สมาชิก

     ติ-ชม-แนะนำ

     ส่งอี-เมล์ถึงเรา

     เว็บบอร์ด

     เล่มก่อน

     หน้าแรก

     ซีเอ็ดฯ

ปกเล่มปัจจุบัน

SEE LINKSVISITOR RECOMMEND
Click Here
.

Post a link to your Web Site in UpDATE Free-For-All Links Page Click Here.

Web Visited
 

บอกรับจดหมายข่าว
โปรดแจ้ง
E-Mail ของคุณ



Subscribe    
Unsubscribe

Powered by
YourMailinglist
Provider.com

  ดูจดหมายข่าวเก่า

- ความผูกพันกับ UpDATE -
คุณอ่าน UpDATE มานานแค่ไหนแล้ว?

0-1 ปี
มากกว่า 1 ปี - 2 ปี
มากกว่า 2 ปี - 3 ปี
มากกว่า 3 ปี - 4 ปี
มากกว่า 4 ปี - 5 ปี
มากกว่า 5 ปี


Results


...........................................เรื่องจากปก ฉบับที่ 170 เดือนตุลาคม 2544................................................

...ชีวิตอันน่าอัศจรรย์ของมด....

มดหากเปรียบเรื่องราวชีวิตของมดเป็นดั่งหนังหรือละคร หนังหรือละครเรื่องนี้ก็คงฉายในโรงภาพยนตร์หรือเล่นบนเวทีละครบนโลกสีน้ำเงินใบนี้เป็นเวลาเนิ่นนานนับล้านปีมาแล้ว เพราะจากหลักฐานการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของมดแดงชนิดหนึ่งพบว่ามีอายุถึง 30 ล้านปีทีเดียว และยังมีการค้นพบฟอสซิลมดที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์มดที่ไม่พบในปัจจุบันนี้ฝังอยู่ในแท่งอำพันที่มีอายุถึง 80 ล้านปี นี่ย่อมเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า มดมีชีวิตกำเนิดขึ้นบนโลกนี้เนิ่นนานแค่ไหน ว่าไปแล้วก็อยู่ในยุคที่ไดโนเสาร์ยังไม่สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้เสียอีก แต่คนเราต่างหากที่เพิ่งมาดูละครชีวิตจริงของมดเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง (แม้เราจะศึกษากันมานานหลายสิบปีแล้วก็ตาม แต่เมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่มีมดเกิดขึ้นบนโลกใบนี้แล้ว ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่น้อยนิดเหลือเกิน)

  กายวิภาคของมด  
โดยทั่วไปมดก็เหมือนกับแมลงกลุ่มอื่นๆ คือลำตัวมดแบ่งเป็นส่วนสำคัญได้ 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนหัว ส่วนอก และส่วนท้อง แต่ที่พิเศษเพิ่มขึ้นมาของมดก็คือ ส่วนเอว เราจะเห็นลักษณะเด่นคือเรื่อง “เอวบาง” ของมดที่สาวๆ ที่กำลังไดเอทหลายคนต้องอิจฉา

ส่วนหัว
มีหลากหลายแบบด้วยกันอาจเป็นรูปห้าเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม วงรี หรือรูปหัวใจอวัยวะที่สำคัญที่อยู่ในส่วนหัวนี้ได้แก่

หนวด มีลักษณะเป็นปล้องๆ ส่วนใหญ่มี 12 ปล้อง ปล้องแรกที่ค่อนข้างยาวเรียกว่า ฐานหนวด หน้าที่ของหนวดคือใช้ในการสื่อสารต่างๆ หนวดถือว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดในการรับความรู้สึก โดยมดจะใช้หนวดยื่นแตะไปข้างหน้าเพื่อตรวจสอบวัตถุที่มันพบ และจะยื่นหนวดไปทางหลังเพื่อบอกสถานการณ์อันตรายเช่น การต่อสู้กับศัตรู เป็นต้น มดใช้หนวดเพื่อใช้แทนประสาทสัมผัส จมูก หู และตา

