนาดาจึงตั้งชื่อเล่นให้มันว่า
กล้องโทรทรรศน์อวกาศผู้ต่ำต้อย นอกจากมันจะเล็กในด้านขนาดแล้ว มูลค่าของมันก็เพียงสิบล้านเหรียญแคนาดา
แต่มันก็เป็นความภูมิใจของแคนาดาที่เขาสามารถสร้างกล้องโทรทรรศน์อวกาศที่เล็กที่สุดขึ้นมา
และมันก็จะช่วยให้พวกเขาทำความเข้าใจอวกาศได้มากขึ้น
เยือนดวงจันทร์ด้วยเทคโนโลยีแบบเดียวกับหนังสตาร์เทร็ก ยุโรปมีแผนใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกับหนังเรื่องสตาร์เทร็กในภารกิจแรกของการเยือนดวงจันทร์
|
 เครื่องยนต์ขับดันอิออนของยาน
Smart-1
|
ยานสำรวจดวงจันทร์แบบควบคุมด้วยตัวเองชื่อ
Smart-1 ที่มีแผนส่งในเดือนนี้จะใช้พลังงานจากเครื่องยนต์อิออนจากเซลล์แสงอาทิตย์
ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนแบบเดียวกับที่ใช้ในยานสตาร์ ชิปเอนเทอร์ไพร์ซในภาพยนตร์สตาร์เทร็ก
และในยานดิสคัฟเวอรีในภาพยนตร์ 2001: A Space Odyssey เครื่องขับดันแบบอิออนนี้มีการใช้ก่อนหน้านี้เพียงครั้งเดียวในยานอวกาศ
ดีป สเปซ 1 ของนาซา เครื่องยนต์พลังอิออนนี้มีประสิทธิภาพสูงกว่าเครื่องเชื้อเพลิงจรวดแบบเดิมถึงสิบเท่า
และจะช่วยย่นเวลาในการเดินทางระหว่างดวงดาวได้อย่างมากอีกด้วย
ยาน Smart-1 ใช้แผงเซลล์สุริยะเปลี่ยนแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ในการทำให้อะตอมของก๊าซซีนอนกลายเป็นประจุ
ซึ่งจะถูกขับออกจากเครื่องด้วยความเร็วสูงเพื่อสร้างแรงขับให้กับยานอวกาศ
แผงเซลล์แสงอาทิตย์นี้จะสร้างแรงขับได้เพียง 0.07 นิวตัน แต่เมื่อมันทำความเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง
มันจะช่วยให้การเดินทางทำได้ด้วยความเร็วที่มากกว่าเชื้อเพลิงจรวดแบบเดิม
ทางเลือกของกล้องฮับเบิล คณะทำงานพิเศษของนาซาได้เสนอทางเลือกสำหรับกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลสามแนวทางตามแผนที่นาซาตั้งใจจะหันไปใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์
เว็บบ์ (James Webb Space Telescope : JWST) หลังปี พ.ศ. 2553
แนวทางแรกคือ จะมีการซ่อมบำรุงกล้องฮับเบิลอีกครั้งในปี
พ.ศ. 2553 แล้วดูแลให้กล้องทำงานไปให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
แนวทางที่สองคือ
ในการซ่อมบำรุงตามแผนเดิมที่จะมีขึ้นในปี พ.ศ. 2549 จะมีการติดตั้งอุปกรณ์ขับดันเพิ่มเข้าไปเพื่อให้นาซาสามารถบังคับกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลให้ลดวงโคจรกลับสู่โลกได้
แนวทางที่สามคือ หากไม่มีการซ่อมบำรุงตามแผน
ก็ให้ใช้ภารกิจพิเศษบังคับด้วยระบบหุ่นยนต์ในการติดตั้งอุปกรณ์ขับดันเพื่อใช้ในการนำฮับเบิลกลับสู่โลกในภายหลัง
ตั้งชื่อดาวเคราะห์น้อยตามชื่อลูกเรือกระสวยอวกาศโคลัมเบีย ดาวเคราะห์น้อยจำนวนเจ็ดดวงได้รับการตั้งชื่อตามชื่อลูกเรือกระสวยอวกาศโคลัมเบียที่เสียชีวิต
ห้องปฏิบัติการจรวดขับดัน(JPL)เป็นผู้เสนอให้ตั้งชื่อดาวเคราะห์น้อยตามชื่อลูกเรือกระสวยอวกาศโคลัมเบียที่เสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุตอนกลับสู่โลกทั้งเจ็ดคน
และสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (IAU) ก็รับข้อเสนอดังกล่าวและได้ประกาศตั้งชื่อดาวเคราะห์น้อยตามนั้น
โดยที่ดาวเคราะห์น้อยเหล่านั้นค้นพบโดยนักดาราศาสตร์ของห้องปฏิบัติการจรวดขับดันด้วยกล้องโทรทรรศน์ที่พาโลมาร์
ดาวเคราะห์น้อยเจ็ดดวงนี้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 4.99-6.92
กิโลเมตร รายชื่อลูกเรือของกระสวยอวกาศโคลัมเบียเที่ยวบินดังกล่าวประกอบด้วย
ริก ฮัสแบนด์, ไมเคิล แอนเดอร์สัน, เดวิด บราวน์, วิลลี แมคคูล, ลอเรล
คลาร์ก, อิลัน รามอน และ กัลปาน เชาวลา ลูกเรือทั้งเจ็ดของกระสวยอวกาศโคลัมเบียเสียชีวิตจากการที่ยานอวกาศแตกออกขณะกลับสู่โลก
การค้นหาสาเหตุของอุบัติเหตุชี้ว่าน่าจะเกิดจากรอยแตกของกระเบื้องกันความร้อนที่ปีกซ้ายของยานอันเกิดจากโฟมกันความร้อนหลุดมาโดนตอนปล่อยยานขึ้น
เราไม่พบความเสียหายเพิ่มเติมขณะยานปฏิบัติภารกิจ แต่เมื่อยานกลับสู่โลก
การเสียดสีกับชั้นบรรยากาศทำให้มีความร้อนสูงจนหลอมโลหะภายในปีกแล้วทำให้ยานแตกออกในที่สุด
เรย์มอนด์ แบมเบอรี หัวหน้าของโครงการตามรอยดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกของเจพีแอลบอกว่า
ดาวเคราะห์น้อยมีมานานนับพันล้านปีแล้ว และมันคงอยู่ไปอีกนาน วันหนึ่งในอนาคต
ผู้คนอาจจะมองขึ้นไปบนท้องฟ้า มองหาดาวเคราะห์น้อยเจ็ดดวงนี้ซึ่งจะเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงลูกเรือโคลัมเบียที่อุทิศตนให้กับการสำรวจอวกาศ
โดย... ทิชากร

UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ 60 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 720 บาท จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0-2751-5800, 0-2751-4175 โทรสาร 0-2751-5059
E-mail : update@se-ed.com
|