UpDATE Magazine Online  http://update.se-ed.com     หน้าแรก    ฉบับก่อน      แนะนำ     ติดต่อเรา     สมาชิก     ซีเอ็ด      

ฉบับ 189 พ.ค.-มิ.ย. 2546

ปกเล่มปัจจุบัน

ประจำฉบับ

บอกรับจดหมายข่าว

โปรดแจ้ง
E-Mail ของคุณ



Subscribe    
Unsubscribe

  Powered by
YourMailinglist Provider.com

  
ดูจดหมายข่าวเก่า
 

             เรื่องจากปก #189              

  ดิ่งนรก ท้ามฤตยู (ฉบับย่อ)  

   ภาค 1 :  จากฝรั่งเศสสู่แคนาดา   

        14 ปีที่ผ่านมา มิแชล ฟูร์นิเย นักดิ่งเวหา ดิ่งเวหามาแล้วกว่า 8,300 ครั้ง สร้างสถิติความสูงให้กับฝรั่งเศสถึง 39,000 ฟุต(11.8 กิโลเมตร)...นี่เป็นสิ่งที่ไม่อาจดูแคลน
        ดิ่งเวหารัฐมนตรีกลาโหมของฝรั่งเศสเคยริเริ่มโครงการ S38 โดยหาวิธีออกแบบให้พลร่มสามารถร่อนลงมาได้อย่างปลอดภัยจากระยะ 125,000 ฟุต(หรือ 38.1 กิโลเมตร ใกล้เคียงกับความสูงที่กระสวยอวกาศชาเลนเจอร์ระเบิด) แต่โครงการนี้มีอันต้องล้มเลิกไปในปี 2532 นับแต่นั้นมาฟูร์นิเยก็ฝังใจกับความคิดที่จะทำลายสถิติ นั่นคือ ...การกระโดดจากบรรยากาศชั้นนอกสุด!
        ตอนนั้นเขายังเป็นเพียงทหารพลร่มของกองทัพบกฝรั่งเศส ทว่าได้ลาออกในปี 2535 แล้วขายทุกสิ่งทุกอย่างที่มี นับตั้งแต่บ้าน เฟอร์นิเจอร์ รถยนต์ เหรียญกล้าหาญทุกเหรียญที่ได้รับ ตลอดจนอาวุธที่สะสมไว้ทั้งหมด รวบรวมเงินสดไปซื้ออุปกรณ์ S38 ที่ไม่ใช้งานแล้วเพื่อสานต่อสิ่งที่รัฐมนตรีกลาโหมเริ่มไว้... ด้วยตัวเอง
        ทำไมต้องโดด?
        “Pour la defie” - เพื่อความท้าทาย เขาบอก
        อาจเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่ส่วนใหญ่แล้ว เพื่อทำสถิติครับ
        สถิติสูงสุดยังคงเป็นของนักบินกองทัพอากาศสหรัฐ โจ คิตทิงเกอร์ จูเนียร์ ซึ่งโดดจากความสูง 102,800 ฟุต(31.3 กิโลเมตร) ในปี 2503 สูงที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยทำมา เขาทำสำเร็จในการกระโดดครั้งที่สามเหนือทะเลทรายนิวเม็กซิโก ถือเป็นสุดยอดของโปรแกรม Project Excelsior ของกองทัพอากาศสหรัฐฯซึ่งออกแบบมาเพื่อทดสอบว่า นักบินจะรอดหรือไม่หากต้องโดดจากเครื่องในความสูงขนาดนั้น
        ขณะนี้หนุ่ม(เหลือ)น้อยฟูร์นิเยอายุ 58 ปีแล้ว หากเทียบกับอายุของคิตทิงเกอร์ตอนที่ทำสถิติสำเร็จก็นับว่าแก่กว่ากันเกือบ 30 ปีทีเดียว ทว่าอายุของฟูร์นิเย (และของคู่แข่งชาวอเมริกัน เชอรีล สเตอร์นส์ ซึ่งมีอายุ 47 ...ล้วนอยู่สุดขอบมัชฌิมวัยด้วยกันทั้งคู่) โดยแท้จริงแล้วกลับเป็นข้อได้เปรียบประการหนึ่ง เพราะในการดิ่งเวหาอันบ้าบิ่นแบบนี้ นอกจากต้องใช้ความเข้มแข็งทางร่างกายอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว ยังต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ในระดับสุดยอดอีกด้วย
        เพื่อให้มือทั้งสองเคยชินกับการทำงานในสภาวะเย็นจัด จะได้ไม่ติดขัดเมื่อต้องกระตุกร่มและควบคุมสายบังคับแม้ในกรณีที่ถุงมือป้องกันความหนาวเย็นไม่ไหว ฟูร์นิเยถึงกับเอาน้ำแข็งใส่ถังขยะแล้วฝึกจุ่มมือทั้งสองในนั้นกระทั่งทนอยู่ได้ถึง 30 นาที!
        เขาจับเจ่าอยู่ในห้องปรับความดันนานหลายชั่วโมงเพื่อให้ร่างกายชินกับภาวะความดันอากาศต่ำเทียบเท่าความดันที่ระยะความสูง 65,000 ฟุต(19 กิโลเมตร)เหนือระดับน้ำทะเล