ตา มีทั้งตาเดี่ยวและตารวม มดส่วนใหญ่จะมีตารวม (มีบางชนิดที่ไม่มีตารวม) ตารวมเป็นตาที่มีตั้งแต่เป็นจุดเล็กๆ จนถึงขนาดใหญ่ อยู่บริเวณส่วนหน้าหรือด้านข้างของส่วนหัว ทำหน้าที่ในการมองเห็น ส่วนตาเดี่ยว โดยทั่วไปมี 3 ตา อยู่เหนือระหว่างตารวม ส่วนมากพบในเพศผู้และมดราชินี สำหรับมดงานจะพบมากในมดเขตหนาว ตาเดี่ยวไม่ได้ใช้ในการมองเห็น มดโดยทั่วไปใช้ตาในการมองได้ไม่ดีนัก มดทหารในเขตร้อนจะตาบอดทั้งหมด แต่มดบางชนิดก็ใช้ตาในการมองได้ดีคือ เห็นได้ไกลถึง 10 เซนติเมตร ถือว่าไกลสำหรับมดแล้วนะ

ปาก มดมีปากเป็นแบบกัดกิน (chewing type) มีกรามขนาดใหญ่แข็งแรงแลเห็นได้ชัด กรามใช้ในการจับกินเหยื่อ และป้องกันตัวจากศัตรู จะสังเกตได้ว่าหากเราเอาไม้ไปแหย่มันเช่นมดแดง มันจะชูเขี้ยวแยกกรามให้เห็นเด่นชัดเพื่อเตรียมต่อสู้

ส่วนอก  
มีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก มดราชินีจะมีส่วนอกใหญ่กว่าปกติ อวัยวะสำคัญที่อยู่บริเวณส่วนอกนี้ได้แก่ ส่วนของขาและปีก สำหรับปีกจะพบได้ในมดเพศผู้และมดราชินีเท่านั้น มดบางชนิดมีสันหลังอกลักษณะเป็นหนามหรือตุ่มและบางชนิดมีลักษณะเป็นแผ่นคล้ายโล่ห์

ส่วนเอว
อาจมี 1-2 ปล้อง เป็นส่วนคอดของลำตัว

ส่วนท้อง
มีลักษณะทรงกลม หรือทรงกระบอก ปลายท้องของมดงานส่วนใหญ่มีเหล็กใน เมื่อทำร้ายสัตว์อื่นหรือคนทำให้เกิดอาการเจ็บปวดได้ ส่วนมดชนิดที่ไม่มีเหล็กในส่วนปลายนี้จะมีช่องเปิดเล็กๆ เพื่อขับสารป้องกันตัวออกมาได้ 

  วรรณะมด  
มดราชินี (queen) เป็นมดเพศเมียที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ก่อนที่จะเป็นมดราชินี จะเป็นมดเพศเมีย (female) ธรรมดาก่อน เป็นมดมีปีก เมื่อผสมพันธุ์แล้วจะสลัดปีกทิ้งไป แล้วเริ่มสร้างรังวางไข่ มดราชินีจะเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของมดทั้งรัง ตั้งแต่กำหนดเพศ จำนวนประชากร และพฤติกรรมต่างๆ เปรียบเหมือนเป็นศูนย์รวมของมดทุกชีวิตเลยก็ว่าได้ หากมดราชินีถูกฆ่าตาย มดตัวอื่นๆ จะขาดที่พึ่งและแตกกระจายกันไปไม่มีจุดหมาย อยู่เพื่อรอวันตายซึ่งอาจจะตายเองหรือถูกสัตว์อื่นกินเป็นอาหาร โดยทั่วไปมดรังหนึ่งจะมีมดราชินีเพียงตัวเดียวเท่านั้น

มดเพศผู้ (male) เป็นมดตัวผู้ มีปีกมีขนาดใกล้เคียงกับมดงาน มีหน้าที่เพียงแค่ผสมพันธุ์อย่างเดียว ในรังหนึ่งมีมดเพศผู้อยู่ไม่มาก และจะเกิดเพียงรุ่นเดียวเท่านั้นในรอบปี

