มองโลกวิทยาศาสตร์ผ่านการ์ตูนญี่ปุ่น
การ์ตูน เป็นงานศิลปะประยุกต์แขนงหนึ่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอเรื่องราว
ที่สร้างสรรค์ขึ้นมาสนองแก่ความต้องการของมนุษย์ในแง่ของความบันเทิง
และค่อนข้างผูกพันอยู่กับกระแสตลาดหรือธุรกิจสูง เมื่อกระแสตลาดเป็นการ
พยายามคล้อยตามความต้องการบริโภคของคนส่วนใหญ่ ดังนั้นในเบื้องต้น
สิ่งที่แสดงออกผ่านทางการ์ตูนคือกระแสแนวคิดของคนในสังคมนั้นๆ
สังคมในปัจจุบันดูจะมีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น ความเป็นเอกเทศของวัฒนธรรมหนึ่งๆ
กำลังถูกแบ่งให้แก่วัฒนธรรมอื่นๆ การ์ตูนญี่ปุ่นจึงไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิด
ของคนญี่ปุ่นเพียงชาติเดียว แต่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมาในระยะเวลา
ตลอดครึ่งศตวรรษของสังคมโลกด้วยเช่นเดียวกัน และหากจะกล่าวไปการ์ตูนแนวหนึ่ง
ที่มีบทบาทต่อสังคมและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสูงคือการ์ตูนแนววิทยาศาสตร์ นั่นเอง
ความหมายของคำว่าการ์ตูนในสมัยแรก
การ์ตูน เป็นคำทับศัพท์ในภาษาอังกฤษว่า Cartoon ซึ่งสันนิษฐานว่ามีรากศัพท์มาจากคำว่า
คาโตเน Cartone ในภาษาอิตาลี ซึ่งหมายถึงแผ่นกระดาษที่มีภาพวาด
ต่อมาความหมายของคำนี้อาจเปลี่ยนไป เป็นภาพล้อเลียนเชิงขบขัน
เปรียบเปรยเสียดสี หรือแสดงจินตนาการฝันเฟื่อง แต่หนังสือบางฉบับกล่าวว่า
การ์ตูนมาจากคำในภาษาละตินว่า Charta ซึ่งหมายถึงกระดาษ เพราะในสมัยนั้น
การ์ตูนหมายถึงการวาดภาพลงบนผ้าใบขนาดใหญ่ วาดบนผ้าม่านหรือ
การเขียนลวดลายหรือภาพลงบนกระจกและโมเสก
การวิวัฒนาการของแนวเรื่องการ์ตูนญี่ปุ่นแนววิทยาศาสตร์ในภาพรวม
ช่วงยุคทศวรรษ1960 - กลาง 1970
ช่วงนี้การ์ตูนญี่ปุ่นจะเป็นการ์ตูนแนววีรบุรุษ ที่ต่อสู้กับความชั่วร้ายในรูปแบบต่างๆ
มักมีลักษณะเป็นตอนๆที่จบในตอนโดยมีสูตรสำเร็จอยู่ที่สาเหตุของวิกฤติการณ์
หรือแผนการร้ายของฝ่ายชั่วร้ายตอนต้น การต่อสู้ของตัวแทนฝ่ายดีและตัวแทนของ
ความชั่วร้ายตอนกลางเรื่อง และความสงบสุขที่จะกลับคืนมาตอนท้าย ซี่งจัดเป็น
แนวการเขียนวรรณกรรมประเภทเมโลดรามา เป็นการมองโลกอย่างมีการแบ่งแยกชัดเจน
ดำก็คือดำหรือขาวก็คือขาว การที่ผู้ร้ายตายตอนจบนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการ
จัดระเบียบของสังคม เป็นแนวคิดโมเดิร์นนิสม์(Modernism) ซึ่งจะแสดงออกมาว่า
ในโลกของความจริงในสมัยนั้นอยู่ที่การนิยมรัฐชาติ แนวคิดการจัดระเบียบของสังคม
ให้อยู่ในระเบียบอย่างเข้มงวดในสถาบันทางสังคมต่างๆในสมัยนั้น ซึ่งเป็นทรรศนคติ
ที่มีการวางรากฐานเอาไว้โดยนักคิดตะวันตกที่มีชื่อเสียงต่างๆ มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19
ซึ่งจะสะท้อนออกมาให้เห็นได้ในการ์ตูน
ช่วงยุคทศวรรษ 1970 - ปลายทศวรรษ 1980
