สมาชิก

     ติ-ชม-แนะนำ

     ส่งอี-เมล์ถึงเรา

     เว็บบอร์ด

     เล่มก่อน

     หน้าแรก

     ซีเอ็ดฯ

ปกเล่มปัจจุบัน

Web Visited
 

บอกรับจดหมายข่าว
โปรดแจ้ง
E-Mail ของคุณ



Subscribe    
Unsubscribe

Powered by
YourMailinglist
Provider.com

  ดูจดหมายข่าวเก่า


...........................................เรื่องจากปก ฉบับที่ 183 เดือนพฤศจิกายน 2545................................................

.. X-Prize รางวัลผู้กล้า ท้าย่ำอวกาศ...

X-Prizeกติกา :
ขั้นที่ 1 สร้างยานเอง
ขั้นที่ 2 ยิงขึ้นสูง 100 กิโลเมตร เอาคนไปด้วยสามคน แล้วพากลับเป็นๆ
ขั้นที่ 3 ทำให้ได้อีกครั้งภายในสองสัปดาห์
ใครทำได้ รับไปเลย 10 ล้านดอลลาร์

ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่นี้ไป ไบรอัน ฟีนนี่  ตั้งใจจะนั่งรัดเข็มขัดเอี้ยมเฟี้ยมอยู่ในยานอวกาศขนาดรถยนต์โตโยต้าแต่ว่าติดเครื่องยนต์จรวด ผูกเชือกห้อยโตงเตงใต้บอลลูนฮีเลียมลอยขึ้นฟ้าสู่ระดับ 8 หมื่นฟุต สูงกว่าเพดานบินของจัมโบ้โดยสารเกือบสามเท่า จากนั้นจุดจรวดพุ่งต่อ ไปอีกจนถึงจุดสูงสุดที่มันจะไปไหว คือ 120 กิโลเมตร  แล้วปล่อยให้ลอยละลิ่วกลับสู่พื้นโลก

ขาลง จรวดจะดีดชุดต้านลมกางออกคล้ายลูกแบดมินตันขนาดยักษ์ จะได้ไม่พุ่งลงเร็วเกินไป ถ้าเขายังมีชีวิตรอดกลับบ้านและสามารถขึ้นไปทำอย่างเดิมได้อีกภายในสองอาทิตย์ เขาจะเป็นผู้พิชิต รางวัล เอกซ์-ไพร้ซ์ ( X-Prize) คว้าเงิน 10 ล้านเหรียญฯ ไปครอง!

รางวัล X-Prize ตั้งไว้สำหรับพลเรือนหน้าไหนก็ตามที่มีปัญญาบินขึ้นไปสู่อวกาศได้เองเป็นคนแรก นับเป็นเรื่องท้าทายยิ่ง ใครสนก็เชิญได้นะครับ ลองนึกถึงเงินกว่า 400 ล้านบาทและผลพลอยได้อันมหาศาลที่จะตามมาซี แล้วอย่างนี้มีหรือฟีนนี่จะไม่...เปรี้ยวปาก

โครงการของฟีนนี่ขนานนามว่า ดา วินชี (ชื่อของอัจฉริยะยุคโบราณผู้เคยออกแบบเครื่องบินให้คนบินได้อย่างนก) เป็นหนึ่งใน 20 กว่ารายจากทั่วโลกที่หวังจะพิชิตรางวัลนี้ และความมุ่งมั่นของฟีนนี่ทำให้ผู้คนเฝ้ามองด้วยใจจดจ่อ ต้นแบบของจรวด ดา วินชี ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ในพิพิธภัณฑ์อวกาศโตรอนโต (Toronto Aerospace Museum) ออกแบบตามหลักวิศวกรรมอันสมบูรณ์และหลักวิทยาศาสตร์อันดีเยี่ยม

X-Prize ได้แรงดลใจมาจากรางวัลที่เล็งการณ์ไกลอย่าง ออร์ทีกไพร์ซ (Orteig Prize) ซึ่งกระตุ้นให้ลินด์เบิร์กและคนอื่นๆ อีกมากหลายหาทางบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกด้วยเครื่องบินแบบรวดเดียวถึง

หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง นักบินรบก็ตกงานกลายเป็นพวกกิ๊กก๊อก จำต้องหาเลี้ยงชีพโดยการรับจ้างขับเครื่องบินข้ามภูเขาหรือทุ่งท่า จากเมืองหนึ่งสู่เมืองหนึ่ง และว่างๆ ก็รับจ้างพาคนชอบเสียวขึ้นไปบินวนสั้นๆ หาเงินทองไปวันๆ แต่แล้ว ในปี พ.ศ. 2462 เรย์มอนด์ ออร์ทีก ก็เสนอรางวัล 25,000 ดอลลาร์สำหรับใครก็ตามที่สามารถบินรวดเดียวถึงเป็นคนแรก ระหว่างนิวยอร์กกับปารีส!

และในวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2470 ชาร์ลส์ ลินด์เบิร์ก ก็ขับเครื่องบินทะยานขึ้นจาก ลอง ไอแลนด์ (ในนิวยอร์ก) ใช้เวลาบิน 33 ชั่วโมงครึ่งจึงร่อนลงที่ปารีส

และรางวัลนี้ก็เปล่งประกายฉายฉานมาอีกจนถึง พ.ศ. 2538 ขณะที่ ปีเตอร์ ไดอาแมนดิส ผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ในอวกาศซึ่งได้ปริญญาจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาเวิร์ด และวิศวกรรมศาสตร์ด้านอากาศยานจากเอ็มไอที กำลังเรียนวิชาการบิน เพื่อนชื่อ เกร็กก์ แมรีนิแอค ผู้เชี่ยวชาญด้านอวกาศได้ให้หนังสือเก่าแก่มาเล่มหนึ่งเพื่อลุ้นให้มีแรงใจในการเรียน เป็นหนังสือของลินด์เบิร์ก ชื่อ The Spirit of St. Louis เมื่อไดอาแมนดิสได้อ่าน เขาบอกเพื่อนว่า

“นี่ละคือสิ่งที่เราต้องการ! เพื่อให้เที่ยวบินอวกาศของมนุษย์ไม่สะดุดหยุดนิ่ง! เราจะต้องมีรางวัลอวกาศซักรางวัลหนึ่ง”

ไดอาแมนดิส กับ แมรีนิแอค เชื่อว่า ความใส่ใจในผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ของเอกชนจะทำให้ต้นทุนต่ำกว่านี้เยอะ หลังจากปรึกษาหารือกับมนุษย์อวกาศ ไบรอน ลิชเทนเบิร์ก จนเข้าใจจุดประสงค์แล้ว ทั้งสามก็ป่าวร้องขอความสนับสนุนจากนักธุรกิจในเซนต์ หลุยส์กลุ่มหนึ่ง รวมทั้งคนอื่นๆ อีกเพื่อจัดตั้ง New Spirit of St. Louis Organization (NSSL) สมาชิก NSSL ลงขันเงินรางวัลก่อนเป็นก้อนแรกอย่างน้อย 25,000 ดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ใจบุญ นักลงทุน นายธนาคาร และผู้มีจิตฝักใฝ่ในเรื่องอวกาศอย่าง ทอม แคลนซี่ นักประพันธ์ชื่อดัง เงินทุนหลักๆ ได้มาจากผู้ประกอบการด้านอากาศยานหลายรายและองค์การต่างๆ เช่น เฟิร์ส ยูเอสเอ แบงก์ มูลนิธิแดนโฟร์ท และพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์อีกหลายแห่ง

เมื่อได้เงินพอแล้ว ขั้นต่อไปคือกำหนดกติกาท้าประลอง!

สำหรับ X-Prize นั้น แค่จะให้ทะยานขึ้นถึงวงโคจรเสถียรก็ดูจะเป็นการก้าวกระโดดที่ใหญ่เกินไปเสียแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงตั้งเกณฑ์ไว้ที่ระดับความสูงเหนือเขตที่ให้นิยามเป็นทางการว่า อวกาศเริ่มต้นขึ้นที่นั่น ซึ่งก็คือ 80 กิโลเมตร เหนือพื้นโลก คงต่ำพอที่จะมีคนทำสำเร็จภายในหนึ่งทศวรรษเป็นแน่ ดังนั้น พวกเขาจึงประกาศ X-Prize ใน พ.ศ. 2539 ว่าจะเป็นรางวัลสำหรับ ยานอวกาศเอกชนรายแรกที่สามารถพามนุษย์สามคนไปสู่ความสูง “ใต้วงโคจร” ที่ระยะ 100 กิโลเมตรหรือ 62 ไมล์เหนือพื้นโลก โดยทำได้สองครั้งต่อเนื่องกันภายในสองสัปดาห์ นั่นแปลว่า กติกาวางเงื่อนไขให้ผู้เข้าแข่งขันต้องสามารถพาผู้โดยสารสองคนขึ้นไปกับนักบินด้วย หรือจะขนน้ำหนักไปเท่ากันก็ได้ และเพื่อเอาชนะ การลงทุนลงแรงต้องเป็นของเอกชน ไม่ใช่รัฐบาล!

เลน คอร์เมียร์ นักบินเกษียณอายุจากกองทัพเรือและที่ปรึกษาด้านอวกาศ เชื่อว่าโครงการแพน แอโร่ (Pan Aero) ของเขาจะเป็นผู้พิชิตรางวัลนี้หากทีมของเขามีเงินซัก 2 ล้าน 4 แสนเหรียญฯ!