มดงาน (worker) เป็นมดตัวเมียที่เป็นหมัน ไม่มีปีก มีหน้าที่คอยหาอาหารป้องกันศัตรู ดูแลรังไข่และตัวอ่อนรวมทั้งมดราชินี มดที่เราเห็นส่วนใหญ่ล้วนเป็นมดงานทั้งสิ้น มดรังหนึ่งจะมีมดงานจำนวนมากเพราะเกิดได้หลายรุ่นในรอบปี มดบางชนิดยังอาจแบ่งมดงานเป็น “มดทหาร” ซึ่งมีขนาดลำตัวใหญ่ (แต่เล็กกว่ามดราชินี) อาจพบได้ภายในรังและบริเวณใกล้รังเพื่อป้องกันศัตรูต่างๆ อีกประเภทหนึ่งคือ “มดกรรมการ” มีขนาดเล็กกว่ามดทหาร พบได้ในบริเวณที่ห่างรังออกไปเนื่องจากต้องไปหาอาหารตามที่ต่างๆ

  อาหารมด  
เนื่องจากมดมีหลายเผ่าพันธุ์ อาหารของมันก็แตกต่างกันไป แต่อาหารหลักที่สำคัญของมดก็คือ สัตว์จำพวกแมลง ซึ่งมดจะได้สารอาหารโปรตีนในการสร้างร่างกาย โดยเฉพาะพวกหนอนผีเสื้อที่มดชอบมาก สารอาหารอีกประเภทก็คือ พวกน้ำตาลหรือน้ำหวาน ซึ่งมดจะไวมากกับอาหารหวานพวกนี้ ในธรรมชาติมดจะดูดน้ำหวานหรือน้ำเลี้ยงพืชเพื่อใช้เป็นพลังงาน

  การหาอาหารของมด  
มดมีพื้นที่ในการหาอาหารกว้างมาก และมีการออกหาอาหารทั้งกลางวัน และกลางคืนแล้วแต่ชนิดของมด กิจกรรมของมดจำนวนมากขึ้นกับอุณหภูมิเป็นสำคัญ

เมื่อมดตัวใดพบแหล่งอาหาร เช่น ซากแมลงที่มีขนาดใหญ่มันจะรีบวิ่งกลับรังด้วยความกระตือรือร้น เพื่อไปบอกพรรคพวก (มดงาน) ให้มาช่วยลากอาหารกลับรัง ขณะที่มันวิ่งกลับรังนั้นมันก็จะปล่อยสารเคมีที่เรียกว่า ฟีโรโมนไว้ด้วยเพื่อที่มันจะได้กลับไปยังแหล่งอาหารได้ถูกต้อง มีรายงานจากผู้ศึกษามดในญี่ปุ่นพบว่าในแต่ละวัน มดจะหาแมลงมาเป็นอาหารเก็บไว้ในรังถึง 2,400 ตัว ขณะที่ในอังกฤษมีผู้ศึกษามดรายงานว่าทางตอนใต้ของเกาะอังกฤษ มีรังมดที่เห็นเป็นเนินดินขนาดใหญ่มากอยู่รังหนึ่ง ข้างในมีสมาชิกมดนับแสนตัว

นอกจากนี้มดก็ยังกินมดพวกที่ตายแล้ว เป็นอาหารด้วย พบว่ามดจะลากแมลงมาเก็บไว้ในรังสูงถึง 1 แสนตัวต่อวันทีเดียว !!...

  “มดหมู่” โจมตีแมลงเป็นอาหาร  
เรามักจะกล่าวโทษพวกสุนัขที่ชอบรุมรังแกสุนัขตัวอื่นว่า “หมาหมู่” แต่พฤติกรรมในการล่าเหยื่อของมดแบบ “มดหมู่” นี้ก็มีเหมือนกัน นอกเหนือจากอาหารที่ตายซากแล้ว บางครั้งมดก็รุมทำร้ายเหยื่อพวกแมลงที่มีชีวิตเพื่อล่าเป็นอาหารเหมือนกัน เช่นพวกลูกตั๊กแตนตำข้าว เป็นต้น

