|
..
X-Prize รางวัลผู้กล้า ท้าย่ำอวกาศ...
กติกา
: ขั้นที่ 1 สร้างยานเอง ขั้นที่ 2 ยิงขึ้นสูง 100
กิโลเมตร เอาคนไปด้วยสามคน แล้วพากลับเป็นๆ ขั้นที่
3 ทำให้ได้อีกครั้งภายในสองสัปดาห์ ใครทำได้ รับไปเลย
10 ล้านดอลลาร์
ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่นี้ไป ไบรอัน
ฟีนนี่ ตั้งใจจะนั่งรัดเข็มขัดเอี้ยมเฟี้ยมอยู่ในยานอวกาศขนาดรถยนต์โตโยต้าแต่ว่าติดเครื่องยนต์จรวด
ผูกเชือกห้อยโตงเตงใต้บอลลูนฮีเลียมลอยขึ้นฟ้าสู่ระดับ
8 หมื่นฟุต สูงกว่าเพดานบินของจัมโบ้โดยสารเกือบสามเท่า
จากนั้นจุดจรวดพุ่งต่อ ไปอีกจนถึงจุดสูงสุดที่มันจะไปไหว
คือ 120 กิโลเมตร แล้วปล่อยให้ลอยละลิ่วกลับสู่พื้นโลก
ขาลง จรวดจะดีดชุดต้านลมกางออกคล้ายลูกแบดมินตันขนาดยักษ์
จะได้ไม่พุ่งลงเร็วเกินไป ถ้าเขายังมีชีวิตรอดกลับบ้านและสามารถขึ้นไปทำอย่างเดิมได้อีกภายในสองอาทิตย์
เขาจะเป็นผู้พิชิต รางวัล เอกซ์-ไพร้ซ์
( X-Prize) คว้าเงิน 10 ล้านเหรียญฯ ไปครอง!
รางวัล X-Prize ตั้งไว้สำหรับพลเรือนหน้าไหนก็ตามที่มีปัญญาบินขึ้นไปสู่อวกาศได้เองเป็นคนแรก
นับเป็นเรื่องท้าทายยิ่ง ใครสนก็เชิญได้นะครับ ลองนึกถึงเงินกว่า
400 ล้านบาทและผลพลอยได้อันมหาศาลที่จะตามมาซี แล้วอย่างนี้มีหรือฟีนนี่จะไม่...เปรี้ยวปาก
โครงการของฟีนนี่ขนานนามว่า ดา วินชี
(ชื่อของอัจฉริยะยุคโบราณผู้เคยออกแบบเครื่องบินให้คนบินได้อย่างนก)
เป็นหนึ่งใน 20 กว่ารายจากทั่วโลกที่หวังจะพิชิตรางวัลนี้
และความมุ่งมั่นของฟีนนี่ทำให้ผู้คนเฝ้ามองด้วยใจจดจ่อ
ต้นแบบของจรวด ดา วินชี ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ในพิพิธภัณฑ์อวกาศโตรอนโต
(Toronto Aerospace Museum) ออกแบบตามหลักวิศวกรรมอันสมบูรณ์และหลักวิทยาศาสตร์อันดีเยี่ยม
X-Prize ได้แรงดลใจมาจากรางวัลที่เล็งการณ์ไกลอย่าง
ออร์ทีกไพร์ซ (Orteig Prize) ซึ่งกระตุ้นให้ลินด์เบิร์กและคนอื่นๆ
อีกมากหลายหาทางบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกด้วยเครื่องบินแบบรวดเดียวถึง
หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง นักบินรบก็ตกงานกลายเป็นพวกกิ๊กก๊อก
จำต้องหาเลี้ยงชีพโดยการรับจ้างขับเครื่องบินข้ามภูเขาหรือทุ่งท่า
จากเมืองหนึ่งสู่เมืองหนึ่ง และว่างๆ ก็รับจ้างพาคนชอบเสียวขึ้นไปบินวนสั้นๆ
หาเงินทองไปวันๆ แต่แล้ว ในปี พ.ศ. 2462 เรย์มอนด์ ออร์ทีก
ก็เสนอรางวัล 25,000 ดอลลาร์สำหรับใครก็ตามที่สามารถบินรวดเดียวถึงเป็นคนแรก
ระหว่างนิวยอร์กกับปารีส!
และในวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2470 ชาร์ลส์ ลินด์เบิร์ก
ก็ขับเครื่องบินทะยานขึ้นจาก ลอง ไอแลนด์ (ในนิวยอร์ก)
ใช้เวลาบิน 33 ชั่วโมงครึ่งจึงร่อนลงที่ปารีส
และรางวัลนี้ก็เปล่งประกายฉายฉานมาอีกจนถึง พ.ศ. 2538
ขณะที่ ปีเตอร์ ไดอาแมนดิส ผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ในอวกาศซึ่งได้ปริญญาจากคณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยฮาเวิร์ด และวิศวกรรมศาสตร์ด้านอากาศยานจากเอ็มไอที
กำลังเรียนวิชาการบิน เพื่อนชื่อ เกร็กก์ แมรีนิแอค ผู้เชี่ยวชาญด้านอวกาศได้ให้หนังสือเก่าแก่มาเล่มหนึ่งเพื่อลุ้นให้มีแรงใจในการเรียน
เป็นหนังสือของลินด์เบิร์ก ชื่อ The Spirit of St. Louis
เมื่อไดอาแมนดิสได้อ่าน เขาบอกเพื่อนว่า
นี่ละคือสิ่งที่เราต้องการ! เพื่อให้เที่ยวบินอวกาศของมนุษย์ไม่สะดุดหยุดนิ่ง!
เราจะต้องมีรางวัลอวกาศซักรางวัลหนึ่ง
ไดอาแมนดิส กับ แมรีนิแอค เชื่อว่า ความใส่ใจในผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ของเอกชนจะทำให้ต้นทุนต่ำกว่านี้เยอะ
หลังจากปรึกษาหารือกับมนุษย์อวกาศ ไบรอน ลิชเทนเบิร์ก
จนเข้าใจจุดประสงค์แล้ว ทั้งสามก็ป่าวร้องขอความสนับสนุนจากนักธุรกิจในเซนต์
หลุยส์กลุ่มหนึ่ง รวมทั้งคนอื่นๆ อีกเพื่อจัดตั้ง New
Spirit of St. Louis Organization (NSSL) สมาชิก
NSSL ลงขันเงินรางวัลก่อนเป็นก้อนแรกอย่างน้อย 25,000
ดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ใจบุญ นักลงทุน นายธนาคาร
และผู้มีจิตฝักใฝ่ในเรื่องอวกาศอย่าง ทอม แคลนซี่ นักประพันธ์ชื่อดัง
เงินทุนหลักๆ ได้มาจากผู้ประกอบการด้านอากาศยานหลายรายและองค์การต่างๆ
เช่น เฟิร์ส ยูเอสเอ แบงก์ มูลนิธิแดนโฟร์ท และพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์อีกหลายแห่ง
เมื่อได้เงินพอแล้ว ขั้นต่อไปคือกำหนดกติกาท้าประลอง!
สำหรับ X-Prize นั้น แค่จะให้ทะยานขึ้นถึงวงโคจรเสถียรก็ดูจะเป็นการก้าวกระโดดที่ใหญ่เกินไปเสียแล้ว
ดังนั้นพวกเขาจึงตั้งเกณฑ์ไว้ที่ระดับความสูงเหนือเขตที่ให้นิยามเป็นทางการว่า
อวกาศเริ่มต้นขึ้นที่นั่น ซึ่งก็คือ 80 กิโลเมตร เหนือพื้นโลก
คงต่ำพอที่จะมีคนทำสำเร็จภายในหนึ่งทศวรรษเป็นแน่ ดังนั้น
พวกเขาจึงประกาศ X-Prize ใน พ.ศ. 2539
ว่าจะเป็นรางวัลสำหรับ ยานอวกาศเอกชนรายแรกที่สามารถพามนุษย์สามคนไปสู่ความสูง
ใต้วงโคจร ที่ระยะ 100 กิโลเมตรหรือ 62 ไมล์เหนือพื้นโลก
โดยทำได้สองครั้งต่อเนื่องกันภายในสองสัปดาห์ นั่นแปลว่า
กติกาวางเงื่อนไขให้ผู้เข้าแข่งขันต้องสามารถพาผู้โดยสารสองคนขึ้นไปกับนักบินด้วย
หรือจะขนน้ำหนักไปเท่ากันก็ได้ และเพื่อเอาชนะ การลงทุนลงแรงต้องเป็นของเอกชน
ไม่ใช่รัฐบาล!
เลน คอร์เมียร์ นักบินเกษียณอายุจากกองทัพเรือและที่ปรึกษาด้านอวกาศ
เชื่อว่าโครงการแพน แอโร่ (Pan
Aero) ของเขาจะเป็นผู้พิชิตรางวัลนี้หากทีมของเขามีเงินซัก
2 ล้าน 4 แสนเหรียญฯ!
