|
..
ไวรัสคอมพิวเตอร์
วายร้ายพันธุ์ดิจิตอล...
ไวรัสคอมพิวเตอร์
เป็นชื่อที่เรียกรวมๆ ของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือชุดคำสั่งเล็กๆ
ที่เขียนขึ้นเพื่อให้รบกวนการทำงาน หรือทำลายไฟล์ข้อมูล
ตลอดจนไฟล์โปรแกรมต่างๆ ในระบบคอมพิวเตอร์ โดยคุณสมบัติพิเศษของไวรัสคอมพิวเตอร์ก็คือ
มันสามารถหลบหลีกซ่อนตัวอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง
และหาโอกาสทำสำเนาคัดลอกเพื่อแพร่กระจายตัวเองไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ
ได้ และเครื่องที่ติดไวรัสคอมพิวเตอร์เข้าไปแล้วก็จะเกิดอาการแปลกๆ
ตามแต่ชุดคำสั่งที่เขียนไว้ในโปรแกรมไวรัสคอมพิวเตอร์นั้นๆ
นั่นเอง
แกะรอยไวรัสคอมพิวเตอร์
โปรแกรมไวรัสคอมพิวเตอร์เหล่านี้สามารถที่จะแพร่กระจายและสร้างความเสียหายให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างมากมายและกว้างขวาง
...แล้วที่มาของไวรัสคอมพิวเตอร์เหล่านี้มาจากไหนนั้นหรือ
!?!?!
ตามที่ได้มีการบันทึกกันไว้นั้น โปรแกรมที่สามารถทำการสำเนาตัวเองได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี
พ.ศ. 2526 โดย ดร.เฟรดเดอริก โคเฮน
นักวิจัยของมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย สหรัฐฯ ได้ทำการศึกษาโปรแกรมลักษณะนี้
และได้ตั้งชื่อว่า ไวรัส แต่การระบาดและสร้างความเสียหายโดยไวรัสคอมพิวเตอร์
ตามที่มีการรายงานข่าวการตรวจพบครั้งแรกนั้น เกิดขึ้นในปี
พ.ศ. 2529 ด้วยผลงานของไวรัสที่มีชื่อว่า เบรน
(Brain) ซึ่งเขียนขึ้นโดยโปรแกรมเมอร์สองพี่น้องชาวปากีสถานชื่อ
อัมจาด (Amjad) และเบซิต (Basit)
โดยสองพี่น้องชาวปากีสถานนี้ตั้งบริษัทซอฟต์แวร์ทำสำเนาคัดลอกโปรแกรมขายที่ประเทศปากีสถาน
แต่หลังจากที่พวกเขาตรวจสอบพบว่า โปรแกรมที่ตัวเองทำสำเนาคัดลอกขายนั้นถูกนำไปทำสำเนาคัดลอกขายอีกต่อหนึ่ง
ทั้งสองคนจึงเขียนไวรัสขึ้นมาใส่ไปกับโปรแกรมที่ขาย เพื่อให้ไปทำลายข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของผู้ที่ใช้โปรแกรมซึ่งไม่ได้ซื้อจากบริษัทของพวกเขา
ในยุคแรกๆ ไวรัสคอมพิวเตอร์จะแพร่ระบาดไปจากซอฟต์แวร์เถื่อน
หรือซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ที่มีโปรแกรมไวรัสคอมพิวเตอร์ติดอยู่
โดยผ่านทางแผ่นฟลอปปีดิสก์ หรือ ซีดี-รอม ที่มีไวรัสคอมพิวเตอร์
ซึ่งถูกนำไปใช้งานข้ามเครื่อง หรือมีการทำสำเนาคัดลอกซอฟต์แวร์ไปใช้ในเครื่องต่างๆ
แต่ในปัจจุบันเนื่องจากการเติบโตของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ทำให้ไวรัสคอมพิวเตอร์ยุคหลังๆ มีความสามารถในการทำสำเนาคัดลอกและแพร่กระจายตัวเองได้มากขึ้น
รวมทั้งยังสามารถสร้างความรุนแรงได้มากขึ้นโดยอาศัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์เป็นช่องทาง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแพร่กระจายผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านโปรแกรมรับ-ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
