|
...ชีวิตอันน่าอัศจรรย์ของมด....
หากเปรียบเรื่องราวชีวิตของมดเป็นดั่งหนังหรือละคร
หนังหรือละครเรื่องนี้ก็คงฉายในโรงภาพยนตร์หรือเล่นบนเวทีละครบนโลกสีน้ำเงินใบนี้เป็นเวลาเนิ่นนานนับล้านปีมาแล้ว
เพราะจากหลักฐานการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของมดแดงชนิดหนึ่งพบว่ามีอายุถึง
30 ล้านปีทีเดียว และยังมีการค้นพบฟอสซิลมดที่ค่อนข้างสมบูรณ์
ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์มดที่ไม่พบในปัจจุบันนี้ฝังอยู่ในแท่งอำพันที่มีอายุถึง
80 ล้านปี นี่ย่อมเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า มดมีชีวิตกำเนิดขึ้นบนโลกนี้เนิ่นนานแค่ไหน
ว่าไปแล้วก็อยู่ในยุคที่ไดโนเสาร์ยังไม่สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้เสียอีก
แต่คนเราต่างหากที่เพิ่งมาดูละครชีวิตจริงของมดเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง
(แม้เราจะศึกษากันมานานหลายสิบปีแล้วก็ตาม แต่เมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่มีมดเกิดขึ้นบนโลกใบนี้แล้ว
ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่น้อยนิดเหลือเกิน)
กายวิภาคของมด
โดยทั่วไปมดก็เหมือนกับแมลงกลุ่มอื่นๆ
คือลำตัวมดแบ่งเป็นส่วนสำคัญได้ 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนหัว
ส่วนอก และส่วนท้อง แต่ที่พิเศษเพิ่มขึ้นมาของมดก็คือ
ส่วนเอว เราจะเห็นลักษณะเด่นคือเรื่อง เอวบาง ของมดที่สาวๆ
ที่กำลังไดเอทหลายคนต้องอิจฉา
ส่วนหัว
มีหลากหลายแบบด้วยกันอาจเป็นรูปห้าเหลี่ยม สี่เหลี่ยม
วงกลม วงรี หรือรูปหัวใจอวัยวะที่สำคัญที่อยู่ในส่วนหัวนี้ได้แก่
หนวด มีลักษณะเป็นปล้องๆ
ส่วนใหญ่มี 12 ปล้อง ปล้องแรกที่ค่อนข้างยาวเรียกว่า ฐานหนวด
หน้าที่ของหนวดคือใช้ในการสื่อสารต่างๆ หนวดถือว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดในการรับความรู้สึก
โดยมดจะใช้หนวดยื่นแตะไปข้างหน้าเพื่อตรวจสอบวัตถุที่มันพบ
และจะยื่นหนวดไปทางหลังเพื่อบอกสถานการณ์อันตรายเช่น การต่อสู้กับศัตรู
เป็นต้น มดใช้หนวดเพื่อใช้แทนประสาทสัมผัส จมูก หู และตา
ตา มีทั้งตาเดี่ยวและตารวม
มดส่วนใหญ่จะมีตารวม (มีบางชนิดที่ไม่มีตารวม) ตารวมเป็นตาที่มีตั้งแต่เป็นจุดเล็กๆ
จนถึงขนาดใหญ่ อยู่บริเวณส่วนหน้าหรือด้านข้างของส่วนหัว
ทำหน้าที่ในการมองเห็น ส่วนตาเดี่ยว โดยทั่วไปมี 3 ตา
อยู่เหนือระหว่างตารวม ส่วนมากพบในเพศผู้และมดราชินี สำหรับมดงานจะพบมากในมดเขตหนาว
ตาเดี่ยวไม่ได้ใช้ในการมองเห็น มดโดยทั่วไปใช้ตาในการมองได้ไม่ดีนัก
มดทหารในเขตร้อนจะตาบอดทั้งหมด แต่มดบางชนิดก็ใช้ตาในการมองได้ดีคือ
เห็นได้ไกลถึง 10 เซนติเมตร ถือว่าไกลสำหรับมดแล้วนะ
ปาก มดมีปากเป็นแบบกัดกิน
(chewing type) มีกรามขนาดใหญ่แข็งแรงแลเห็นได้ชัด กรามใช้ในการจับกินเหยื่อ
และป้องกันตัวจากศัตรู จะสังเกตได้ว่าหากเราเอาไม้ไปแหย่มันเช่นมดแดง
มันจะชูเขี้ยวแยกกรามให้เห็นเด่นชัดเพื่อเตรียมต่อสู้
ส่วนอก
มีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก มดราชินีจะมีส่วนอกใหญ่กว่าปกติ
อวัยวะสำคัญที่อยู่บริเวณส่วนอกนี้ได้แก่ ส่วนของขาและปีก