เขาใช้บ้านซึ่งอยู่ทางเหนือของเวอร์จิเนียเป็นสำนักงาน
เมื่อพิจารณาโดยละเอียดแล้ว อดีตเสืออากาศเฒ่าวัย 76 ปีผู้นี้สร้างความเชื่อมั่นได้จริงๆ
เขาคิดเรื่องการเดินทางสู่อวกาศเชิงพาณิชย์มาหลายปีดีดัก
บนจอคอมพิวเตอร์ของเขาคือการออกแบบทุกรายละเอียดของแพน
แอโร่ เครื่องบินที่จะทะยานจากรันเวย์โดยเครื่องยนต์ไอพ่นธรรมดาแล้วเปลี่ยนใช้พลังจรวดเมื่อใต่ขึ้นสู่ระดับสูงแล้ว
อีกทีมหนึ่งที่มุ่งพิชิต X-Prize คือ Kelly
Space and Technology ในซาน เบอร์นาร์ดิโน มลรัฐแคลิฟอร์เนีย
รายนี้จะใช้โบอิ้ง 747 ลากจรวดขึ้นไปด้วยเชือกเส้นยาวๆ
และการใช้บอลลูนลากของโครงการดา วินชีก็เป็นอีกวิธีหนึ่งของการพยายามใช้ต้นทุนต่ำเพื่อทะลุผ่านบรรยากาศของโลกส่วนที่หนาแน่นกว่าให้ได้เสียก่อน
แม้ดา วินชีมีทางว่าจะเป็นรายแรกที่ปล่อยยานสู่ห้วงอวกาศ
มันก็เหมือนกับการเดิมพันม้าแข่งซึ่งยังไม่มีตัวไหนเคยลงสนามมาก่อน!
เพราะอาจมีม้ามืดชื่อ เบิร์ต ริวตัน
ก็ได้ เขาจะลงสนามนี้ด้วย คนผู้นี้เคยมีประวัติแหกฝูงและสร้างความสำเร็จให้กับตนเองมาแล้วอย่างไม่น่าเชื่อ
ริวตันเป็นนักออกแบบเครื่องบินเล็กที่ไม่ยึดหลักการตามกฎเกณฑ์ทั่วไป
แต่ประสบความสำเร็จอย่างมากมาช้านานแล้ว
ริวตันจะใช้เครื่องบินไอพ่นสองเครื่องยนต์ชื่อ Proteus
(ออกแบบและสร้างโดยบริษัทของเขาเอง - Scaled Composite)
บรรทุกจรวดซึ่งมีพลังขับเคลื่อนสูงพอที่จะพาคนสามคนขึ้นไปได้สูงกว่า
96 กิโลเมตร
ผู้ร่วมชิง X-Prize ที่โด่งดังที่สุดและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดคือ
สตีเวน เบนเน็ตต์ ของอังกฤษ
เขาเป็นตัวนายของ Starchaser Industries เมื่อวันที่ 23
พฤศจิกายน พ.ศ. 2544 เขาทดลองปล่อย Nova จรวดนำวิถีเชื้อเพลิงแข็งใกล้ๆ
กับอ่าวโมร์แคมบีในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ จรวดโนว่ายาว
37 ฟุต เป็นรุ่นย่อส่วนจากจรวด Thunderbird
ซึ่งเขาหวังจะใช้มันพิชิตรางวัล
แม้ว่ามันดูคล้ายจะไม่มีใครขึ้นไปได้ก่อนฟีนนี่ แต่ก็เป็นที่รู้กันดีว่าเที่ยวบินอวกาศมักจะมีเหตุให้ต้องเลื่อนกำหนดอยู่เรื่อยเป็นประจำ
ถ้าฟีนนี่เกิดพบอุปสรรคขึ้นมาละก็ คอร์เมียร์, ริวตัน,
เบนเน็ตต์ หรือใครก็ตามที่ร่วมแข่งขัน ย่อมมีโอกาสคืบเข้าใกล้เวลาที่ตนเองจะเป็นคนแรกเช่นกัน!
แต่ ก็เช่นเดียวกันกับคนอื่นๆ ฟีนนี่ย่อมมองเห็นอนาคตยาวไกลกว่าเงินรางวัล
10 ล้านเหรียญฯ อยู่แล้ว
เป้าหมายของผมคือไปให้ถึงอวกาศแล้วอยู่ที่นั่น การบินพาณิชย์ไม่ได้สร้างโดยคนคนเดียวหรือแค่หนึ่งบริษัท
ฉะนั้น ธุรกิจอวกาศย่อมจะไม่มีทางสร้างได้โดยผู้ชนะ X-Prize
แต่เพียงลำพัง
แต่เขาก็ยังอยากเป็นคนแรกอยู่ดี เพราะจะได้ชื่อว่า
เป็นผู้กระตุ้นให้เกิดมิติใหม่ของการเดินทาง!
โดย..อิสระ ภูมิพัฒน์
บทความเรื่องนี้เป็นฉบับย่อ
โปรดอ่านฉบับเต็มได้ในนิตยสาร UpDATE ฉบับ 183 พฤศจิกายน
2545
จาก http://update.se-ed.com/183/x_prize.htm
|