ช่วงนี้การ์ตูนมีการพัฒนาขึ้น มีแนวเรื่องมากขึ้น หลายๆ เรื่องมีการพัฒนาประยุกต์ใช้แนวเรื่องเชิงนิยาย
เช่น แนวอาชญนิยายหรือสืบสวนสอบสวน แนวโรมานซ์ แนวตลก แนวแอ็กชั่น
และแนวนิยายวิทยาศาสตร์ เป็นต้น แต่เนื้อหายังมีกลิ่นอายของเมโลดรามา
หรือการมองโลกแบบอุดมคตินิยมอยู่มาก เช่น ฝ่ายดีต้องดีทั้งหมด หรือฝ่ายชั่วร้าย
ต้องผิดอย่างสมบูรณ์ การ์ตูนในยุคนี้ยังได้รับอิทธิพลจากเหตุการณ์ต่างๆ
ที่เกิดขึ้นในโลกและค่านิยมในสมัยนั้นอีกด้วย ตัวอย่างเช่น จากการมองวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีในแง่ของวีรบุรุษที่จะมาปลดปล่อยมนุษย์ออกจากความไม่รู้หรือ
ความชั่วร้ายอย่างในช่วงทศวรรษก่อนหน้านี้ วิทยาศาสตร์กลับกลายเป็นทั้งเพื่อน
ของมนุษย์ที่จะต้องก้าวเดินไปด้วยกัน(เช่น ชูโอมารู นักสู้คอมพิวเตอร์)
และทั้งศัตรูที่กระทำความเสียหายให้กับสังคมมนุษย์(เช่น ตัวร้ายต่างๆในเรื่อง
อัศวินสมองกล พลาโม เคียวชิโร)
ช่วงยุคทศวรรษ 1980 - ต้นทศวรรษ 1990
สิ่งสำคัญที่การ์ตูนวิทยาศาสตร์ในยุคสมัยนี้แตกต่างจากการ์ตูนวิทยาศาสตร์ในสมัยก่อนก็คือ
แนวคิดในการมองผลกระทบในแง่ลบของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่อมนุษย์
ความไม่มั่นคงของสันติภาพ เนื่องจากช่วงนี้ยังเป็นช่วงที่อยู่ในยุคของสงครามเย็น
ระหว่างอดีตสหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกาอยู่ ความเคลื่อนไหวของแนวคิด
ในสังคมในแง่ของการล้มล้างแนวความคิดเชิงอุดมคตินิยม และแนวความคิดแบบโมเดิร์นนิสม์
ในช่วงก่อนหน้านี้ โดยมีแนวความคิดเชิงโพสโมเดิร์นนิสม์(Postmodernism)
และมนุษยนิยมแนวใหม่(Neo-Humanism) เข้ามามีบทมากมากขึ้น รวมทั้งความสำคัญของ
คุณค่าของการมีอารมณ์ความรู้สึกแบบมนุษย์และเน้นการมีตัวตนของมนุษย์
ที่ไม่ใช่ความเย็นชาแบบเครื่องจักร ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อคุณค่าเชิงเนื้อหาที่ปรากฎ
อยู่ในงานการ์ตูนในยุคนี้ ที่น่าจะยกเป็นตัวอย่างก็เช่น ริว, ไอ เจ้าหนูพลังจิต,
คุณปู่ไซบอร์ก G-Chan, ผ่าจักรวาล 2001, The Legend of Mother Sarah ,
It's hero time Apple seed, Akira และ เพชฌฆาตไซบอร์กกัลลี่(Gunnm)
ช่วงยุคปลายทศวรรษ 1990 ถึงปัจจุบัน
ช่วงปลายทศวรรษ 1990 นั้นเกิดตัวแปรทางเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบทางสังคมในแง่ที่เป็น
ตัวเร่งวิถีของปัจเจกนิยม แนวคิดนีโอ ฮิวแมนนิสม์ และแนวคิดโพสโมเดิร์นนิสม์
ที่มีมาก่อนหน้านี้ด้วย ตัวแปรที่กล่าวถึงคือเทคโนโลยีการสื่อสารและเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
สิ่งที่สำคัญคือมนุษย์พบว่า ตัวเองไม่รู้ว่าอะไรจริงหรือไม่จริงอีกต่อไป
ไม่มีความดีและความเลวอย่างสมบูรณ์อีกต่อไป ตัวละครในวรรณกรรมต่างๆ
มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น ความเป็นจริงถูกทดแทนด้วยโลกเสมือนจริง