        ที่ แกรโนเบลอ ประเทศฝรั่งเศส เขานั่งในห้องปรับอุณหภูมิซึ่งหนาวยะเยือกถึง -55 องศาเซลเซียสโดยมีพัดลมช่วยกระหน่ำความหนาวขึ้นอีกถึง -150 องศาเซลเซียส เป็นการพัฒนา สภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติ หรือ ไฮโป-เทอร์เมีย และเขาพยายามรักษาระดับเดิมเอาไว้เสมอ เพราะอาจต้องใช้ก็ได้เมื่อแตะ โทรโพพอส หรือแถบที่กั้นระหว่างบรร-ยากาศชั้นโทรโพสเฟียร์กับสตราโตสเฟียร์ซึ่งสูงราวๆ 50,000 ฟุต(15 กิโลเมตร) อากาศที่นั่นปั่นป่วนและเย็นสุดๆ อาจถึง -100 องศาฟาเรนไฮต์ (ราวๆ -73 องศาเซลเซียส) การมีลมพัดตัดอย่างรุนแรงของที่นั่นถือเป็นเรื่องปกติ และในแถบนี้เองที่บอลลูนต้องพบจุดจบไปตั้งครึ่ง!
        แล้วยังมีการฝึกฝนทางจิตวิทยาอีกล่ะ เป็นการฝึกเพ่งจิตไม่ให้เกิดอาการประสาทหลอนระหว่างสามชั่วโมงที่ลอยไต่ระดับ ฟูร์นิเยนั่งประชิดมองผนังเปล่าๆ เป็นเวลาสามชั่วโมงในแต่ละครั้ง เป็นการฝึกที่ทารุณสุดๆ
        เมื่อมองถึงความเอาใจใส่และความพิถีพิถันในทุกๆ ด้านที่เขาทุ่มให้กับการเตรียมพร้อม กลับพบว่า บางสิ่งบางอย่างที่ฟูร์นิเยเลือกใช้สำหรับการดิ่งเวหาท้านรกเช่นนี้ มันสร้างความประหลาดใจให้กับบรรดาคู่แข่งของเขาอยู่บ้าง เช่น ให้ Camelon Balloons เป็นผู้ทำบอลลูน ทั้งๆ ที่บริษัทนี้ไม่เคยสร้างบอลลูนระดับเพดานสูงเพื่อขนส่งสิ่งมีชีวิตมาก่อน เหตุผลมีเพียงว่า ประมูลราคาต่ำที่สุด  และแม้จะเป็นที่โต้เถียงกันมากขึ้นอีก เขาก็ยังเลือกใช้ชุดปรับความดันบางส่วน(แบบมาตรฐานของนักบินที่ขับเครื่องบินรบ) แทนที่จะใช้ชุดปรับความดันทั่วร่างอย่างที่คิตทิงเกอร์เคยใช้ ...และคู่แข่งชาวอเมริกัน เชอรีล สเตอร์นส์ คิดจะใส่
        ชุดปรับความดันทั่วร่างจะห่อหุ้มผู้สวมอย่างทั่วถึงทั้งตัวด้วยก๊าซ แต่ชุดปรับความดันบางส่วนจะใช้ถุงที่พองตัวได้เบียดรัดร่างกายทุกๆ จุด(ยกเว้นข้อ)เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อโป่งพองออกมา (อาจมีฟกช้ำ แต่ไม่เป็นอันตราย) มันจึงปลอดภัยน้อยกว่า และนักดิ่งผู้สวมใส่มันมีสิทธิ์เจอโรคที่เกิดจากการที่ร่างกายได้รับการลดความดันอย่างฉับพลัน ซึ่งมีอาการตั้งแต่ เจ็บปวดตามข้อต่อ ปวดตามข้อต่ออย่างรุนแรง และหายใจขัด ไปจนถึงอัมพาตและเสียชีวิตอีกด้วยนะครับ เป็นอาการคล้ายกันกับนักดำน้ำลึกที่ขึ้นสู่ผิวน้ำเร็วเกินไปนั่นแหละ
        เขาไม่เอาชุดปรับความดันทั่วร่าง แต่ขอเปลี่ยนเป็นกระเช้าปรับความดันแทน นี่ก็อาจจะพังเมื่อใดก็ได้
        แต่ นั่นเป็นการเลือกสิ่งชดเชยที่ให้คุณค่าใกล้เคียงกัน ฟูร์นิเยเชื่อว่า ด้วยชุดปรับความดันบางส่วน ที่บางกว่าและคล่องแคล่วกว่าอันนี้ ... เสริมกันหนาวด้วยชุดชั้นในขนสัตว์ สวมทับอีกทีด้วยชุดคลุมนุ่มนิ่มสีเหลืองหุ้มฉนวน ...เขาหวังว่าจะสามารถควบคุมท่าร่างในอากาศขณะตกดิ่งลงมาได้ การใช้ร่มปรับการทรงตัวให้มั่นคง(อย่างที่คิตทิงเกอร์ใช้)เขาไม่แยแส เพราะว่ามันจะทำให้ขาดคุณสมบัติในการบันทึกสถิติ “การร่วงลงโดยอิสระ” ที่เป็นทางการ (แม้ว่าคิตทิงเกอร์จะกระโดดจากระยะที่สูงที่สุด สถิติของเขาก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับอย่างเต็มร้อยในแวดวงนักดิ่ง เพราะการใช้ร่มช่วยถือว่ามีการใช้เครื่องพยุงตัว)
        ฟูร์นิเยจะใช้กลวิธีง่ายๆ เริ่มต้นด้วยการทำตัวแข็งดุจท่อนซุง สองแขนแนบสีข้าง ...ท่าที่ดีที่สุดที่จะช่วยชลอการ  หมุนควงของร่างกายให้มี รอบการหมุน (rpm. : จำนวนรอบต่อหนึ่งนาที) น้อยลง ...กระทั่งมีอากาศวิ่งสวนมากพอจนใช้งานได้นั่นแหละ ถึงตอนนี้ สัญชาตญาณของนักดิ่งก็จะรับช่วงไปเอง
        มันคือเดิมพันอันยิ่งใหญ่!