หรืออีเมล์ต่างๆ มีการประมาณกันว่า ไวรัสคอมพิวเตอร์ที่เกิดขึ้นมาจนถึงปัจจุบันนี้มีมากกว่า
40,000 ชนิด โดยมีไวรัสคอมพิวเตอร์ประมาณ 200-300 ชนิดที่พบแพร่ระบาดอยู่ในปัจจุบัน
และในแต่ละวันๆ จะมีไวรัสคอมพิวเตอร์เกิดขึ้นใหม่ๆ อีกไม่ต่ำกว่า
6-12 ชนิด
หลากสายพันธุ์ไวรัสสยองเครื่อง
เนื่องจากทุกวันนี้มีไวรัสคอมพิวเตอร์อยู่มากมายหลายหมื่นชนิด
ดังนั้น เพื่อความสะดวกในการศึกษา ป้องกันและกำจัด จึงได้มีการแบ่งไวรัสคอมพิวเตอร์ออกเป็นสายพันธุ์ต่างๆ
ตามลักษณะการติดต่อและการทำงานบนคอมพิวเตอร์ ได้แก่
ไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ติดในบู๊ต
เซ็กเตอร์ : ไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์นี้จะแพร่กระจายโดยติดในบู๊ต
เซ็กเตอร์ หรือ บู๊ต เร็คคอร์ด ซึ่งเป็นเนื้อที่สำคัญของระบบเก็บข้อมูลในฮาร์ดดิสก์
หรือแผ่นดิสก์ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการโหลดข้อมูลระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์
ดังนั้น หากมีไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์นี้ติดอยู่ ไวรัสก็จะถูกเรียกขึ้นมาทุกครั้งที่เครื่องบู๊ตหรือเริ่มทำงาน
ไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์นี้ เช่น ไวรัส (C)BRAIN, ANTICMOS.A
ไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ติดในมาสเตอร์
บู๊ต เร็คคอร์ด : ไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์นี้จะแพร่กระจายโดยติดในส่วนมาสเตอร์
บู๊ต เร็คคอร์ด หรือ พาร์ทิชั่น เทเบิล ของฮาร์ดดิสก์
หรือแผ่นดิสก์ ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนที่กำหนดการแบ่งเนื้อที่อื่นๆ
ที่เหลือทั้งหมดในดิสก์ออกเป็นส่วนย่อยๆ โดยไวรัสจะทำให้ข้อมูลต่างๆ
ที่เก็บในพาร์ทิชั่น เทเบิลเสียหาย ทำให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ไม่สามารถบู๊ตหรืออ่านข้อมูลจากส่วนต่างๆ
ของดิสก์ได้ ไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์นี้ เช่น ไวรัส
Monkey, Urkel
ไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ติดไฟล์ข้อมูลหรือโปรแกรม
: ไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์นี้จะแพร่กระจายโดยติดไปกับไฟล์ข้อมูลหรือไฟล์โปรแกรมที่มีนามสกุลเป็น
.com, .exe, .sys, .dll โดยเมื่อมีการเรียกไฟล์โปรแกรมนามสกุลดังกล่าวที่มีไวรัสอยู่
ไวรัสก็จะเริ่มทำงานและฝังตัวเองเข้าสู่หน่วยความจำของคอมพิวเตอร์
ไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์นี้ เช่น ไวรัส PE_ELKERN.D,
PE_FUNLOVE.4099, 101, 1800, 2136, 25_BYTE
ไวรัสมาโคร : ไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์นี้เป็นไวรัสที่ก่อกวนโปรแกรมสำนักงานต่างๆ
(ชุด Office เช่น Word, Excel, Powerpoint) โดย มาโคร
เป็นโปรแกรมทำงานขนาดเล็กอย่างอัตโนมัติที่ติดตั้งอยู่ในชุดโปรแกรมสำนักงาน
เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสร้างโปรแกรมสั่งการทำงานหลายๆ อย่างได้พร้อมกันในคราวเดียว
แต่เนื่องจากมีโปรแกรมเมอร์ที่ไม่ดีส่วนหนึ่งนำมาโครไปใช้สร้างไวรัส
จึงทำให้เกิดปัญหาตามมา โดยไวรัสอาจเข้าไปก่อกวนการทำงานส่วนต่างๆ
ของชุดโปรแกรมสำนักงาน ไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์นี้ เช่น
ไวรัส W97M_CLASS.EL, X97M_SLACKER.D
ไวรัสสคริปต์ : ไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์นี้เขียนขึ้นมาจากภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม
ที่เรียกว่า ภาษาสคริปต์ (Script) เช่น VBScript (Visual
Basic Script), JavaScript ซึ่งไวรัสคอมพิวเตอร์เหล่านี้จะทำงานเมื่อผู้ใช้เปิดหรือเรียกใช้งานไฟล์สคริปต์นามสกุล
.vbs, .js ที่เป็นไวรัส นอกจากนี้ ยังมีไวรัสสคริปต์ที่แทรกตัวเองอยู่ในไฟล์
HTML ซึ่งเป็นรูปแบบภาษามาตรฐานที่ใช้สร้าง/แสดงผลหน้าเว็บไซต์ต่างๆ
โดยสคริปต์นี้จะทำงานแบบอัตโนมัติเมื่อหน้าเว็บดังกล่าวถูกเรียกดูจากโปรแกรมเบราว์เซอร์
ไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์นี้ เช่น ไวรัส BAT_ULTRA.782,
HTML_GENERATOR, JAVA_SUB7, JS_FAV, JS_GERMINAL.A
ไวรัสแปลงพันธุ์ : ไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์นี้เป็นไวรัสที่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขตัวมันเองให้เปลี่ยนไปได้ในการแพร่กระจายแต่ละครั้ง
ซึ่งมันอาจติดเข้ากับไฟล์โปรแกรม หรือบู๊ต เร็คคอร์ด ก็ได้
ไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์นี้ เช่น ไวรัส Elkern, Marburg
ไวรัสซ่อนแอบ : ไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์นี้เป็นไวรัสที่สามารถกลบเกลื่อนร่องรอยตัวเองเมื่อเข้าไปเกาะติดไฟล์ข้อมูล
เพื่อหลอกโปรแกรมป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ไม่ให้ตรวจพบ
เหมือนเล่นซ่อนแอบ โดยไวรัสสายพันธุ์นี้จะเก็บข้อมูลไฟล์ที่มันไปติดไว้
และหากโปรแกรมป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ตรวจหาไวรัสในไฟล์ดังกล่าว
ไวรัสก็จะแทนที่ข้อมูลเก่าก่อนหน้าที่ยังไม่ติดไวรัสให้
ทำให้โปรแกรมป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ตรวจไม่พบ ไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์นี้
เช่น ไวรัส Zarma, Hare
ไวรัสรีโทร : ไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์นี้เป็นไวรัสที่เข้าทำลายโปรแกรมป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ
โดยมันอาจเข้าไปลบไฟล์ข้อมูลที่ใช้ในการตรวจจับไวรัส หรือทำให้โปรแกรมป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ทำงานไม่ได้
ไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์นี้ เช่น ไวรัส Zarma,
Cpw
ไวรัสกระจายหลายทาง :
ไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์นี้จะใช้วิธีแพร่กระจายหลายๆ