และข้อมูลทางสารสนเทศที่หลั่งไหลกันเข้ามาจนเกิดเป็นความเป็นจริงที่ถูกสร้างขึ้น
เฉพาะการ์ตูนวิทยาศาสตร์ของญี่ปุ่นในยุคหลังนั้น แนวเรื่องที่กำลังมาแรงคือแนวเรื่อง
ที่ได้กล่าวไปข้างต้น ตัวอย่างเช่น Ghost in The Shell ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดมากของแนวเรื่องแบบนี้
, Evangelion การ์ตูนแนวหุ่นยนต์ยักษ์ที่มีชีวิตที่สร้างจากเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งภายหลัง
เน้นเรื่องจิตและใช้สัญลักษณ์เชิงปรัชญา
ความเหมาะสมของการ์ตูนญี่ปุ่นแนววิทยาศาสตร์สำหรับเด็กและเยาวชน
สิ่งที่ถูกมองมาโดยตลอดในสังคมไทยก็คือ การ์ตูนเป็นเรื่องสำหรับเด็ก
ดังนั้นไม่ว่าการ์ตูนเรื่องใดที่เข้ามาในประเทศ ก็มักจะถูกนำไปให้ผู้ชมที่เป็นเด็กเท่านั้น
แต่ในต่างประเทศนั้น การ์ตูนถูกผลิตขึ้นมาหลายประเภท สามารถจำแนกเรทติงได้
เช่นเดียวกับภาพยนตร์ นิยาย และเกมส์คอมพิวเตอร์ หากนิยามคำว่าเด็กในที่นี้
หมายถึงเด็กเล็กแล้ว จึงสมควรเลือกเรื่องที่เหมาะสมให้กับเด็ก เพราะการ์ตูนบางเรื่อง
มีความรุนแรง มีเรื่องเพศเข้ามาปะปนจริง ตามที่ในอดีตมีผู้กล่าวหามา แต่หากจะเหมาเอาว่า
การ์ตูนเหล่านั้นเป็นเรื่องที่เลวทรามต่ำช้า ไม่สมควรจะนำเข้ามารับชมในประเทศไทยเลย
กลุ่มคนที่คิดเช่นนี้น่าจะมีวิสัยทัศน์ที่แคบมาก เนื่องจากการ์ตูนทุกเรื่องมีคุณค่าในฐานะงานศิลปะ
เช่น คอบร้า ที่มีเรื่องเพศมาก แต่ฝีมือการวาดลายเส้นและเทคนิคทางคอมพิวเตอร์กราฟิก
ที่ได้รับอิทธิพลมาจาก Fantasy Art จัดอยู่ในระดับที่สุดยอด เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก
หรือแม้แต่เรื่องเพชฌฆาตไซบอร์กกัลลี่(Gunnm) ซึ่งแม้จะมีความรุนแรงแต่เข้มข้น
ไปด้วยแบ็คกราวน์ ทางด้านทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ และประเด็นในแง่อภิปรัชญาอย่างที่สุด
อย่างไรก็ตามข้อเสียประการหนึ่งที่ชัดเจนมากๆของการ์ตูนญี่ปุ่นต่อเด็กไทยก็คือ
การที่เด็กไทยติดการ์ตูนญี่ปุ่นเสียจนไม่มีที่ว่างให้กับการ์ตูนที่วาดโดยชาติอื่นๆ
รวมทั้งการ์ตูนไทย โดยปรากฎการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมานานแล้ว โดยพบผลจาก
การประกวดภาพวาดของเด็กในหัวข้อ "การ์ตูนที่ฉันชอบ" ของสถาบันเอเซียตะวันออกศึกษา
เมื่อปี 2527 (พรทิพย์ เอื้ออภัยกุล 2533: 3) พบว่าเด็กวาดภาพที่มีตัวละครที่มาจาการ์ตูนญี่ปุ่นถึง 73.26%
ส่วนตัวละครจากการ์ตูนฝรั่งมีรองลงมาคือ 14.55% และตัวละครจากการ์ตูนไทย
ที่ได้รับการทำเป็นภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องแรกและเรื่องเดียวของไทย คือ สุดสาคร เพียง 6.1%
หากสถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป แม้การ์ตูนญี่ปุ่นจะไม่มีผลเสียมากมายอย่างที่ถูกมองอย่างผิดๆ
ในสมัยก่อน สิ่งที่น่าคิดคือพวกเราคนไทยควรจะทำอย่างไร เพื่อให้วงการการ์ตูนไทย
ได้ส่วนแบ่งตลาดมากขึ้นได้บ้าง
โดย..รวิศ ทัศคร
|