   ภาค 2 จากนอร์ท คาโรไลนา สู่แคนซัส   

        เชอรีล สเตอร์นส์ นักบินพาณิชย์อายุ 47 ผู้ปราดเปรียวและรักความตื่นเต้น คือนักดิ่งเวหาที่ไม่เคยกลัวตาย แม้จะรู้ดีว่า มันเป็นกีฬาที่อาจฉีกอกเธอได้
        ใน 30 ปีของการเป็นนักดิ่งเวหา เธอกระโดดมาแล้ว 15,100 ครั้ง มากกว่าฟูร์นิเยเกือบสองเท่า เธอมีบันทึกการบินมากกว่า 15,000 ชั่วโมงบินในฐานะนักบิน โดยส่วนใหญ่เป็นกัปตันโบอิ้ง 737 ของสายการบิน ยูเอส แอร์เวยส์ เธอเป็นผู้หญิงคนแรกในทีมนักกระโดดร่มชั้น   หัวกระทิของ U.S. Army Golden Knights หรืออัศวินทองแห่งกองทัพบกสหรัฐฯ และอยู่ในลำดับที่ 30 ของ World Air Sports Federation (สหพันธ์กีฬาทางอากาศโลก) นี่ยังไม่พูดถึงสถิติอีกสารพัดของเธอที่ปรากฏในกินเนส บุ๊ค หรือ The Guinness Book of World Records ซึ่งมีสถิติผู้หญิงที่ดิ่งมากครั้งที่สุดในวันเดียวรวมอยู่ด้วย และเธอทำได้ถึง 352 ครั้ง!
        ลงว่าถึงขนาดนี้แล้วจะเหลืออะไรให้เธอสนใจอีกล่ะ นอกจากกระโดดจากอวกาศ ซึ่งเธอเรียกมันว่า StratoQuest  (สตราโตเควสท์)
        ขณะที่สเตอร์นส์อรรถาธิบายเรื่องสตราโตเคว็ส เห็นได้ชัดว่า หนึ่งในกลุ่มสมาชิกที่ขาดไม่ได้ในทีมของเธอคือ เพอ ลินด์สแตรนด์  อายุ 52 ปี เป็นชาวสวีเดนผู้ดำเนินกิจการ Lindstrand’s Balloons LTD ในอังกฤษ
        ในปี 2541 นักลงทุนอังกฤษ ริชาร์ด แบรนสัน กับนักธุรกิจชิคาโก สตีฟ ฟอสเส็ตต์  เดินทางข้ามเอเชียสำเร็จเป็นรายแรกโดยใช้บอลลูนของลินด์สแตรนด์ลอยจากเมือง มาราเกช ประเทศโมร็อกโกรวดเดียวถึงฮาวาย
        ที่แจ๋วยิ่งกว่านั้นคือ ลินด์สแตรนด์เกิดติดใจที่จะไขรายละเอียดอันซับซ้อน ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการดิ่งเวหาจากขอบอวกาศ ก็เลยทุ่มเททำงานกับกลุ่มวิศวกรของเขาในการสร้างชุดสำหรับสวมใส่กระโดด ระบบพยุงชีวิต และบอลลูนความสูงพิเศษ
        ระหว่างหลายปีที่ผ่านมา มีสปอนเซอร์ 3 รายให้เงินเขาถึง 6 ล้านเหรียญฯสำหรับพัฒนาเพื่อให้การดิ่งสตราโตสเฟียร์ก้าวสู่ความสำเร็จ
        “ผลก็คือ...” ชาเร็ตต์กล่าว “ เขาออกแบบและสร้างอุปกรณ์พวกนี้ไว้มากมาย แต่ไม่เคยใช้มัน”
        “สำหรับทุกสิ่งที่ทำอยู่นี้ ชุดคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ” สเตอร์นส์กล่าว