ทาง คือ สามารถเป็นได้ทั้งไวรัสที่ติดไฟล์โปรแกรมและไวรัสที่ติดบู๊ต
เซ็กเตอร์ในตัวเดียว โดยไวรัสอาจเกาะติดบู๊ต เซ็กเตอร์ก่อน
จากนั้นจึงฝังตัวเข้าสู่หน่วยความจำ และแพร่กระจายไปยังไฟล์โปรแกรมต่างๆ
ที่ถูกเรียกขึ้นมาใช้งานในภายหลัง ไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์นี้
เช่น ไวรัส Hare
ไวรัสเล่นตลก : ไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์นี้จะมาในแนวตลกๆ
เช่น อาจจะขึ้นข้อความแปลกๆ มาบนหน้าจอ และก็มีปุ่ม OK
ให้กด ซึ่งเมื่อไปกดปุ่มนี้เข้าแล้วก็อาจมีตัวการ์ตูนทำท่าตลกๆ
วิ่งผ่านไปมาบนหน้าจอ ไวรัสเล่นตลกส่วนใหญ่จะสร้างความรำคาญและรบกวนการทำงานของผู้ใช้คอมพิวเตอร์มากกว่าที่จะมุ่งเน้นการสร้างความเสียหายให้กับคอมพิวเตอร์
ตัวอย่างของไวรัสเล่นตลก เช่น ไวรัส Joke.Win32.Russ
ไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ไม่ใช่ไวรัสคอมพิวเตอร์
: ไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ไม่ใช่ไวรัสคอมพิวเตอร์ ได้แก่
หนอน หรือ เวิร์ม, ม้าโทรจัน หรือบางทีเรียกสั้นๆ ว่า
โทรจัน ซึ่งปัจจุบันไวรัสที่ไม่ใช่ไวรัสพวกนี้มักถูกเรียกรวมๆ
ว่าเป็นไวรัสคอมพิวเตอร์ด้วย
สำหรับเวิร์มนั้นเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์เช่นเดียวกับโปรแกรมไวรัส
แต่จะแพร่กระจายผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไปยังคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครื่องอื่นๆ
ที่ต่ออยู่บนเครือข่ายด้วยกัน เช่น WORM_KLEZ.H, WORM_SIRCAM.A,
WORM_BADTRANS.A, PE_NIMDA.E
สำหรับโทรจันนั้นเป็นโปรแกรมควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ระยะไกลผ่านเครือข่าย
โดยในสภาวะปกติมันจะไม่ทำงานอะไร แต่เมื่อใดก็ตามที่เครื่องซึ่งมีโทรจันอยู่มีการต่ออินเทอร์เน็ตและได้รับการติดต่อจากส่วนที่เป็นตัวควบคุม
(ผู้ใช้ไวรัส) คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นก็จะเสมือนหนึ่งมีผู้ใช้เพิ่มเข้ามาควบคุมเครื่องอีกคน
ในส่วนของคำสั่งต่างๆ ที่เป็นคำสั่งหลักๆ ของโทรจันที่ใช้ควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ระยะไกลนั้น
เช่น ปิดเครื่อง, เปิดซีดี-รอม, ลบไฟล์ต่างๆ ภายในเครื่อง,
ขโมยบัญชีสำหรับเข้าใช้อินเทอร์เน็ตที่อยู่ในเครื่อง,
ขโมยรหัสผ่านที่ใช้งานในเครื่อง, ส่งไฟล์ต่างๆ เข้ามาลงในเครื่อง
ตัวอย่างโทรจัน เช่น BAT_SADCASE.A, DOSVIR, Bo (Back
Office), NetBus, Sub7
การหลอกลวงที่ไม่ใช่ไวรัสคอมพิวเตอร์
: สำหรับกรณีนี้เป็นกรณีที่มีผู้สร้างข่าวหลอกลวงว่า
ไฟล์บางไฟล์ที่มีชื่อแปลกๆ ในระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้เป็นไฟล์ไวรัส
ซึ่งหากผู้ใช้หลงเชื่อและลบไฟล์ดังกล่าวออกจากระบบคอมพิวเตอร์
ก็อาจทำให้คอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานได้ หรือมีการทำงานที่ผิดปกติ
ตัวอย่างของข่าวไวรัสหลอกลวงก็เช่น ไวรัสหลอกลวง Jdbgmgr.exe
ไวรัสหลอกลวง !!?UN-AVAILABLE!?
