|
...ทางรอดจากอุบัติเหตุเครื่องบิน.... เมื่อเครื่องบินเกิดอุบัติเหตุ
เราอาจคิดว่า รอดยาก แต่ผู้โดยสารบางคนก็เดินออกจากซากเครื่องบินที่พังยับได้ราวปาฏิหาริย์
หนทางที่จะรักษาชีวิตผู้โดยสารไว้ทั้งหมดเมื่อเครื่องบินตกนั้นยังพอมี
และเป็นความพยายามของนักวิจัยกลุ่มหนึ่งที่ต้องการผลักดันให้ความคิดนี้กลายเป็นความจริง
ตาย
หรือ รอด ?
อุบัติเหตุเครื่องบินมีแบบไหนบ้าง?
น่าจะพอแยกแยะได้คร่าวๆ ดังนี้
ระเบิดกลางฟ้า! ... ชนิดนี้ ตายเรียบครับ
ร่อนลงฉุกเฉินบนภูมิประเทศที่มิใช่สนามบิน ... อาจมีรอดตาย
อย่างเช่นหลายปีมาแล้ว เครื่องบินของ บ.ด.ท. ร่อนลงกลางทุ่งนารังสิต
ผู้โดยสารวิ่งออกมาตั้งไกลแล้วยังงงๆ อยู่ว่า ฉันรอดหรือนี่?
กำลังขึ้นหรือลง แล้วชนภูเขา ...ส่วนใหญ่ตายเกลี้ยง
แต่ก็เคยมีเหลือรอด เช่น กรณีจัมโบ้ของญี่ปุ่นชนภูเขา
รอด 4-5 คน
กำลังขึ้นหรือลง แล้วไถลตกรันเวย์ หัวทิ่มดิน ทิ่มตึก
เครื่องระเบิด ... ส่วนใหญ่จะมีคนรอดอยู่บ้าง ยิ่งถ้าเครื่องไม่ระเบิด
คนตายจะมีไม่มากนัก และหลายๆ ครั้งไม่มีใครตายสักคน แค่เคล็ดขัดยอก
ฟกช้ำดำเขียว!
ถ้าเฉี่ยวกันบนพื้นแอร์พอร์ท อาจจะแค่เสียหลัก ปีกหางพัง
ต้องซ่อมยาว ส่วนคนก็แค่ตกใจและหงุดหงิดที่ต้องเสียเวลาหาเครื่องอื่นเดินทาง
ซึ่งความล่าช้านี้อาจทำให้ต่อเที่ยวบินอื่นไม่ทันก็ได้
แต่...ล่าสุด เมื่อเดือนตุลาคม 2544 เครื่องบินของสายการบินเอสเอเอสกำลังวิ่งบนรันเวย์สนามบินเมืองมิลาน
อิตาลี และแล้ว...เพราะหอควบคุมการจราจรสะเพร่า
บวกกับความงี่เง่าของนักบินเครื่องเชสน่า (ลำเล็กๆ) ที่กำลังแท็กซี่จากจุดจอดไปเตรียมตั้งหลักที่รันเวย์
เครื่องบินเล็กโผล่ผิดซอย จึงบวกกับเครื่องบินเอสเอเอสอย่างจัง...ตูม!
ทั้งสองลำระเบิดไฟลุกท่วม เครื่องเอสเอเอสไถลพาเปลวเพลิงพุ่งเข้าชนตึก
ข่าวไม่บอกว่า ในตึกมีผู้เสียชีวิตหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ
ทุกคนในเครื่องบินสองลำนี้ ตายเรียบ!
เพิ่มโอกาสรอดได้มั้ย?
ได้ แต่ต้องใช้เวลาหน่อย เพราะคิดน่ะง่าย
ตอนทำ ไม่ง่าย! มีหลายกระบวนความ แบบโคตรๆ เลยละครับ เครื่องบินพาณิชย์ย่อมแตกต่างกับเครื่องบินทหาร
เพราะใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากิน จำเป็นต้องคำนึงถึงต้นทุนด้วย
การปรับปรุงเพิ่มเติมสิ่งใดเข้าไปย่อมกระทบถึงค่าโดยสารซึ่งเป็นตัวชี้ขาดความอยู่รอดของธุรกิจ
ค่าโดยสารแพงขึ้นไม่เพียงโดนด่า ผู้โดยสารมักจะหายหน้าไปจำนวนหนึ่งด้วย!
ในอุบัติเหตุ 5 ครั้ง จะมี 4 ครั้งที่เกิดขณะบินขึ้นหรือลงจอดซึ่งเป็นช่วงที่ความเร็วต่ำพอที่ผู้โดยสารจะรอดชีวิตหากมีการชนหรือกระแทก
ก็ในเมื่อมีหลายคนรอด ทำไมไม่หาวิธีให้รอดทุกคนล่ะ?