  รังมด  
รังมดก็เปรียบเหมือนบ้าน เป็นที่อยู่ของมดทุกตัวรวมทั้งไข่และตัวอ่อน เป็นที่ที่ปลอดภัยจากศัตรู เราอาจพบรังมดได้ตามที่ต่างๆ กันไป แล้วแต่ชนิดของมด มดบางชนิดสร้างรังง่ายๆ อยู่ใต้ขอนไม้ผุ ใต้ก้อนหิน หรือวัสดุอื่นตามพื้นดิน บางชนิดสร้างรังอยู่บนต้นไม้ ตามกิ่งก้านต่างๆ โดยนำใบไม้มาห่อเป็นรัง และบางชนิดก็สร้างรังอย่างวิจิตรอยู่ใต้พื้นดินลึกเป็นเมตรๆ ส่วนบริเวณทางเข้าของรังมดเป็นทางเข้าแคบๆ เพียงรูเดียว แต่อาจมีมูลดินล้อมรอบ ตั้งแต่มูลดินต่ำวงแคบๆ ไปจนถึงมูลดินสูงแผ่ขยายกว้างออกไปเป็นเมตรๆ (มูลดินเหล่านี้มดขุดขึ้นมาจากใต้ดินจากการสร้างรังเป็นห้องต่างๆ ดังนั้นจึงพออนุมานได้ว่า รังมดที่มีมูลดินมาก รังของมันก็จะใหญ่และมีหลายห้องด้วย) และมดบางชนิดก็ไม่มีรังที่แท้จริง โดยจะพบอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ บนพื้นดิน ในซากพืชหรือระหว่างรากพืช มดพวกนี้จะเคลื่อนย้ายรังบ่อยมาก ซึ่งเราสามารถพบได้ตามบริเวณที่เหมาะสมได้กว้างขวาง

  การต่อสู้ของมด  
มดจะต่อสู้กับผู้รุกรานก็ด้วยเหตุผล คือ ปกป้องตัวมัน ปกป้องรัง ครอบครัว มดราชินี หรือแหล่งอาหาร ส่วนวิธีการต่อสู้ก็ใช้ 3 วิธีหลักๆ คือ ใช้กัด (ด้วยปากหรือกราม) ใช้ต่อย (ด้วยเหล็กในบริเวณบั้นท้าย) และใช้ฉีดพ่นกรดมด (formic acid) หรือสารพิษ (จากบริเวณส่วนปลายก้น) หรืออาจใช้ 2 วิธีร่วมกัน เช่น กัดและฉีดกรดมด เป็นต้น ซึ่งแล้วแต่ชนิดของมด

นอกจากมดจะใช้วิธีการดังกล่าวเพื่อต่อสู้กับผู้รุกรานแล้ว มดก็ยังใช้เพื่อการข่มขู่ศัตรู และการล่าเหยื่อด้วย ผู้รุกรานหรือเหยื่ออาจโดนกัดและฉีดสารพิษ หรือกรดพิษ ทำให้บาดเจ็บ เป็นอัมพาต และอาจตายได้ สารพิษและกรดมดนี้จะผลิตขึ้นในบริเวณส่วนก้นของมดและเก็บไว้ในต่อมพิเศษ เตรียมพร้อมที่จะใช้ได้ทันที

ผู้รุกรานมดอาจเป็นมดชนิดเดียวกันแต่ต่างรัง หรือมดต่างชนิดกัน หรือเป็นสัตว์อื่น กระทั่งคนเราเองก็ตาม มดก็จะต่อสู้อย่างหาญกล้า ถ้าคู่ต่อสู้ไม่ฆ่ามันตายซะก่อน มันก็คงเป็นฝ่ายกำชัยโดยทำให้คู่ต่อสู้ได้รับบาดเจ็บหรือตายเพราะพิษสงมันได้เช่นกัน

โดย..จุมพล เหมะคีรินทร์

บทความเรื่องนี้เป็นฉบับย่อ โปรดอ่านฉบับเต็มได้ในนิตยสาร UpDATE ฉบับ 170 ตุลาคม 2544

จาก http://update.se-ed.com/170/ant_life.htm

 
Discovery ResearchPaper NASA
WhyFilesSavvySearch เชื่อมสู่สถาบันการศึกษา

UpDATE นิตยสารรายเดือน ราคาฉบับละ 60 บาท
http://update.se-ed.com
อัตราสมาชิก 12 ฉบับ 720 บาท
จัดพิมพ์โดย
บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 46/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร.0-2751-5800, 0-2751-4175 โทรสาร 0-2751-5059
E-mail : update@se-ed.com

SEED Update Magazine Microcomputer User Internet
เซมิคอนดัคเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ Industrial Hobby Mechanical