สำหรับปีกจะพบได้ในมดเพศผู้และมดราชินีเท่านั้น มดบางชนิดมีสันหลังอกลักษณะเป็นหนามหรือตุ่มและบางชนิดมีลักษณะเป็นแผ่นคล้ายโล่ห์
ส่วนเอว
อาจมี 1-2 ปล้อง เป็นส่วนคอดของลำตัว
ส่วนท้อง
มีลักษณะทรงกลม หรือทรงกระบอก ปลายท้องของมดงานส่วนใหญ่มีเหล็กใน
เมื่อทำร้ายสัตว์อื่นหรือคนทำให้เกิดอาการเจ็บปวดได้ ส่วนมดชนิดที่ไม่มีเหล็กในส่วนปลายนี้จะมีช่องเปิดเล็กๆ
เพื่อขับสารป้องกันตัวออกมาได้
วรรณะมด
มดราชินี
(queen) เป็นมดเพศเมียที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ก่อนที่จะเป็นมดราชินี
จะเป็นมดเพศเมีย (female) ธรรมดาก่อน เป็นมดมีปีก เมื่อผสมพันธุ์แล้วจะสลัดปีกทิ้งไป
แล้วเริ่มสร้างรังวางไข่ มดราชินีจะเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของมดทั้งรัง
ตั้งแต่กำหนดเพศ จำนวนประชากร และพฤติกรรมต่างๆ เปรียบเหมือนเป็นศูนย์รวมของมดทุกชีวิตเลยก็ว่าได้
หากมดราชินีถูกฆ่าตาย มดตัวอื่นๆ จะขาดที่พึ่งและแตกกระจายกันไปไม่มีจุดหมาย
อยู่เพื่อรอวันตายซึ่งอาจจะตายเองหรือถูกสัตว์อื่นกินเป็นอาหาร
โดยทั่วไปมดรังหนึ่งจะมีมดราชินีเพียงตัวเดียวเท่านั้น
มดเพศผู้ (male) เป็นมดตัวผู้
มีปีกมีขนาดใกล้เคียงกับมดงาน มีหน้าที่เพียงแค่ผสมพันธุ์อย่างเดียว
ในรังหนึ่งมีมดเพศผู้อยู่ไม่มาก และจะเกิดเพียงรุ่นเดียวเท่านั้นในรอบปี
มดงาน (worker) เป็นมดตัวเมียที่เป็นหมัน
ไม่มีปีก มีหน้าที่คอยหาอาหารป้องกันศัตรู ดูแลรังไข่และตัวอ่อนรวมทั้งมดราชินี
มดที่เราเห็นส่วนใหญ่ล้วนเป็นมดงานทั้งสิ้น มดรังหนึ่งจะมีมดงานจำนวนมากเพราะเกิดได้หลายรุ่นในรอบปี
มดบางชนิดยังอาจแบ่งมดงานเป็น มดทหาร ซึ่งมีขนาดลำตัวใหญ่
(แต่เล็กกว่ามดราชินี) อาจพบได้ภายในรังและบริเวณใกล้รังเพื่อป้องกันศัตรูต่างๆ
อีกประเภทหนึ่งคือ มดกรรมการ มีขนาดเล็กกว่ามดทหาร พบได้ในบริเวณที่ห่างรังออกไปเนื่องจากต้องไปหาอาหารตามที่ต่างๆ
อาหารมด
เนื่องจากมดมีหลายเผ่าพันธุ์
อาหารของมันก็แตกต่างกันไป แต่อาหารหลักที่สำคัญของมดก็คือ
สัตว์จำพวกแมลง ซึ่งมดจะได้สารอาหารโปรตีนในการสร้างร่างกาย
โดยเฉพาะพวกหนอนผีเสื้อที่มดชอบมาก สารอาหารอีกประเภทก็คือ
พวกน้ำตาลหรือน้ำหวาน ซึ่งมดจะไวมากกับอาหารหวานพวกนี้
ในธรรมชาติมดจะดูดน้ำหวานหรือน้ำเลี้ยงพืชเพื่อใช้เป็นพลังงาน
การหาอาหารของมด
มดมีพื้นที่ในการหาอาหารกว้างมาก
และมีการออกหาอาหารทั้งกลางวัน และกลางคืนแล้วแต่ชนิดของมด
กิจกรรมของมดจำนวนมากขึ้นกับอุณหภูมิเป็นสำคัญ
เมื่อมดตัวใดพบแหล่งอาหาร เช่น ซากแมลงที่มีขนาดใหญ่มันจะรีบวิ่งกลับรังด้วยความกระตือรือร้น
เพื่อไปบอกพรรคพวก (มดงาน) ให้มาช่วยลากอาหารกลับรัง ขณะที่มันวิ่งกลับรังนั้นมันก็จะปล่อยสารเคมีที่เรียกว่า
ฟีโรโมนไว้ด้วยเพื่อที่มันจะได้กลับไปยังแหล่งอาหารได้ถูกต้อง
มีรายงานจากผู้ศึกษามดในญี่ปุ่นพบว่าในแต่ละวัน มดจะหาแมลงมาเป็นอาหารเก็บไว้ในรังถึง
2,400 ตัว ขณะที่ในอังกฤษมีผู้ศึกษามดรายงานว่าทางตอนใต้ของเกาะอังกฤษ
มีรังมดที่เห็นเป็นเนินดินขนาดใหญ่มากอยู่รังหนึ่ง ข้างในมีสมาชิกมดนับแสนตัว
นอกจากนี้มดก็ยังกินมดพวกที่ตายแล้ว เป็นอาหารด้วย
พบว่ามดจะลากแมลงมาเก็บไว้ในรังสูงถึง 1 แสนตัวต่อวันทีเดียว
!!...