        Zvezda -บริษัทของชาวรัสเซีย (ซึ่งเป็นผู้ออกแบบชุดอวกาศทั้งหมดของรัสเซียตั้งแต่ปี 2504 ยุคที่มนุษย์อวกาศ ยูริ กาการิน ได้เป็นคนแรกที่ออกสู่อวกาศโน่น) จะเป็นผู้ทำชุดให้ ลินด์สแตรนด์ไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดของชุดที่จะสร้าง แต่อวดอ้างว่ามันเป็นชุดอวกาศที่ล้ำยุคที่สุดเท่าที่เคยพัฒนากันมาเพื่อใช้กับผู้ที่ไม่ใช่มนุษย์อวกาศ ไม่เหมือนของฟูร์นิเย เพราะปรับความดันทั่วร่างอย่างสมบูรณ์ แถมติดอุปกรณ์ไฮ-เทคสุดๆ ไว้หลายอย่าง
         อุปสรรคอีกอย่างที่รอให้สเตอร์นส์สะสางก็คือ ..เงิน เธอยังไม่มีสปอนเซอร์ที่แน่นอน และเท่าที่คุยๆ กันไว้ก็ยังไม่ใกล้เคียงตัวเลขประมาณการ 6.3 ล้านเหรียญฯตามที่จำเป็นต้องใช้ด้วยซ้ำ แม้เธอจะได้รับการสนับสนุนจากผู้มีอำนาจบางคน
        เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ สเตอร์นส์จึงเปลี่ยนวิธีหาทุนโดยการเดินสาย เธอวางแผนจัดมิวสิกทัวร์แปดสัป-ดาห์ใน 30 โรงเรียนกับเด็กกลุ่มหนึ่งซึ่งมีชื่อคณะว่า Jet 17 แถมการ์ตูนซีรี่ส์แบบอนิเมชั่นเรื่อง “StratoCats” อีกหนึ่ง
        “มันเป็นวิธีที่จะทำให้คนรู้จักเรา กระตุ้นความสนใจพวกเขาเพื่อขอทุน” สเตอร์นส์กล่าว “ด้วยสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ พระเจ้า! เงินมันฝืดเหลือเกิน ถ้าเป็นสามปีที่แล้วละก็ มีบริษัทมากมายเลยที่จะโยนเงินให้สักล้านสองล้านโดยไม่ต้องคิดมาก แค่ตัดบัญชีเท่านั้นเอง”
        ก็ต้องรอดูกันต่อไปละครับ

                                               โดย... ดร.อิสระ ภูมิพัฒน์

อ่านเรื่องราวฉบับสมบูรณ์พร้อมภาพประกอบได้จากนิตยสาร UpDATE ฉบับ 189 พฤษภาคม-มิถุนายน 2546

พบกับเรื่องนี้ได้ที่ :
http://update.se-ed.com/189/drop.htm
กลับไปหน้าเรื่องจากปก

 


Discovery ResearchPaper NASA
WhyFilesSavvySearch เชื่อมสู่สถาบันการศึกษา


UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ 60 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 720 บาท
จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0-2751-5800, 0-2751-4175 โทรสาร 0-2751-5059
E-mail : update@se-ed.com

SEED Update Magazine Microcomputer User Internet
เซมิคอนดัคเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ Industrial Hobby Mechanical