เขาใช้บ้านซึ่งอยู่ทางเหนือของเวอร์จิเนียเป็นสำนักงาน เมื่อพิจารณาโดยละเอียดแล้ว อดีตเสืออากาศเฒ่าวัย 76 ปีผู้นี้สร้างความเชื่อมั่นได้จริงๆ เขาคิดเรื่องการเดินทางสู่อวกาศเชิงพาณิชย์มาหลายปีดีดัก บนจอคอมพิวเตอร์ของเขาคือการออกแบบทุกรายละเอียดของแพน แอโร่ เครื่องบินที่จะทะยานจากรันเวย์โดยเครื่องยนต์ไอพ่นธรรมดาแล้วเปลี่ยนใช้พลังจรวดเมื่อใต่ขึ้นสู่ระดับสูงแล้ว

อีกทีมหนึ่งที่มุ่งพิชิต X-Prize คือ Kelly Space and Technology ในซาน เบอร์นาร์ดิโน มลรัฐแคลิฟอร์เนีย รายนี้จะใช้โบอิ้ง 747 ลากจรวดขึ้นไปด้วยเชือกเส้นยาวๆ  และการใช้บอลลูนลากของโครงการดา วินชีก็เป็นอีกวิธีหนึ่งของการพยายามใช้ต้นทุนต่ำเพื่อทะลุผ่านบรรยากาศของโลกส่วนที่หนาแน่นกว่าให้ได้เสียก่อน

แม้ดา วินชีมีทางว่าจะเป็นรายแรกที่ปล่อยยานสู่ห้วงอวกาศ มันก็เหมือนกับการเดิมพันม้าแข่งซึ่งยังไม่มีตัวไหนเคยลงสนามมาก่อน! เพราะอาจมีม้ามืดชื่อ เบิร์ต ริวตัน ก็ได้ เขาจะลงสนามนี้ด้วย คนผู้นี้เคยมีประวัติแหกฝูงและสร้างความสำเร็จให้กับตนเองมาแล้วอย่างไม่น่าเชื่อ  ริวตันเป็นนักออกแบบเครื่องบินเล็กที่ไม่ยึดหลักการตามกฎเกณฑ์ทั่วไป แต่ประสบความสำเร็จอย่างมากมาช้านานแล้ว

ริวตันจะใช้เครื่องบินไอพ่นสองเครื่องยนต์ชื่อ Proteus (ออกแบบและสร้างโดยบริษัทของเขาเอง - Scaled Composite) บรรทุกจรวดซึ่งมีพลังขับเคลื่อนสูงพอที่จะพาคนสามคนขึ้นไปได้สูงกว่า 96 กิโลเมตร

ผู้ร่วมชิง X-Prize ที่โด่งดังที่สุดและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดคือ สตีเวน เบนเน็ตต์ ของอังกฤษ เขาเป็นตัวนายของ Starchaser Industries เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544 เขาทดลองปล่อย Nova จรวดนำวิถีเชื้อเพลิงแข็งใกล้ๆ กับอ่าวโมร์แคมบีในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ จรวดโนว่ายาว 37 ฟุต เป็นรุ่นย่อส่วนจากจรวด Thunderbird ซึ่งเขาหวังจะใช้มันพิชิตรางวัล

แม้ว่ามันดูคล้ายจะไม่มีใครขึ้นไปได้ก่อนฟีนนี่ แต่ก็เป็นที่รู้กันดีว่าเที่ยวบินอวกาศมักจะมีเหตุให้ต้องเลื่อนกำหนดอยู่เรื่อยเป็นประจำ ถ้าฟีนนี่เกิดพบอุปสรรคขึ้นมาละก็ คอร์เมียร์, ริวตัน, เบนเน็ตต์ หรือใครก็ตามที่ร่วมแข่งขัน ย่อมมีโอกาสคืบเข้าใกล้เวลาที่ตนเองจะเป็นคนแรกเช่นกัน!

แต่ ก็เช่นเดียวกันกับคนอื่นๆ ฟีนนี่ย่อมมองเห็นอนาคตยาวไกลกว่าเงินรางวัล 10 ล้านเหรียญฯ อยู่แล้ว

“เป้าหมายของผมคือไปให้ถึงอวกาศแล้วอยู่ที่นั่น การบินพาณิชย์ไม่ได้สร้างโดยคนคนเดียวหรือแค่หนึ่งบริษัท ฉะนั้น ธุรกิจอวกาศย่อมจะไม่มีทางสร้างได้โดยผู้ชนะ X-Prize แต่เพียงลำพัง”

แต่เขาก็ยังอยากเป็นคนแรกอยู่ดี เพราะจะได้ชื่อว่า เป็นผู้กระตุ้นให้เกิดมิติใหม่ของการเดินทาง!

โดย..อิสระ ภูมิพัฒน์

บทความเรื่องนี้เป็นฉบับย่อ โปรดอ่านฉบับเต็มได้ในนิตยสาร UpDATE ฉบับ 183 พฤศจิกายน 2545

จาก http://update.se-ed.com/183/x_prize.htm

 
Discovery ResearchPaper NASA
WhyFilesSavvySearch เชื่อมสู่สถาบันการศึกษา

UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ 60 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 720 บาท
จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0-2751-5800, 0-2751-4175 โทรสาร 0-2751-5059
E-mail : update@se-ed.com

SEED Update Magazine Microcomputer User Internet
เซมิคอนดัคเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ Industrial Hobby Mechanical