มดหมู่
โจมตีแมลงเป็นอาหาร เรามักจะกล่าวโทษพวกสุนัขที่ชอบรุมรังแกสุนัขตัวอื่นว่า
หมาหมู่ แต่พฤติกรรมในการล่าเหยื่อของมดแบบ มดหมู่
นี้ก็มีเหมือนกัน นอกเหนือจากอาหารที่ตายซากแล้ว บางครั้งมดก็รุมทำร้ายเหยื่อพวกแมลงที่มีชีวิตเพื่อล่าเป็นอาหารเหมือนกัน
เช่นพวกลูกตั๊กแตนตำข้าว เป็นต้น
รังมด
รังมดก็เปรียบเหมือนบ้าน เป็นที่อยู่ของมดทุกตัวรวมทั้งไข่และตัวอ่อน
เป็นที่ที่ปลอดภัยจากศัตรู เราอาจพบรังมดได้ตามที่ต่างๆ
กันไป แล้วแต่ชนิดของมด มดบางชนิดสร้างรังง่ายๆ อยู่ใต้ขอนไม้ผุ
ใต้ก้อนหิน หรือวัสดุอื่นตามพื้นดิน บางชนิดสร้างรังอยู่บนต้นไม้
ตามกิ่งก้านต่างๆ โดยนำใบไม้มาห่อเป็นรัง และบางชนิดก็สร้างรังอย่างวิจิตรอยู่ใต้พื้นดินลึกเป็นเมตรๆ
ส่วนบริเวณทางเข้าของรังมดเป็นทางเข้าแคบๆ เพียงรูเดียว
แต่อาจมีมูลดินล้อมรอบ ตั้งแต่มูลดินต่ำวงแคบๆ ไปจนถึงมูลดินสูงแผ่ขยายกว้างออกไปเป็นเมตรๆ
(มูลดินเหล่านี้มดขุดขึ้นมาจากใต้ดินจากการสร้างรังเป็นห้องต่างๆ
ดังนั้นจึงพออนุมานได้ว่า รังมดที่มีมูลดินมาก รังของมันก็จะใหญ่และมีหลายห้องด้วย)
และมดบางชนิดก็ไม่มีรังที่แท้จริง โดยจะพบอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ
บนพื้นดิน ในซากพืชหรือระหว่างรากพืช มดพวกนี้จะเคลื่อนย้ายรังบ่อยมาก
ซึ่งเราสามารถพบได้ตามบริเวณที่เหมาะสมได้กว้างขวาง
การต่อสู้ของมด
มดจะต่อสู้กับผู้รุกรานก็ด้วยเหตุผล
คือ ปกป้องตัวมัน ปกป้องรัง ครอบครัว มดราชินี หรือแหล่งอาหาร
ส่วนวิธีการต่อสู้ก็ใช้ 3 วิธีหลักๆ คือ ใช้กัด (ด้วยปากหรือกราม)
ใช้ต่อย (ด้วยเหล็กในบริเวณบั้นท้าย) และใช้ฉีดพ่นกรดมด
(formic acid) หรือสารพิษ (จากบริเวณส่วนปลายก้น) หรืออาจใช้
2 วิธีร่วมกัน เช่น กัดและฉีดกรดมด เป็นต้น ซึ่งแล้วแต่ชนิดของมด
นอกจากมดจะใช้วิธีการดังกล่าวเพื่อต่อสู้กับผู้รุกรานแล้ว
มดก็ยังใช้เพื่อการข่มขู่ศัตรู และการล่าเหยื่อด้วย ผู้รุกรานหรือเหยื่ออาจโดนกัดและฉีดสารพิษ
หรือกรดพิษ ทำให้บาดเจ็บ เป็นอัมพาต และอาจตายได้ สารพิษและกรดมดนี้จะผลิตขึ้นในบริเวณส่วนก้นของมดและเก็บไว้ในต่อมพิเศษ
เตรียมพร้อมที่จะใช้ได้ทันที
ผู้รุกรานมดอาจเป็นมดชนิดเดียวกันแต่ต่างรัง หรือมดต่างชนิดกัน
หรือเป็นสัตว์อื่น กระทั่งคนเราเองก็ตาม มดก็จะต่อสู้อย่างหาญกล้า
ถ้าคู่ต่อสู้ไม่ฆ่ามันตายซะก่อน มันก็คงเป็นฝ่ายกำชัยโดยทำให้คู่ต่อสู้ได้รับบาดเจ็บหรือตายเพราะพิษสงมันได้เช่นกัน
โดย..จุมพล เหมะคีรินทร์
บทความเรื่องนี้เป็นฉบับย่อ
โปรดอ่านฉบับเต็มได้ในนิตยสาร UpDATE ฉบับ 170 ตุลาคม
2544
จาก http://update.se-ed.com/170/ant_life.htm
|