กองทัพบกสหรัฐฯหยิบยกคำถามเดียวกันนี้มาใคร่ครวญตลอดหลายปีที่ผันผ่าน
ผลลัพธ์ที่ได้น่าชื่นชมยิ่ง ทุกวันนี้ เมื่อเครื่องบินตก
ทหารยังพอเดินหน้าดำออกมาจากซากเครื่องได้ ซึ่งหากเป็น
20 ปีก่อนคงเหลือแต่ชื่อ! ห้องนักบินถูกทำให้แกร่ง ติดกันกระเทือนรอบตัว
พื้นใต้ที่นั่งบุโฟมหนาเพื่อดูดซับแรงกระแทกจากด้านล่าง
ที่นั่งออกแบบให้เปลี่ยนรูปทรงลู่ตามแรงที่กระทบได้
เพื่อเฉลี่ยแรงกระแทกกะทันหันที่อาจทำให้กระดูกสันหลังหัก
นอกจากนี้ยังทดสอบถุงลมและเข็มขัดนิรภัยแบบใหม่เพื่อเพิ่มขีดความปลอดภัยของผู้นั่งอีกด้วย
โดยหลักการ โรงงานผลิตเครื่องบินอาจพร้อมแล้วที่จะเติมสิ่งเหล่านี้ในเครื่องบินพาณิชย์
แต่ไม่มีใครบังคับให้ทำ ไม่มีกระทั่งการชี้แนะว่ากฎเกณฑ์ที่ใช้กับเครื่องบินพาณิชย์ควรจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง
แต่แม้จะเป็นเช่นนี้ ไลซ่า โจนส์ วิศวกรของนาซา
กับพวกของเธอก็ยังหวังจะผลักดันเรื่องนี้ให้เกิดได้จริงสักวันหนึ่ง
คณะของเธอกำลังทำงานในโครงการของนาซาเพื่อค้นหาวิธีออกแบบสิ่งต่างๆ
ที่จะช่วยให้สายการบินมี crashworthy หรือ ระดับ ค่าความปลอดภัยต่อแรงกระแทก
สูงขึ้นอีก (ภาษาราชการใช้คำ สมควร ในความหมายของ worthy)
และนี่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 500 ล้านเหรียญฯ ซึ่งริเริ่มโดย
อัล กอร์ ขณะเป็นรองประธานาธิบดีของสหรัฐฯ อันมีเป้าหมายที่จะชักจูงผู้ออกกฎสายการบิน
และบริษัทผู้สร้างเครื่องบิน ให้ทบทวนการออกแบบเครื่องบินโดยสารเสียใหม่
เปลี่ยนแบบ
ดีกว่า?้ โบอิ้ง
737 ลำที่ตกที่เค็กเวิร์ทนั้นติดตั้งที่นั่งอันแข็งแรงเป็นพิเศษ
แต่โชคร้ายที่พื้นเครื่องบินไม่ได้เสริมความแข็งแรงด้วย
มันจึงฉีก และเก้าอี้หลายตัวหลุดกระเด็นพาผู้โดยสารไปกองรวมกันอยู่ข้างหน้า
ทุกคนตายสนิท!
เรื่องที่จำเป็น มีความสำคัญและรีบด่วนที่สุด ก็คือเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยของเครื่องบิน
นี่เป็นหลักการขั้นมูลฐานอันหนึ่งที่ผู้เกี่ยวข้องทุกคนจะต้องใส่ใจ
คำแนะนำคือ เปลี่ยนวิธีสร้างเครื่องบินใหม่ซะ
บันไดขั้นแรกสู่การออกแบบเครื่องบินให้ กันพังหลังชน
หรือ crash-proof นั้น ย่อมเกี่ยวข้องกับการทำโครงสร้างให้สามารถดูดซับผ่องถ่ายแรงปะทะตูมแรกเพื่อลดความรุนแรงที่จะเกิดกับมนุษย์ลง
นักวิจัยส่วนหนึ่งเชื่อว่า เพียงโจทย์ข้อนี้ เครื่องบินพาณิชย์ทั้งหลายก็สอบตกกันระนาวแล้ว!
เก้าอี้
ก็ต้องเปลี่ยน
เมื่อนำแบบที่เปลี่ยนใหม่มาใช้แล้ว
ต่อไปก็ต้องเน้นความสนใจสู่ข้างในตัวเครื่อง เริ่มที่เก้าอี้นั่งของผู้โดยสารก่อน
มันควรจะเป็นเช่นใด?