บทส่งท้ายไวรัส
วายร้ายหรือพระเอก
แม้ไวรัสคอมพิวเตอร์จะถูกยกบทบาทให้เป็นวายร้ายแห่งโลกดิจิตอลก็ตามที
แต่รูปแบบโปรแกรมในลักษณะไวรัสนั้น หากนำมาประยุกต์ใช้ในทางที่ดีก็เป็นไปได้เช่นกัน
โดยแนวความคิดนี้มาจากนักคอมพิวเตอร์อีกกลุ่มหนึ่งซึ่งได้สร้างสรรค์ไวรัสเวิร์มที่เข้าช่วยแก้ไขช่องโหว่ในระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
!!!
เวิร์มฝ่ายพระเอกที่ว่านี้มีชื่อว่า Cheese
Worm โดยเวิร์มตัวนี้จะทำงานในระบบปฏิบัติการลีนุกซ์
โดยทำหน้าที่เข้าแก้ไขช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการที่ถูกโจมตีโดยเวิร์มวายร้ายตัวหนึ่งที่ชื่อ
1i0n ทั้งนี้ Cheese Worm จะทำการปิดช่องโหว่ หรือกำจัดจุดอ่อน
ในระบบ จากนั้นจะตรวจหาเหยื่อที่ติด เวิร์มวายร้ายเพื่อกระจายตัวเองผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ออกไปยังเครื่องดังกล่าวเพื่อปิดช่องโหว่ให้ต่อไป
โดยลักษณะการทำงานเช่นนี้มีผู้ให้สมญานามว่าเป็น โปรแกรมแก้ไขแบบแพร่กระจายตัวเองได้
วิธีกำจัดจุดอ่อนแบบนี้ดูเผินๆ ก็น่าจะดี แต่เนื่องจากความแตกต่างกันของระบบคอมพิวเตอร์ที่มีการตั้งค่าต่างๆ
ในระบบแตกต่างกันออกไป ทำให้บางครั้งเวิร์มฝ่ายพระเอกอาจทำงาน
ไม่ได้ดั่งใจ ก็เป็นได้ ส่งผลให้การเข้าไปในบางระบบ
แทนที่จะเป็นการกำจัดจุดอ่อนกลับเป็นการทำให้ระบบดังกล่าวแย่ไปกว่าเดิม
ดังนั้น ในเรื่องนี้จึงยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า
สมควรหรือไม่ที่จะปล่อยเวิร์มพระเอกแบบนี้เข้าสู่เครือข่าย
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ดูแลระบบและผู้ใช้ส่วนใหญ่แล้วต่างก็ไม่อยากให้โปรแกรมแปลกปลอมตัวไหนเข้ามายุ่งกับคอมพิวเตอร์ตัวเองทั้งนั้น
...และในท้ายที่สุดของบทส่งท้ายไวรัสคอมพิวเตอร์นี้
ไม่ว่าในอนาคตมันจะรับบทเป็นวายร้ายหรือพระเอกก็ตามที
แต่เรายังคงต้องพบกับพวกมันเพิ่มขึ้นและในรูปแบบใหม่ๆ
อย่างแน่นอน ซึ่งเรื่องนี้คงเป็นสิ่งที่เราต้องติดตามกัน
รวมทั้งจะต้องหาทางรับมือป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากไวรัสคอมพิวเตอร์เหล่านี้ต่อไปในอนาคต...
โดย..สาโรจน์
เกษมสุขโชติกุล
บทความเรื่องนี้เป็นฉบับย่อ
โปรดอ่านฉบับเต็มได้ในนิตยสาร UpDATE ฉบับ 181 กันยายน
2545
จาก http://update.se-ed.com/181/virus_computer.htm
|