หนึ่งในผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินที่เค็กเวิร์ท
ปัจจุบันเตี้ยลงกว่าเดิม 4 เซนติเมตร แม้ว่าจะเป็นการร่อนลงฉุกเฉินที่ความเร็วต่ำเกือบเท่าความเร็วลงจอดตามปกติ
แต่ผู้โดยสารซึ่งนั่งในจุดที่เฮงซวยที่สุดของเครื่องบินจะถูกบดขยี้ด้วยแรงที่มากถึง
28 เท่าของน้ำหนักตัว! กว่าสิบปีหลังเหตุการณ์ครั้งนั้น
ที่นั่ง ห้องโดยสาร และพื้นแบบเดิมๆ เช่นเดียวกันกับที่เคยเกิดเรื่องที่เค็กเวิร์ท
ยังคงหลั่งไหลออกมาจากโรงงานเครื่องบินอยู่เรื่อยๆ ทั้งๆ
ที่ข้างฝ่ายทหารนั้น แบบที่นั่งที่ใช้อยู่ในปัจจุบันสามารถลดแรงปะทะได้เยอะเลย
และเป็นไปได้ที่ผู้นั่งจะไม่ตาย! ปัจจุบัน เฮลิคอปเตอร์ทหารติดตั้งที่นั่ง
stroke-seats ซึ่งสามารถลดแรงกระแทกได้
ข้อเสนอแนะที่โด่งดังอีกอันหนึ่งคือ อัตรารอดจะมีมากขึ้น
ถ้าใช้ที่นั่งแบบหมุนกลับหลังหันได้ เมื่อจะลงจอดฉุกเฉินก็กลับเก้าอี้หันหน้าไปท้ายเครื่อง
ชนเปรี้ยง! แรงกระแทกย่อมกระจายไปตามพนักพิงตั้งแต่ก้นยันหัว
ไม่ต้องคะมำเอวแทบขาด
ดีน่ะใช่
แต่จะทำมั้ยล่ะ?
คุณโจนส์หวังว่าจะสามารถติดตั้งอุปกรณ์ตัวอย่างที่เน้น
crashworthy ตามที่ออกแบบไว้ แล้วนำไปสาธิตให้เห็นกันจะจะสักวันหนึ่งภายในปี
2547 เธอเล็งไปที่เครื่องบินเล็กก่อน ทำ กันพังหลังชน
ไว้บางส่วน นอกนั้นคงไว้อย่างเดิม เธอจะจำลองการลงจอดฉุกเฉินโดยแกว่งใต้ขื่อโครงเหล็กสูงที่แลงลีย์
เธอมั่นใจว่า มันจะทำให้คนเห็นคุณค่าและความจำเป็นของระบบกันพังหลังชนซึ่งควรติดตั้งเพิ่มเติมให้กับเครื่องบินทุกลำที่มีอยู่
แต่เธอรู้ดีว่าบริษัทสร้างเครื่องบินไม่อยากฟังคำแนะนำของเธอสักเท่าไหร่
ไม่ใช่เรื่องเล็กเลยครับ และมันขัด-แย้งในความรู้สึกอย่างมาก
ถึงอยากทำ ก็ไม่กล้าทำ!คือ ทำแล้ว ประชาชนอาจจะฟ้องศาล
...จนเจ๊ง!
สิ่งหนึ่งที่สายการบินและผู้ผลิตเครื่องบินบอกเราคือ
ถ้าเขาเปลี่ยนใช้อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยอันใหม่
อย่างเช่นเก้าอี้ที่ดีขึ้น ก็จะมีบางคนที่เคยได้รับบาดเจ็บหรือญาติพี่น้องตายในอุบัติเหตุครั้งก่อนๆ
ฟ้องเรียกค่าเสียหาย ฐานไม่ติดตั้งเก้าอี้ดีๆ เสียแต่เนิ่นๆ
เธอว่า ความจริงที่เจ็บปวดคือ การเปลี่ยนเก้าอี้ใหม่ก็เท่ากับการยอมรับว่า
ของเก่าที่เคยใช้มาก่อนนั้น มันไม่ดี!
เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้สร้างเครื่องบินก็มีความโน้มเอียงที่จะเปลี่ยน
แปลงให้น้อยที่สุดภายใต้ข้อบังคับของทางการ
ดูเหมือนว่า คงต้องปล่อยการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ด้านความปลอดภัย
ให้เป็นเพียงความหวัง ว่าสักวันหนึ่งมันจะเป็นไปได้และช่วยแก้ไขให้มี
crashworthy สูงขึ้น แต่ FAA ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้มีอำนาจออกกฎเกณฑ์ต่างๆ
ในด้านการบินของสหรัฐฯ และจริงๆ แล้วก็ใช้บังคับทั้งโลกนั่นแหละ
แต่แทบเกือบไม่มีอำนาจอะไรที่จะไปสั่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกว้างขวางเช่นว่านี้
แม้การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่จะเพิ่มความปลอดภัยให้กับเครื่องบินก็ยังต้องมีสนธิสัญญานานาชาติ
อย่างน้อยก็ตกลงกับหน่วยงานที่คล้าย FAA ของยุโรปเสียก่อน
การเจรจาหาข้อตกลงที่เหมาะสมเป็นกระบวนการที่ยาวนานสุดๆ
โดย..อิสระ
ภูมิพัฒน์
บทความเรื่องนี้เป็นฉบับย่อ
โปรดอ่านฉบับเต็มได้ในนิตยสาร UpDATE ฉบับ 173 มกราคม
2545
จาก http://update.se-ed.com/173/plane.htm
|